• Jui
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nopprasornn@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-11
  • จำนวนเรื่อง : 165
  • จำนวนผู้ชม : 59272
  • จำนวนผู้โหวต : 354
  • ส่ง msg :
<< ธันวาคม 2007 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



วันจันทร์ ที่ 17 ธันวาคม 2550
ทำไมภาพยนตร์ Hollywood ตีตลาดเมืองจีนไม่แตก...
Posted by Jui , ผู้อ่าน : 594 , 07:44:25 น.   | หมวดหมู่ : ชีวิตในเมืองจีน  
พิมพ์หน้านี้


梅艳芳 - 女人花.mp3

ทำไมภาพยนตร์ Hollywood ตีตลาดเมืองจีนไม่แตก...

เข้ามาสู่รายงานข่าวจากประเทศจีนอีกครั้ง หลังจากอ่านข่าวเรื่อง “การประชุมยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศจีนและสหรัฐอเมริกา ครั้งที่ ณ.ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ระหว่างนายคาร์ลอส กูเตียร์เรซ (Carlos Gutierrez) รัฐมนตรีว่าการกระทรางพาณิชย์ของ สหรัฐอเมริกาและคณะ กับ มาดามอู๋อี๋ (Wuyi) รองประธานาธิบดีของประเทศจีน และคณะ ซึ่งเริ่มต้นเมื่อวันอังคารที่ 11 ธันวาคม 2007 จนถึงวันพฤหัสที่ 13 ธันวาคม 2007 ประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายได้ข้อสรุปร่วมกันคือ สองชาติจับมือร่วมมือกันแก้ปัญหากระแสแห่งแห่งความรู้สึกระหว่างสองประเทศ โดยการสร้างนวัตกรรม มีส่วนร่วมกับโลก การแข่งขัน และสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้มากขึ้น โดยทั้งสองประเทศจะดูแลด้านการควบคุณภาพอาหาร การท่องเที่ยว พลังงานสะอาด แต่ที่ยังตกลงกันไม่ได้ก็คือ ประเด็นของค่าเงินหยวน และ การเกินดุลการค้าของจีนที่เป็นปัญหามายาวนาน

อีกประเด็นหนึ่งที่มีการหยิบยกขึ้นมาพูดจากทางสหรัฐอเมริกา คือ ข้อพิพาทเรื่องที่จีนแบนการฉายภาพยนตร์Hollywood หลังผู้บริหารวงการภาพยนตร์จาก Hollywood ระบุว่า จีนเริ่มสั่งห้ามฉายภาพยนตร์ Hollywood เพื่อตอบโต้กับสหรัฐอเมริกา หลังสหรัฐอเมริกาฟ้อง WTO เรื่องจีนละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา

ตามข่าวรายงานว่า บรรดาผู้บริหารของวงการ Hollywood ต่างรู้สึกกังวลต่อข่าวที่ว่า ทางการจีนได้แบนภาพยนตร์ Hollywood ซึ่งเป็นข่าวลือมานานกว่าหนึ่งเดือนแล้ว โดยเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน ทาง Hollywoodพยายามยื่นเรื่องขออนุมัติฉายภาพยนตร์ในจีนในต้นปีหน้า แม้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบของจีนมิได้ระบุชัดเจนว่าไม่อนุมัติ แต่รูปการณ์ก็เป็นไปในลักษณะถูกเตะถ่วงเรื่อง หรือไม่ได้รับการแจ้งตอบกลับมา ความเคลื่อนไหวดังกล่าว เกิดขึ้นในช่วงเดียวกับที่จีนถูกสหรัฐอเมริกา ยื่นฟ้อง องค์การการค้าโลก หรือ WTO ว่า จีนละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเมื่อเดือนเมษายน จึงอาจเป็นการตอบโต้ เนื่องจากการยื่นฟ้อง ย่อมหมายถึงว่า จีนถูกบังคับให้เปิดตลาดให้บริษัทของสหรัฐอเมริกาเข้ามาได้มากขึ้น รวมทั้งถูกกดดันให้เพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา หลังจากมีการปลอมแปลง DVDs ภาพยนตร์ Hollywood แพร่ระบาดตามเมืองใหญ่ ๆ

นางซูซาน ชวาป ผู้แทนการค้าของสหรัฐอเมริกาชี้ว่า กรณีจีนได้รับอนุญาตจาก WTO จำกัดการนำเข้าหนังฮอลลิวูด เหลือปีละ 20 เรื่อง เป็นปัจจัยหนึ่ง ที่มีส่วนทำให้ปัญหาการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา ดำเนินต่อไป โดยหากชาวจีนต้องการดูภาพยนตร์ Hollywood และหาดูไม่ได้ที่โรงภาพยนตร์ ก็ต้องไปหาซื้อ DVDs เถื่อน ทั้งนี้ หากจีนสั่งห้ามฉายภาพยนตร์ Hollywood เรื่องใหม่ ๆ ในช่วงอีก 3-4 เดือนข้างหน้าจริง ก็จะเป็นเรื่องร้ายแรง ที่สหรัฐอเมริกาต้องต่อสู้อย่างเต็มที่

ในรายงานยังกล่าวว่า ที่ผ่านมา ภาพยนตร์ต่างประเทศถูกจีนเซนเซอร์อย่างหนัก โดย จีนอาจกำลังพยายามปกป้องอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในประเทศของตน เพราะที่ผ่านมาภาพยนตร์ต่างประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภาพยนตร์ Hollywood ทำรายได้เกือบครึ่งหนึ่งของรายได้จากการขายตั๋วภาพยนตร์ของจีน โดยในปีที่แล้ว มีรายได้สูงถึง 350 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และในปีนี้ภาพยนตร์เรื่อง เดอะ ทรานส์ฟอร์เมอร์ส (The Transformers) ทำรายได้อันดับหนึ่ง

ประเด็นที่เป็นข่าวนี้ออกมาจากหนังสือพิมพ์ Herald Tribute และสำนักข่าว Reuter แต่สิ่งทีผมกำลังจะบอกกับเพื่อนๆในฐานะที่อยู่เมืองจีนคือ การจำกัดภาพยนตร์จาก Hollywood จีนทำมานานแล้วแต่ไม่ได้ประกาศเป็นกฎหมาย แต่ใช้คำสั่งทางปากและเป็นแนวทางในการปฎิบัติเหมือนกฎหมายการมีลูกได้คนเดียวของประเทศจีน ใครจะไปเขียนไว้ผิดสนธิสัญญาต่างประเทศหมด ผมยังเข้าใจว่า จำกัดภาพยนตร์ต่างประเทศปีละ 30 เรื่องซะอีก ตัวเลขคลาดเคลื่อนไป 10 เรื่อง เหลือแค่ 20 เรื่อง ไม่รู้สหรัฐอเมริกาไปมุดหัวอยู่ที่ไหนถึงค่อยมาโวยวายเมื่อเสียเปรียบ หรือไม่รู้ธรรมเนียมปฎิบัติของชาวตะวันออก

ประเด็นที่อ้างว่า หากชาวจีนต้องการดูภาพยนตร์ Hollywood และหาดูไม่ได้ตามโรงภาพยนตร์ ชาวจีนก็จะไปหาซื้อ DVDs เถื่อน ประเด็นนี้สหรัฐอเมริกาเข้าใจผิดแล้ว ไม่ใช่ภาพยนตร์ Hollywood ทุกเรื่องที่จะทำเงิน ชาวจีน ชอบดูภาพยนตร์ Form ใหญ่ๆหรืออภินิหารจากตะวันตก แต่ถ้าเป็นภาพยนตร์รัก บู๊ หรือภาพยนตร์ชีวิต ภาพยนตร์จากทางฮ่องกง เกาหลี ไต้หวัน และญี่ปุ่น เป็นที่นิยมในประเทศจีน เพราะคนหน้าตาคล้ายๆกัน และ Idol ของเขาก็เป็นคนในย่านนี้

การดูภาพยนตร์ของชาวจีนส่วนหนึ่งซื้อ DVDs เถื่อนอย่างที่สหรัฐอเมริกาเข้าใจ แต่วัยรุ่นและคนส่วนใหญ่ชาวจีนจะใช้วิธี Download จาก Website มาดูครับ ซึ่งในประเทศจีนมี Web ประเภท Shareware อยู่ทั่วไป อันเป็นนวัตกรรมที่ชาวตะวันตกคิดขึ้น แล้วชาวจีนก็เอามาใช้เหมือนกัน ไม่กี่วันหลังจากภาพยนตร์ลงโรงหรือพร้อมกับภาพยนตร์ลงโรงก็มีภาพยนตร์ให้ Download แล้ว แถมมี Subtitle ภาษาจีนอีกต่างหาก ภาพยนตร์ที่เขาจะดูจากโรงภาพยนตร์เขาจะดูภาพยนตร์ที่ทุ่มทุนสร้างและเหมาะกับการดูในโรงภาพยนตร์เท่านั้น เพราะค่าตั๋วภาพยนตร์ที่นี่แพงครับ ใบละ 60 หยวน คิอเป็นเงินไทยเท่าไรลองแปลงดู วันธรรมดาวันจันทร์หรือวันอังคารถึงจะมีตั๋วภาพยนตร์ 40 หยวนดู แล้วใครละอยากจะไปชมที่โรงภาพยนตร์ในขณะที่มี Download ฟรีทาง Internet หรือมี DVDs เถื่อนขายแผ่นละ 4-5 หยวน

เคยมีบริษัท Columbia Picture มาทำโรงภาพยนตร์ที่เซี่ยงไฮ้ และที่ปักกิ่ง แต่ก็อยู่ไม่ได้ต้องถอนตัวออกไป ขายทิ้งให้แก่เจ้าอื่น เพราะรัฐบาลจีน เคยมีนโยบายเปิดโอกาสให้ชาวจีนได้เป็นผู้ลงทุนในธุรกิจของโรงภาพยนตร์ก่อน โดยรัฐบาลมีเอี่ยว ถึงขนาดใช้ดาวเทียมเป็นตัวส่งสัญญาณภาพยนตร์ไปยังโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ เมื่อเปิดไปทั่วประเทศหรือพร้อมแล้ว จึงจะให้มีการเปิดเสรี เพราะฉะนั้นธุรกิจของโรงภาพยนตร์ส่วนใหญ่จึงอยู่ในมือของชาวจีน ชาวฮ่องกง และชาวไต้หวัน ซึ่งถิอว่าเป็นคนประเทศเดียวกัน และรัฐบาลก็สามารถสั่งได้

โรงภาพยนตร์ที่มีอยู่ในประเทศจีน ปัจจุบันก็ไม่พอรองรับภาพยนตร์จากประเทศจีนเองอยู่แล้ว รวมทั้งภาพยนตร์จากฮ่องกง และไต้หวัน ซึ่งทางจีน เปิดให้ฉายอย่างเสรีเพราะเป็นคนในประเทศเดียวกัน ภาพยนตร์เกาหลี ที่ว่าดังในเอเชีย เป็น Asia Fever ผมไม่เคยเห็นได้ลงโรงสักที มีแต่หาดูกันทาง DVDs อาจจะเป็นเพราะโรงภาพยนตร์น้อย และรัฐบาลจีน ควบคุมอยู่กลายๆ

การที่ภาพยนตร์ Hollywood จะมาตีตลาดในประเทศจีน ผมว่าต้องคิดเยอะกว่านี้ ถ้าเป็นภาพยนตร์ Form ใหญ่แล้วจับดาราจีนที่เป็น Magnet ไปเล่นก็ยังใช้ได้ แต่ภาพยนตร์อเมริกาแท้ๆผมว่ายาก เพราะอย่างไรวิถีชีวิต และ Culture ไม่เหมือนกัน บางทีคนจีน ก้รับวิธีถ่ายทอดแบบนี้ไม่ได้เหมือนกัน ดูจากภาพยนตร์ The Departs ของ Martin Scorsese ที่เลียนแบบภาพยนตร์เรื่อง Internal Affair ภาพยนตร์ฮ่องกงของ หลิวเต๋อหัว ที่แสดงร่วมกับ เหลียงเฉาเหว่ย ยังมาล้มไม่เป็นท่าในโรงภาพยนตร์ประเทศจีน

คิดๆแล้ว คนไทยควรจะหาวิธีดันภาพยนตร์ไทยเข้ามาลุยตลาดประเทศจีนเหมือนกันนะครับ แต่ละครหลังข่าวของประเทศไทยอย่าเอาเข้ามาเลย เพราะละครน้ำเน่าของประเทศจีนก็เน่าพอๆกับละครไทย เขาเรียกว่า วิสัยทัศน์เอเชียมันสื่อถึงกัน จบแบบนี้ได้ไงก็ไม่รู้... 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 56
คนเล่าเรื่อง วันที่ : 25/12/2007 เวลา : 11.16 น.
http://www.oknation.net/blog/daniel

หนังจีนมีเอกลักษณ์ของตัวเองมาจากหนังฮ่องกงแหละครับ เพราะทางชอว์บราเดอร์ได้สร้างหนังจีนโดยใช้รูปแบบเฉพาะตัวของสังคมและวรรณกรรมจีนมาใช้ แล้วก็อย่างที่บอกครับ คนจีนมีอยู่ทั่วโลก ในประเทศไทยยิ่งเยอะ หนังฮ่องกงจึงขายได้เป็นอย่างมาก
ส่วหนังจีนจากแผ่นดินใหญ่นั้น ดูไม่ค่อยสนุกเลยละครับ คงเป็นเพราะรสนิยมของเขาไม่เป็นอย่างนั้น
พอฮ่องกงกลับสู่การปกครองของจีน หนังจีนจึงได้เกิดการผสมผสานหนังฮ่องกงจนเป็นอย่างที่เห็นในปัจจุบัน
ส่วนหนังไทยครับ ดีมากขึ้นในแง่โปรดักชั่น การกำกับศิลป์ การถ่ายภาพ และเสียง แต่เนื้อหาไม่ได้มีพัฒนาการไปสักเท่าไร ยังวนเวียนอยู่กับการระเบิดภูเขา เผากระท่อม กล่อมผี ขยี้ต่อมฮาอยู่นั่นแหละครับ
ความคิดเห็นที่ 55
piggylin วันที่ : 22/12/2007 เวลา : 10.49 น.
http://www.oknation.net/blog/piggylin

แต่ก็เห็นว่าตั้งแต่ซีรีเกาหลี ฟีเวอร์ ละครไทย ก็เริ่มปรับตัวกันแล้วนี่
ส่วนภาพยนตร์ไทย ผู้กำกับไทยไม่เป็นรองใครอยู่แล้ว น่าจะเจาะตลาดเอเชียหาเงินเข้าประเทศให้มากๆจะดีกว่านะ
ความคิดเห็นที่ 54
piggylin วันที่ : 22/12/2007 เวลา : 10.46 น.
http://www.oknation.net/blog/piggylin

ถึงละครจีน ไทย เอเชีย เกาหลี จะเน่า ก็เน่าคนละแบบ
จะเน่าแบบพอรับได้คือหาสาระได้
กับเน่าสนิท แบบละครไทยหาสาระไม่ได้ ที่มีแต่กรี๊ด ตบตีแย่งผู้ชาย /ผู้หญิง พระเอก นางเอกรวยมาจากอาชีพไหนก็ไม่รู้ ไม่เห็นทำงานทำการกันเลย เป็นต้น
ความคิดเห็นที่ 53
red_ant วันที่ : 21/12/2007 เวลา : 20.10 น.
http://www.oknation.net/blog/captant
 Iไม่เคืองแค้นน้อยใจในโชคชะตา...ไม่เสียดายชีวาถ้าสิ้นไปI

Oขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆครับ
Oภาพยนต์ เดอะ ทรานส์ฟอร์เมอร์ส ผมก้ไม่เห็นมีอะไรน่าประทับใจ แค่เทคนิคดีแค่นั้น
Oส่วนหนังไทย มีทำดีๆออกมาเยอะเหมือนกันนะครับ แต่ต้องมีการส่งเสริมแล้วทำให้เป็นสากลหน่อย ไม่ใช่หวังแต่ตลาดในประเทศไทย พวกตบจูบๆๆ เลิกได้แล้ว
ความคิดเห็นที่ 52
หมีปิศาจ วันที่ : 19/12/2007 เวลา : 18.02 น.
http://www.oknation.net/blog/mee104
ขอบคุณสำหรับทุกความเห็น ช่วยแนะนำมือใหม่หัดเขียนด้วยครับ

ขอบคุณครับ นี่เองสาเหตุที่แท้จริง

นอกจากอเมริกาจะต้องเพิ่มการค้นคว้าด้านข่าวกรองทางวัฒนธรรมตามที่พี่เรือรบกล่าวถึงแล้ว

อเมริกาต้องรีบทำความเข้าใจโดยด่วนกับ วิสัยทัศน์เอเชีย ว่าเป็นอย่างไร?
และมันสื่อถึงกันได้อย่างไร? ด้วยแล้วมั้งครับ
ความคิดเห็นที่ 51
TaTee วันที่ : 19/12/2007 เวลา : 13.28 น.
http://www.oknation.net/blog/poo

ผมชอบจีนตรงที่ไม่ยอมให้ชาวตะวันตก (โดยเฉพาะอเมริกา) มาเอาเปรียบหรือยัดเยียดอะไรให้ง่ายๆอย่างพี่ไทยเรา
ความคิดเห็นที่ 50
chalee วันที่ : 19/12/2007 เวลา : 13.18 น.
http://www.oknation.net/blog/chalee
  This land taught me the value of life.   

คนจีนเขาทำเพื่อประเทศของเขา ซึ่งเป็นวิธีที่ดีมาก
เราถูกตะวันตก เบียดเบียนมานาน เอาเปรียบมานาน
พี่จีนเป็นผู้นำในการที่เราควรเอาเป็นแบบอย่าง
ในการปกป้องอุสหกรรมหนังในประเทศ

คนไทยมีดีหลายอย่างนะคุณพี่
แต่คนไทยกลับชอบของนอก อะ
เสียดาย

ที่จริงหนังไทยคุณภาพก็มีมากมายแล้วนะ
แต่คนไทยก็ไม่ค่อยสนับสนุนกันเองเท่าไหร่เลย

"ชาลี"
http://www.oknation.net/blog/chalee2
ความคิดเห็นที่ 49
ธมลวรรณ วันที่ : 19/12/2007 เวลา : 06.49 น.
http://www.oknation.net/blog/tamonwan
เรียนรู้เพื่ออยู่และรักอย่างรู้คุณค่า

วันนี้ได้ความรู้ใหม่ ๆ ดีๆ อีกแล้ว
น่าจะเป็นเช่นนั้นจริง ๆ
จีนก็อยากให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์ของตนเองทำรายได้มากที่สุด และโอกาสดาวน์โหลดหนังที่ชอบมาก ๆ
ของเด็กรุ่นใหม่ๆก็ทำได้อีก
.
และถ้าวัฒนธรรม วิถีชีวิตใกล้เคียงกับไทย น่าที่ไทยจะไปตีตลาดที่นั่นบ้าง หนังดี ๆและดีมาก ๆ ก็มีหลายเรื่องนะคะ
.
ความคิดเห็นที่ 48
นักข่าวเกียร์ว่าง วันที่ : 18/12/2007 เวลา : 22.28 น.
http://www.oknation.net/blog/reporter2526
"อยากเป็นนักเขียน ต้องหัดตั้งไข่จากการเขียน"

เอาพวกหนังตลกไทยไปก็จะกลายเป็นว่า

คนไทยชอบขายแต่คำหยาบ
ความคิดเห็นที่ 47
hathai วันที่ : 18/12/2007 เวลา : 19.02 น.
http://www.oknation.net/blog/hathai

ถึงบ้านหรือยังเฮีย
ความคิดเห็นที่ 46
เจเจค่ะ วันที่ : 18/12/2007 เวลา : 17.27 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
ยังไม่ได้ฤกษ์อัพบล๊อกอ่ะค่ะ..... 





ความคิดเห็นที่ 45
Bon วันที่ : 18/12/2007 เวลา : 14.56 น.
http://www.oknation.net/blog/impel

อืม มันเป็นอย่างนี้นี่เอง แต่เรื่องลิขสิทธิ์นี่หยุดละเมิดกันทีเถอะ
ความคิดเห็นที่ 44
รอยยิ้มจางๆ วันที่ : 18/12/2007 เวลา : 14.05 น.
http://www.oknation.net/blog/wana22
บ้าน ของ หัวใจ

แวะมาขอบคุณครับ
ความคิดเห็นที่ 43
ญิ่งณัฐ วันที่ : 18/12/2007 เวลา : 12.59 น.
http://www.oknation.net/blog/uranus
บ้าน ญิ๋งณัฐ ยินดีเป็นมิตร ค่ะ


** หวัดดีค่ะ อาจารย์ **

..ชอบบทความที่จุ้ย นำเสนอ

..ชอบความคิดผู้นำจีน

..ชอบดูหนังจีนชุด (บางเรื่อง)

..ชอบหม่ำอาหารจีน

..ชอบอากาศเมืองจีน

..ชอบคนจีนที่อยู่ในเมืองไทย

..ชอบคนไทยที่อยู่เมืองจีน

.......แล้ว ใครจะชอบเรา หว่า .......
ความคิดเห็นที่ 42
ตะวัน..ที่ปลายฟ้า วันที่ : 18/12/2007 เวลา : 12.13 น.
http://www.oknation.net/blog/Plaifah

วันก่อนดูรายการเกี่ยวกับการทำหนังสั้นในเมืองไทย

คนไทยก้อมีฝีมือนะคะ แต่อย่างว่าเนื้อหา แนวคิด ก้ออาจไม่ต่างกันมากนัก สำหรับโซนเอเซียน่ะค่ะ ความชอบเป็นปัจเจคบุคคลค่ะ ไม่ว่ากัน

ถือเป็นการหาความสำราญให้ชีวิตกันไปค่ะ
ความคิดเห็นที่ 41
ตะวัน..ที่ปลายฟ้า วันที่ : 18/12/2007 เวลา : 12.13 น.
http://www.oknation.net/blog/Plaifah

วันก่อนดูรายการเกี่ยวกับการทำหนังสั้นในเมืองไทย

คนไทยก้อมีฝีมือนะคะ แต่อย่างว่าเนื้อหา แนวคิด ก้ออาจไม่ต่างกันมากนัก สำหรับโซนเอเซียน่ะค่ะ ความชอบเป็นปัจเจคบุคคลค่ะ ไม่ว่ากัน

ถือเป็นการหาความสำราญให้ชีวิตกันไปค่ะ
ความคิดเห็นที่ 40
เสือจุ่น วันที่ : 18/12/2007 เวลา : 11.52 น.
http://www.oknation.net/blog/tigerjun
Life is like a box of chocolates... you never know what you're gonna get...Forest Gump 

เขาว่ากันว่า

ที่ฮอลลีวูด เข้าถึงจีนไม่ได้

เพราะว่า ดีวีดี มาถึงไวกว่า
ความคิดเห็นที่ 39
พระจันทร์ วันที่ : 18/12/2007 เวลา : 03.57 น.
http://www.oknation.net/blog/sasithorn
เพราะเชื่อว่า...โลกนี้ไม่มีความบังเอิญ...รู้หรือไม่รู้...เท่านั้นเอง

...อ่านแล้วชอบผู้นำจีนค่ะ...

พระจันทร์
ความคิดเห็นที่ 38
ก้อนหินรูปหมู วันที่ : 18/12/2007 เวลา : 03.32 น.
http://www.oknation.net/blog/piglet22

ข้าพเจ้าชอบดูหนังมั่กๆ

มีคว่มสุขมั่กๆนะค่ะ
ความคิดเห็นที่ 37
MoneyPenny วันที่ : 18/12/2007 เวลา : 02.28 น.
http://www.oknation.net/blog/moneypenny
If you like me...run away now!

คุณจุ้ยคะ ก็ขนาดฟอร์มใหญ่อย่างฮอลลีวูดยังดันไม่เข้า พี่ไทยจะทำไงได้ล่ะคะ แล้วบอลลีวูดในเมืองจีนล่ะคะ เป็นไงบ้าง ได้รับการตอบรับดีมั้ยคะ
ความคิดเห็นที่ 36
หมวยนรกไม่ชอบยกล้อ วันที่ : 18/12/2007 เวลา : 01.33 น.
http://www.oknation.net/blog/human-error-story


ท่าทางเฮีย...คงจะชอบดูหนัง
เยอะเนอะ....
เอ...ละครจีนก็เน่าด้วยเหรอ...

แวะมาโหวต...นะ...ขอแปะป้ายหน่อยนะ จ๊ะ
ความคิดเห็นที่ 35
คุณนายจำเป็น.. วันที่ : 18/12/2007 เวลา : 01.08 น.
http://www.oknation.net/blog/ClubOffit

เมกาก็มีหนังน้ำเน่าเหมือนกันเลย
อิอิ

เมื่อก่อนมีพี่คนหนึ่งบอกมาล่ะ
ความคิดเห็นที่ 34
misskiss วันที่ : 17/12/2007 เวลา : 20.51 น.
http://www.oknation.net/blog/misskiss

หนังไทยที่ดีๆก็มีเยอะนะคะ
ใช่ว่าจะน้ำเน่าเสมอไป
ความคิดเห็นที่ 33
ฟางเยี่ยหวี วันที่ : 17/12/2007 เวลา : 20.46 น.
http://www.oknation.net/blog/fangyaivee
" ไม่มีที่อยู่ สำหรับคนอ่อนแอ "

จีนผมยอมรับ เรื่องวัฒนธรรมของ ครับ
หากจีน หันไปสร้างหนัง แนวยุโรป ทิ้งเอกลักษณ์เดิมไป ก็เรื่องน่าเสียดายมากๆ ครับ
โดยส่วนตัวผมเอง ชอบดูหนังจีน ครับ คือ ดูง่าย ให้อารมย์ ความรู้สึกดีกว่า หนัง ยุโรป ครับ บทเคร้า ร้องไห้ เราดูไปก็ แทบๆ น้ำตา ไหลไปกับด้วยจริง บทบู้ ก็ สู้ตาย ไว้เกียติไว้ลายดีครับ
เหมือนเรื่อง ผ้หญิงข้าใครอย่าเตะ อย่างนี้ ชอบครับ และผมเองก็ เสียดาย เฉินหลง คับ ที่ไปทำหนัง แนว ยุโรบ มากไป ครับ ทำแบบ หนังจีน กำลังภายในดีกว่า ครับ

อาจเป็นเพราะผมเป็นชอบอ่าน นิยายจีน กำลังภายในด้วยนะครับ เรียกว่า เงินผมหมด กลับซื้อนิยายจีน แนวนี้ ไปเยอะมากๆ ครับ อ่านแล้วอ่านอีก ไม่เบื่อ ครบ มันๆ ดี ครบ
ความคิดเห็นที่ 32
ญาใจ วันที่ : 17/12/2007 เวลา : 20.29 น.
http://www.oknation.net/blog/yahyy
@...ก็แค่อยากร้องไห้บ้างในบางครั้ง...@

มาส่ง Tag ค่ะ
ไม่รอด
http://www.oknation.net/blog/yahyy/2007/12/17/entry-2
ความคิดเห็นที่ 31
nobody007 วันที่ : 17/12/2007 เวลา : 19.56 น.
http://www.oknation.net/blog/nobody007
The slower u go, the more u see the movement of life. ; ) :M.M. Prishvin. 


เขาเรียกว่า วิสัยทัศน์เอเชียมันสื่อถึงกัน จบแบบนี้ได้ไงก็ไม่รู้...
--------------------
++ หึหึ ++
ความคิดเห็นที่ 30
apooh วันที่ : 17/12/2007 เวลา : 18.55 น.
http://www.oknation.net/blog/bedtaled
ในบางคราความรู้สึกที่ลึกล้ำ เหยียบย่ำย้ำในหัวใจเศร้า เมื่อมองเห็นเส้นทางระหว่างเรา เงียบเหงา ว้าเหว่วังเวงจำ (ดั่งดวงหฤทัย) : ทมยันตี

มิน่าล่ะคะ !!
ผู้นำเขาแข็งกว่า น่ะเอง ทั้งใจแข็งและคิดแข็งด้วย
ความคิดเห็นที่ 29
ThailandNeverDie วันที่ : 17/12/2007 เวลา : 18.53 น.
http://www.oknation.net/blog/thailandneverdie

มันมีหลายเรื่อง หลายมุม ซึ่งเป็นเรื่องของความรู้สึกและวัฒนธรรมอันแตกต่างตามที่พี่บอก

ความรู้สึก และ Idol มันไม่ใช่ ผลก็เลยออกมาแบบนี้ คงอีกนานครับพี่กว่าจะตีเมืองจีนแตก....

ดูการเมืองไทยซิครับ ยัดเยียดแล้วยัดเยียดอีก คงคิดว่าคนไทยโง่ทั้งประเทศ....วกมาตอบงี้ได้งัย งง
ความคิดเห็นที่ 28
กิต วันที่ : 17/12/2007 เวลา : 17.57 น.
http://www.oknation.net/blog/kit2550
สิ่งที่ยังไม่รู้........ยังมีอีกเยอะขอบคุณทุกท่าน....ที่นำเรื่องที่ยังไม่รู้...แบ่งปันกันรู้

อืม
ครับ


ความคิดเห็นที่ 27
chedtha วันที่ : 17/12/2007 เวลา : 17.45 น.