| << | ธันวาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||
พิมพ์หน้านี้
|
ทำไมภาพยนตร์ เข้ามาสู่รายงานข่าวจากประเทศจีนอีกครั้ง หลังจากอ่านข่าวเรื่อง การประชุมยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศจีนและสหรัฐอเมริกา ครั้งที่ 3 ณ.ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ระหว่างนายคาร์ลอส กูเตียร์เรซ (Carlos Gutierrez) รัฐมนตรีว่าการกระทรางพาณิชย์ของ สหรัฐอเมริกาและคณะ กับ มาดามอู๋อี๋ (Wuyi) รองประธานาธิบดีของประเทศจีน และคณะ ซึ่งเริ่มต้นเมื่อวันอังคารที่ 11 ธันวาคม 2007 จนถึงวันพฤหัสที่ 13 ธันวาคม 2007 ประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายได้ข้อสรุปร่วมกันคือ สองชาติจับมือร่วมมือกันแก้ปัญหากระแสแห่งแห่งความรู้สึกระหว่างสองประเทศ โดยการสร้างนวัตกรรม มีส่วนร่วมกับโลก การแข่งขัน และสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้มากขึ้น โดยทั้งสองประเทศจะดูแลด้านการควบคุณภาพอาหาร การท่องเที่ยว พลังงานสะอาด แต่ที่ยังตกลงกันไม่ได้ก็คือ ประเด็นของค่าเงินหยวน และ การเกินดุลการค้าของจีนที่เป็นปัญหามายาวนาน
อีกประเด็นหนึ่งที่มีการหยิบยกขึ้นมาพูดจากทางสหรัฐอเมริกา คือ ข้อพิพาทเรื่องที่จีนแบนการฉายภาพยนตร์Hollywood หลังผู้บริหารวงการภาพยนตร์จาก Hollywood ระบุว่า จีนเริ่มสั่งห้ามฉายภาพยนตร์ ตามข่าวรายงานว่า บรรดาผู้บริหารของวงการ Hollywood ต่างรู้สึกกังวลต่อข่าวที่ว่า ทางการจีนได้แบนภาพยนตร์ Hollywood ซึ่งเป็นข่าวลือมานานกว่าหนึ่งเดือนแล้ว โดยเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน ทาง Hollywoodพยายามยื่นเรื่องขออนุมัติฉายภาพยนตร์ในจีนในต้นปีหน้า แม้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบของจีนมิได้ระบุชัดเจนว่าไม่อนุมัติ แต่รูปการณ์ก็เป็นไปในลักษณะถูกเตะถ่วงเรื่อง หรือไม่ได้รับการแจ้งตอบกลับมา ความเคลื่อนไหวดังกล่าว เกิดขึ้นในช่วงเดียวกับที่จีนถูกสหรัฐอเมริกา ยื่นฟ้อง องค์การการค้าโลก หรือ WTO ว่า จีนละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเมื่อเดือนเมษายน จึงอาจเป็นการตอบโต้ เนื่องจากการยื่นฟ้อง ย่อมหมายถึงว่า จีนถูกบังคับให้เปิดตลาดให้บริษัทของสหรัฐอเมริกาเข้ามาได้มากขึ้น รวมทั้งถูกกดดันให้เพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา หลังจากมีการปลอมแปลง DVDs ภาพยนตร์ Hollywood แพร่ระบาดตามเมืองใหญ่ ๆ นางซูซาน ชวาป ผู้แทนการค้าของสหรัฐอเมริกาชี้ว่า กรณีจีนได้รับอนุญาตจาก WTO จำกัดการนำเข้าหนังฮอลลิวูด เหลือปีละ 20 เรื่อง เป็นปัจจัยหนึ่ง ที่มีส่วนทำให้ปัญหาการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา ดำเนินต่อไป โดยหากชาวจีนต้องการดูภาพยนตร์ Hollywood และหาดูไม่ได้ที่โรงภาพยนตร์ ก็ต้องไปหาซื้อ DVDs เถื่อน ทั้งนี้ หากจีนสั่งห้ามฉายภาพยนตร์ ในรายงานยังกล่าวว่า ที่ผ่านมา ภาพยนตร์ต่างประเทศถูกจีนเซนเซอร์อย่างหนัก โดย จีนอาจกำลังพยายามปกป้องอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในประเทศของตน เพราะที่ผ่านมาภาพยนตร์ต่างประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภาพยนตร์ ประเด็นที่เป็นข่าวนี้ออกมาจากหนังสือพิมพ์ Herald Tribute และสำนักข่าว Reuter แต่สิ่งทีผมกำลังจะบอกกับเพื่อนๆในฐานะที่อยู่เมืองจีนคือ การจำกัดภาพยนตร์จาก Hollywood จีนทำมานานแล้วแต่ไม่ได้ประกาศเป็นกฎหมาย แต่ใช้คำสั่งทางปากและเป็นแนวทางในการปฎิบัติเหมือนกฎหมายการมีลูกได้คนเดียวของประเทศจีน ใครจะไปเขียนไว้ผิดสนธิสัญญาต่างประเทศหมด ผมยังเข้าใจว่า จำกัดภาพยนตร์ต่างประเทศปีละ 30 เรื่องซะอีก ตัวเลขคลาดเคลื่อนไป 10 เรื่อง เหลือแค่ 20 เรื่อง ไม่รู้สหรัฐอเมริกาไปมุดหัวอยู่ที่ไหนถึงค่อยมาโวยวายเมื่อเสียเปรียบ หรือไม่รู้ธรรมเนียมปฎิบัติของชาวตะวันออก ประเด็นที่อ้างว่า หากชาวจีนต้องการดูภาพยนตร์ Hollywood และหาดูไม่ได้ตามโรงภาพยนตร์ ชาวจีนก็จะไปหาซื้อ DVDs เถื่อน ประเด็นนี้สหรัฐอเมริกาเข้าใจผิดแล้ว ไม่ใช่ภาพยนตร์ การดูภาพยนตร์ของชาวจีนส่วนหนึ่งซื้อ DVDs เถื่อนอย่างที่สหรัฐอเมริกาเข้าใจ แต่วัยรุ่นและคนส่วนใหญ่ชาวจีนจะใช้วิธี Download จาก Website มาดูครับ ซึ่งในประเทศจีนมี Web ประเภท Shareware อยู่ทั่วไป อันเป็นนวัตกรรมที่ชาวตะวันตกคิดขึ้น แล้วชาวจีนก็เอามาใช้เหมือนกัน ไม่กี่วันหลังจากภาพยนตร์ลงโรงหรือพร้อมกับภาพยนตร์ลงโรงก็มีภาพยนตร์ให้ Download แล้ว แถมมี Subtitle ภาษาจีนอีกต่างหาก ภาพยนตร์ที่เขาจะดูจากโรงภาพยนตร์เขาจะดูภาพยนตร์ที่ทุ่มทุนสร้างและเหมาะกับการดูในโรงภาพยนตร์เท่านั้น เพราะค่าตั๋วภาพยนตร์ที่นี่แพงครับ ใบละ 60 หยวน คิอเป็นเงินไทยเท่าไรลองแปลงดู วันธรรมดาวันจันทร์หรือวันอังคารถึงจะมีตั๋วภาพยนตร์ 40 หยวนดู แล้วใครละอยากจะไปชมที่โรงภาพยนตร์ในขณะที่มี Download ฟรีทาง Internet หรือมี DVDs เถื่อนขายแผ่นละ 4-5 หยวน เคยมีบริษัท Columbia Picture มาทำโรงภาพยนตร์ที่เซี่ยงไฮ้ และที่ปักกิ่ง แต่ก็อยู่ไม่ได้ต้องถอนตัวออกไป ขายทิ้งให้แก่เจ้าอื่น เพราะรัฐบาลจีน เคยมีนโยบายเปิดโอกาสให้ชาวจีนได้เป็นผู้ลงทุนในธุรกิจของโรงภาพยนตร์ก่อน โดยรัฐบาลมีเอี่ยว ถึงขนาดใช้ดาวเทียมเป็นตัวส่งสัญญาณภาพยนตร์ไปยังโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ เมื่อเปิดไปทั่วประเทศหรือพร้อมแล้ว จึงจะให้มีการเปิดเสรี เพราะฉะนั้นธุรกิจของโรงภาพยนตร์ส่วนใหญ่จึงอยู่ในมือของชาวจีน ชาวฮ่องกง และชาวไต้หวัน ซึ่งถิอว่าเป็นคนประเทศเดียวกัน และรัฐบาลก็สามารถสั่งได้ โรงภาพยนตร์ที่มีอยู่ในประเทศจีน ปัจจุบันก็ไม่พอรองรับภาพยนตร์จากประเทศจีนเองอยู่แล้ว รวมทั้งภาพยนตร์จากฮ่องกง และไต้หวัน ซึ่งทางจีน เปิดให้ฉายอย่างเสรีเพราะเป็นคนในประเทศเดียวกัน ภาพยนตร์เกาหลี ที่ว่าดังในเอเชีย เป็น Asia Fever ผมไม่เคยเห็นได้ลงโรงสักที มีแต่หาดูกันทาง DVDs อาจจะเป็นเพราะโรงภาพยนตร์น้อย และรัฐบาลจีน ควบคุมอยู่กลายๆ การที่ภาพยนตร์ คิดๆแล้ว คนไทยควรจะหาวิธีดันภาพยนตร์ไทยเข้ามาลุยตลาดประเทศจีนเหมือนกันนะครับ แต่ละครหลังข่าวของประเทศไทยอย่าเอาเข้ามาเลย เพราะละครน้ำเน่าของประเทศจีนก็เน่าพอๆกับละครไทย เขาเรียกว่า วิสัยทัศน์เอเชียมันสื่อถึงกัน จบแบบนี้ได้ไงก็ไม่รู้... |
| 梅艳芳 - 女人花.mp3 |