| << | ธันวาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||
พิมพ์หน้านี้
|
ส่งท้ายปีเก่า...ต้อนรับปีใหม่ 2008
หลังจากที่แช่บ้านไว้นานหลังจากกลับจากประเทศไทย เพราะต้องเคลียร์งานทั้งหมดให้เสร็จก่อนวันหยุดต้อนรับปีใหม่ 2551 หรือ 2008 ที่กำลังมาถึงนี้เป็นเวลา 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2007 ถึง วันที่ 1 มกราคม 2008 เพราะที่ประเทศจีนจะไปหยุดยาวกันจริงในเทศกาลตรุษจีน ช่วงนั้นผมถึงมีโอกาสได้หยุดยาวและอยู่ประเทศไทยสองสัปดาห์ กลับมาจากประเทศไทยผมต้องรีบจองตั๋วเครื่องบินกลับประเทศไทยในเทศกาลตรุษจีน เหตุผลก็คือ ในเทศกาลนี้คนจีนจะวางแผนเดินทางกลับบ้านเกิดเพื่อกลับไปเยี่ยมและฉลองกับพ่อแม่ญาติพี่น้อง หรือบางคนก็เตรียมตัวเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศกันซึ่งต้องจองตั๋วโดยสารกันเป็นเดือนๆเลยทีเดียว เนื่องจากเป็นเทศกาลที่มีวันหยุดยาวเป็นอาทิตย์ ประกอบกับปีนี้รัฐบาลกลางของประเทศจีนได้ยกเลิกให้ วันแรงงาน เป็นวันหยุดยาว 1 สัปดาห์ เหลือแค่ 3 วัน ซึ่งปกติวันหยุดยาวในประเทศจีนจะมีอยู่ 3 ครั้ง คือ เทศกาลตรุษจีน วันแรงงานแห่งชาติ และ วันชาติจีน ทำให้คนจีนหันมาจองตั๋วเครื่องบินโดยสารเพื่อไปเที่ยวในเทศกาลตรุษจีนนี้ ตอนนี้ราคาตั๋วเครื่องบินที่จะเดินทางจากประเทศจีนมาสู่ประเทศไทยในเทศกาลตรุษจีน ราคาเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าแล้ว เนื่องจากมีคนจีนที่อยากมาเที่ยวประเทศไทยเป็นจำนวนมากในช่วงเทศกาลนี้กันมาก และตอนนี้ถ้าสำรองที่นั่งจะได้ประมาณวันที่ 30 มกราคม 2008 กันแล้ว วันหลังจากวันนี้ที่นั่งเต็มหมด เกือบทุกสายการบิน แม้แต่การบินไทยยังขายตั๋วเครื่องบินเต็มราคาไม่มีลดราคา ช่วงนี้ในประเทศจีนกำลังประสพปัญหาเรื่อง ค่าครองชีพที่มีราคาแพง เนื่องจากการเจริญเติบโตของประเทศจีนที่รุกหน้าไปอย่างรวดเร็ว ราคาข้าวปลาอาหารที่รัฐบาลพยายามจะควบคุมเพิ่มขึ้น 14.8% โดยเฉพาะราคาเนื้อหมูที่แพงจนรัฐบาลเอาไม่อยู่แต่พยายามจะควบคุมเพราะในฤดูหนาวมีคนต้องการซื้อเนื้อหมูบริโภคเพิ่มขึ้น ตอนนี้ค่าเงินเฟ้อในเมืองเซี่ยงไฮ้ อยู่ที่ 6.9% วิกฤตเนื้อหมูขาดตลาดเป็นมาตั้งแต่กลางปีนี้แล้ว และจะขยายไปจนถึงปีหน้า 2008 เนื่องจากราคาเนื้อหมูเคยตกในปี 2005 จนผู้เลี้ยงหมูคนจีนขาดทุนและเลิกเลี้ยงไปเป็นจำนวนมาก ประกอบกับมาเจอโรคหูเปื่อยระบาดในหมูในปี 2006 จนทำให้หมูล้มตายไปเป็นจำนวนมาก จึงเกิดภาวะขาดแคลนเนื้อหมูมาจนถึงปัจจุบันและจะขยายไปในอนาคต อย่างไรเกษตรกรคนไทยควรพิจารณาดูว่า พอมีลู่ทางเอาเนื้อหมูมาขายประเทศจีนไหม โดยเฉพาะเมืองใหญ่ๆในประเทศจีน เมื่อพูดถึงเมืองเซี่ยงไฮ้ ที่ผมอยู่ เมื่อสองวันก่อนมีการประกาศจาก The 2007 Chinese Cities Competitiveness Billboard ว่าเมืองเซี่ยงไฮ้เป็นเมืองที่มีศักยภาพในการแข่งขันเป็นอันดับที่ 2 ของประเทศจีน รองจาก ฮ่องกง โดยประเมินจากทางด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม 5 อันดับในการจัดอันดับไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากปีที่แล้ว อันดับหนึ่ง คือ ฮ่องกง อันดับสอง คือ เซี่ยงไฮ้ อันดับสาม คือ ปักกิ่ง อันดับสี่ คือ เซิ่นเจิ้น อันดับห้า คือ ไทเป ของ ไต้หวัน ซึ่งประเทศจีนถือว่า เป็นส่วนหนึ่งของประเทศจีน เมืองเซี่ยงไฮ้ ถูกจัดอันดับอยู่ในหนึ่งในสามของเมืองที่มีศักยภาพในการแข่งขันตั้งแต่มีการตั้งแต่มีการตั้งหน่วยงานจัดอันดับนี้ขึ้นมาในปี 2002 ตอนนี้เมือง เซิ่นเจิ้น เป็นเมืองที่มีพัฒนาการในการแข่งขันมากที่สุด ฮ่องกง มีการพัฒนาตกลงไปเนื่องจากการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วในจีนแผ่นดินใหญ่ แต่อย่างไรก็ดี ฮ่องกง ยังเป็นเมืองที่เข้มแข้งในการเป็นเมืองที่มีศักยภาพในการแข่งขันโดยภาพรวม ฮ่องกง และเซิ่นเจิ้น ยังเป็นเมืองที่มีโอกาสในการเป็น Intercity Cooperation เนื่องจากทั้งสองเมืองอยู่ติดกัน และเชื่อมติดกันทางด้านเศรษฐกิจ และรัฐบาลจีนวางแผนให้ทั้งสองเมืองนี้กลายเป็น International Metropolis ซึ่งจะแซงหน้า กรุงลอนดอน ของประเทศอังกฤษ ในปี 2020 ฮ่องกง ยังเป็นเมืองที่เป็น เห็นอย่างนี้แล้วอยากให้รัฐบาลไทยมาประเมินศักยภาพของเมืองในประเทศไทยแต่ละเมือง เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์ในการแข่งขันกับต่างประเทศบ้างจังเลย ประเทศจีนเขาพึ่งเปิดประเทศไม่ถึง 20 ปี แต่การวางยุทธศาสตร์ของประเทศเขาไปไกลกว่าเราแล้วอย่างตามไม่ติด นักคิดของประเทศไทยเราก็มีจำนวนมาก มาช่วยกันคิดช่วยกันสร้างประเทศไทยเรากันดีกว่า ในปีใหม่ 2008 ที่จะมาถึงนี้
สุดท้ายนี้ในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ 2008 ที่กำลังมาถึงขอให้เพื่อนๆชาวโอเคเนชั่นทุกคนประสพความสุข สมหวังทุกประการ ปราศจากโรคภัย อุบัติเหตุทั้งปวง ให้เจริญทั้ง อายุ วรรณะ สุขะ พละ ส่วนผมคงจะเลียนแบบ ท่านมะอึก ไปทบทวนและพิจารณาตัวเองของชีวิตที่ใช้มาหนึ่งปีในปี 2007 และวางแผนใช้ชีวิตในปีใหม่ปีหน้าที่จะมาถึง....
|