| << | มกราคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||
พิมพ์หน้านี้
|
ปัญหาที่มากับ GDP ที่ประเทศจีน
ดังได้เคยบอกและรู้เห็นกันทั่วไปว่าตัวเลข GDP หรือที่เรียกว่า ความเจริญเติบโตของประเทศจีนอยู่ในระดับประมาณ 10-11% มาประมาณ 5-6 ปีแล้วเป็นอย่างน้อย เป็นประเทศที่มีการเจริญพัฒนาติดอันดับหนึ่งของโลกมาหลายปีและไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ประเทศต่างๆก็หวังเข้ามาลงทุนในประเทศจีน เพื่อจะขอแบ่ง Cake ในความสำเร็จของการพัฒนานี้ แต่สิ่งที่ทุกคนไม่เคยรู้และวิเคราะห์ลงไปลึกๆนั้นคือ ปัญหาพื้นฐานที่มากับการเจริญเติบโตในประเทศจีน ซึ่งจะเป็นปัญหาใหญ่ในอนาคต มีนักวิเคราะห์คนหนึ่งซึ่งเป็น ดอกเตอร์ชาวจีน ชื่อ Anddy Xie จบจากสถาบัน MIT ทำงานอยู่ในบริษัทเงินทุนสหรัฐ Morgan Stanley ผู้ซึ่งเคยทำนายวันเกิดวิกฤตการณ์ต้มยำกู้งที่ประเทศไทยได้อย่างแม่นยำ และมีคนเชื่อถือเขามาก เป็นผู้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า วิกฤตการณ์ที่ประเทศจีนจะต้องประสพในปัจจุบันและอนาคต เกิดอยู่บนปัญหาพื้นฐาน 3 ด้าน อันได้แก่ ปัญหาเรื่องการศึกษา ปัญหาเรื่องสุขภาพ และปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย เหตุผลที่วิกฤตการณ์นี้จะเกิดขึ้น เนื่องจากปัญหาของการกระจายรายได้ของประเทศจีน ซึ่งตอนนี้เมืองที่ได้รับอานิสสงฆ์ของการเจริญเติบโตของ GDP คือ เมืองใหญ่ๆที่เป็นเมืองระดับแถวหน้า อันได้แก่ ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กวางโจว เซินเจิ้น และเมืองแถวชายฝั่งทะเล แต่เมืองที่ถัดเข้าไปด้านตะวันตก และเมืองที่ต่ำกว่าระดับสองได้รับอานิสสงฆ์น้อยมาก ปัญหาแรงงานจากผู้อพยพย้ายข้ามถิ่นเข้ามาอยู่ในเมืองระดับแถวหน้า และเมืองชายฝั่งทะเลเพื่อหางานทำมีเป็นจำนวนมากทุกปี ซึ่งรัฐบาลจีนไม่สามารถจัดหารายได้และงานกระจายไปยังเมืองต่างๆเหล่านั้น ลองมาดูปัญหาพื้นฐานกัน ปัญหาเรื่องการศึกษา ถึงแม้รัฐบาลจีนจะส่งเสริมและให้มีการศึกษาที่เกือบจะเรียกว่า ฟรี ในการศึกษาภาคบังคับแก่ชาวจีน แต่ตอนนี้ค่าใช้จ่ายในการศึกษาในขั้นอาชีวะและอุดมศึกษาสูงขึ้นไปมาก ถึงแม้รัฐบาลจะพยายามควบคุมก็ตาม เพราะสถานศึกษาเหล่านี้ส่วนมากจะอยู่ในเมืองใหญ่ๆ ซึ่งเจริญไปตามการพัฒนาของประเทศ ทำให้ผู้มีฐานะปานกลางและผู้ด้อยโอกาสไม่มีโอกาสส่งเสียลูกหลานไปเรียนได้ ถึงแม้จะมีกองทุนให้กู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาเหมือนประเทศไทยก็ตาม ซึ่งเป็นปัญหาที่รัฐบาลจีนกำลังแก้ไข เนื่องจากรัฐบาลจีนคิดอะไรต้องเอาเรื่องเงินมาจับก่อน และไม่มีองค์กรณ์มาดูแลเรื่องค่าเล่าเรียน ถึงแม้จะมีการประกาศจากทางรัฐบาลกลางก็ตาม แต่บางทีรัฐบาลท้องถิ่นก็เพิกเฉย รวมทั้งปัญหาเรียกแปะเจี๊ย ของคุณครูในโรงเรียนและสถาบันการศึกษาต่างทั้งที่มีชื่อเสียงและไม่มีชื่อเสียง เพราะทุกคนมุ่งเห็นแดต่เรื่อง เงิน ปํญหาเรื่องสุขภาพ เป็นอีกปัญหาที่รัฐบาลจีนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมาดูแล เนื่องจากค่ารักษาพยาบาล และค่ายาในประเทศจีนแพงมาก จนผู้มีรายได้ปานกลางไปจนถึงรายได้ต่ำไม่มีเงินพอที่จะจ่ายค่าบริการและสามารถเข้าไปใช้บริการได้ ถึงแม้รัฐบาลจีนจะจ่ายเงินอุดหนุนค่ารักษาบริการแต่ก็ยังไม่พอกับจำนวนคนไข้ รวมทั้งโรงพยาบาลที่เมืองจีนก็มีจำกัด แพทย์และพยาบาล รวมทั้งเตียงพยาบาลก็ไม่พอสำหรับคนไข้ อีกปัญหา คือเรื่องการคอรัปชั่นที่ทางเจ้าหน้าทีกรมอนามัยไปรับสินบนของผู้ค้ายา จนบริษัทค้ายาได้รับใบอนุญาตขายยา และไปตั้งราคาค้าขายกันเองเพื่อแลกคืนกับค่าสินบน โดยที่ยังไม่มีหน่วยงานที่ตรวจสอบราคาค่ายาอย่างเป็นจริงเป็นจัง รวมทั้งมีแพทย์และพยาบาลที่จ่ายยาตามใบสั่งของบริษัทค้ายา เพราะได้ค่า Commission ปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย เป็นปัญหาที่รัฐบาลจีนควบคุมไม่อยู่เพราะราคาของบ้านถีบตัวไปถึง 300% นับจากปี 2003 คนธรรมดาชั้นกลางไม่มีปํญญาซื้อบ้าน เอาง่ายๆคนปานกลางมีรายได้เดือนละ 5,000 หยวน ในขณะที่ราคาขายบ้านตารางเมตรละ 7,000 หยวนอย่างต่ำในเขตเมืองใหญ่ๆและก็ไม่ได้อยู่กลางเมืองด้วย แต่ออกไปอยู่ชานเมือง และที่พักส่วนใหญ่ที่ทำขายขนาดเล็กที่สุดประมาณ 75 ตารางเมตร ไม่เหมือนคอนโดมิเนียมที่ประเทศไทยทีขายขนาด 20-30ตารางเมตรก็มี รัฐบาลจีนเลยต้องจัดหาที่และสร้างบ้านประเภทเอื้ออาธรให้แก่ผู้มีรายได้ปานกลางไปถึงรายได้ต่ำโดยบังคับให้นักพัฒนาที่ดินมาลงทุนในกรณีที่ประมูลที่ได้และต้องย้ายผู้อยู่และอาศัยเดิม ค่าใช้จ่ายต่างๆเหล่านี้ก็จะกลับคืนและใส่ไปไว้ในราคาบ้าน โดยเฉพาะที่ดินใน Prime Area ราคาบ้านจะอยู่ที่ 15,000 หยวนต่อตารางเมตรเป็นอย่างน้อย อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ราคาบ้านสูงเนื่องจากที่ดินเป็นของรัฐบาล เวลารัฐบาลจะจัดสรรที่ดินให้นักพัฒนาที่ดินใช้วิธีประมูล ใครให้ราคาที่ดินสูงสุดก็ได้ที่ดินนั้นไปพัฒนา ทำให้เป็นการยากที่จะควบคุมราคาบ้านเพราะนักพัฒนาที่ดินย่อมใส่ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ลงไปในราคาขายอยู่แล้ว มีข้อควรระวังอย่างยิ่งคือการที่รัฐบาลท้องถิ่นจีนไปยึดเวรคืนที่ดินจากเกษตรกรหรือซื้อเอากลับมาราคาถูกและนำไปประมูลขายต่อให้นักพัฒนาที่ดินเกิดเป็นกรณีพิพาทระหว่างเกษตรกรกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและนักพัฒนาที่ดิน ซึ่งมีการปะทุอยู่หลายเมือง ซึ่งรัฐบาลจีนพยายามปิดข่าว แต่ทีโผล่ออกมาเป็นข่าวก็มีอย่างที่แถวกวางโจว
ปัญหาพื้นฐานทั้งสาม เป็นปัญหาใหญ่ที่เป็นระเบิดเวลารอคนในรัฐบาลจีนมาถอดสลัก นี่ยังไม่รวมปัญหาเรื่องเงินเฟ้อ และปัญหาสินค้าอุปโภคและบริโภคที่สูงขึ้นทุกวันในประเทศจีน จนรัฐบาลจีนเอาแทบไม่อยู่ จนต้องออกกำแพงภาษีเพื่อไม่ให้ส่งสินค้าทางเกษตรที่ใช้บริโภคภายในประเทศออกสู่ต่างประเทศ รวมทั้งควบคุมสินค้าปัจจัยหลัก ไม่ว่าจะเป็นบะหมี่สำเร็จรูป น้ำมันทำกับข้าว เนื้อหมู ตอนนี้เริ่มมีชาวจีนเริ่มบ่นถึงการเปรียบเทียบการพัฒนาประเทศจีนและการเป็นสังคมคอมมิวนิสต์ในสมันก่อน ซึ่งสมัยก่อนเขามีอะไรเท่าๆกัน ไม่ต้องกระเสือกกระสนทำมาหากินอย่างเดียวเพียงเพื่อเงิน และยังมีเวลาว่างไปทำกิจกรรมต่างๆทีให้คุณค่าแก่ชีวิต แต่เดี๋ยวนี้เริ่มจะหาเวลาไม่ได้เพราะเป็นทาสของเงินตรา มีคนมองประเทศจีนในลักษณะที่เจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว และการเจริญเติบโตของตัวเลข GDP ที่ไม่เคยต่ำกว่า 10% แต่ถ้าปัญหาพื้นฐานยังไม่ได้แก้ไขมีโอกาสที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงในประเทศจีน เพราะผมเคยกลับไปดูหมอดูในประเทศไทยตามนิสัยคนไทยแท้ที่ต้องเชื่อเรื่องดวง หมอดูทำนายว่า ประเทศจีนมีโอกาสที่จะสู้รบปรบมือกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อแย่งทรัพยากรธรรมชาติ หรือไม่ประเทศจีนอาจจะมีการปฎิวัติเนื่องจากปัญหาภายในประเทศภายใน 5 ปีนี้ ซึ่งผมกำลังรอดูอยู่ เพราะตอนนี้ปัญหาหมักหมมและปัญหาดินพอกหางหมูที่เก็บไว้มันค่อยๆโผล่ออกมา ที่เอามาเขียนเพื่อจะให้เห็นด้านร้ายของประเทศจีนบ้าง ไม่ใช่ว่าผมชมประเทศจีนด้านดีอยู่อย่างเดียว เดี๋ยวจะหาว่า ชวนมาอยู่ประเทศจีนเป็นเพื่อนกันแล้วไม่รับผิดชอบเลย.... ***
|