| << | กุมภาพันธ์ 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | |
พิมพ์หน้านี้
|
The terminal...ภาคจีนที่มาพร้อมกับหิมะ ขณะที่เขียน Entry นี้ผมยังนั่งรอเครื่องบินจากสายการบินไทย เพื่อจะรอกลับบ้านในเทศกาลตรุษจีนอยู่ที่สนามบินผู่ตง เมืองเซี่ยงไฮ้ พายุหิมะเริ่มกระหน่ำตั้งแต่เมื่อวานนี้ วันศุทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2008 ตอนบ่าย จนถึงตอนที่ผมเขียนอยู่นี้เช้าวันเสาร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2008 หิมะก็ยังตกปอยๆอยู่เลย จริงๆผมต้องกลับบ่ายเมื่อวานนี้ แต่เนื่องจากการผิดพลาดในการจองตั๋วทำให้ผมได้ที่นั่งในเช้าวันนี้ คือ เที่ยวบินที่ TG663 ผมได้ยินมาว่า เมื่อวานสายการบินไทยเที่ยวที่ TG.665 ออกบินตอนเย็นซึ่งผมกะจะกลับในสายการบินเที่ยวนี้ออกบินขึ้นไปได้ 20 นาที แล้วต้องหันเครื่องบินกลับมาลงที่สนามบินผู่ตง เซี่ยงไฮ้ตามเดิม ผมไม่ทราบว่า เครื่องบินขัดข้อง หรือสภาพอากาศมีปัญหา และตอนนี้ผู้โดยสารที่โดยสารไปกับสายการบินไทย เที่ยว TG.665ก็ยังตกค้างอยู่ที่เซี่ยงไฮ้ ยังไม่สามารถกลับประเทศไทยได้ ต้องติดต่อการบินไทยอยู่ตลอดเวลา ส่วนสายการบินไทยที่ออกจากกรุงเทพเมื่อคืนวันศุทร์เที่ยวบินที่ TG.662 ซึ่งจะมาถึงสนามบินผู่ตงตอนเช้า เพื่อมารับพวกผมกลับเปลี่ยนชื่อเป็นเที่ยวบินที่ TG. 663 ไม่สามารถลงที่สนามบินผู่ตง เซี่ยงไฮ้ได้ เพราะสภาพอากาศแย่มากในช่วงเช้า มีหิมะตกลงมาอย่างหนัก จนต้องบินไปจอดที่ปักกิ่ง ตอนนี้ผู้โดยสารที่มาจากประเทศไทยสายการบินเที่ยวนี้ ยังอยู่ที่ปักกิ่งอยู่เลย และผมกำลังรอเครื่องบินเที่ยวนี้มารับผมกลับ อาจจะเป็นประมาณตอนเที่ยงของวันนี้อย่างเร็วที่สุด เพราะตอนนี้สนามบินที่ปักกิ่งการจราจรทางอากาศก็คับคลั่งแน่นขนัดด้วยคนที่อยากกลับบ้านในช่วงเทศกาลตรุษจีน และคนที่หนีความหนาวไปเที่ยวต่างประเทศ เช้าวันเสาร์นี้ผมตื่นขึ้นมาตอนตี 4 เช้ากว่าปรกติ เพื่อเตรียมตัวไปสนามบินเพราะทราบอยู่แล้วว่า หิมะจะตกทั้งคืนจนถึงเช้า เวลาตี 5.45 น.ผมก็รีบหิ้วกระเป๋าเดินทางออกมาหาแท็กซี่ไปสนามบินผู่ตงแล้ว ระหว่างที่เดินหารถแท็กซี่ต้องฝ่าหิมะที่กำลังตกและหิมะที่พื้นถนนและทางเดินหนาประมาณ 1 นิ้ว เกือบลื่นหกล้มหลายครั้ง จนเรียกหาแท็กซี่ได้ ระหว่างทางไปสู่สนามบิน ถนนสายไหนที่รถวิ่งน้อยหน่อย หิมะจะปกคลุมถนนหนาหน่อย รับรู้ความรู้สึกได้ขณะนั่งในรถที่กำลังวิ่งบนหิมะ ถนนสายไหนที่รถวิ่งเยอะสภาพถนนจะกลายเป็นพื้นถนนที่เปียกลื่น ผมต้องคอยเตือนคนขับรถแท็กซี่ให้ขับช้าๆ ระหว่างทางเจอรถโดยสารขนาดกลางพลิกคว่ำกลางถนนอยู่หนึ่งคัน ทำให้การจราจรติดขัดในถนนช่วงนั้น หนาวก็หนาว Heaterในรถก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้มาก เพราะอุณหภูมิอากาศภายนอกติดลบ 2 องศา เมื่อมาถึงสนามบินเข้าไปเช็คตั๋ว พนักงานสายการบินไทยรีบบอกทันทีเลยว่า เที่ยวบินเที่ยวนี้ Delay ที่ไหนได้เครื่องบินหนีไปลงจอดที่ปักกิ่งแล้วยังกลับมาที่เซี่ยงไฮ้ไม่ได้ แต่ยังไงผมก็ต้องเช็คตั๋วอยู่ดีย้ายเที่ยวบินไม่ได้เพราะเที่ยวบินหลังจากเที่ยวนี้เต็มทุกเที่ยว และผู้โดยสารจองที่นั่งกันเต็มหมดแล้ว ผมเลยต้องเช็คอิน ผ่านการตรวจของตรวจคนเข้าเมืองของรัฐบาลจีนเข้ามานั่งในสนามบิน เป็น The Terminal man เพื่อรอเครื่องบินบินกลับประเทศไทย ภายใน Terminal ของสนามบินผู่ตง เต็มไปด้วยคนจีน และคนต่างชาติที่รอเครื่องบินไปยังต่างประเทศ ตอนนี้ผมไม่ได้ยินประกาศของสายการบินที่บินภายในประเทศ เข้าใจเขตที่มีพายุหิมะทางตอนกลางและตอนใต้ของประเทศจีน ตอนนี้เที่ยวบินยกเลิก และ Delay ไม่มีกำหนดเพราะสภาพอากาศยังไม่ดี ยังมีหิมะตกอยู่เรื่อยๆจนถึงเช้าวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นวันพรุ่งนี้หิมะจึงจะหยุดตก ผมมองออกไปทางลู่และลานบินของสนามบินมองคล้ายทะเลโคลนหิมะ เครื่องบินวิ่งไปวิ่งมาไม่กี่ลำ ส่วนใหญ่ยังคงจอดสนิทอยู่กับที่ ตอนนี้ผมก็ทานอาหารเช้าไปแล้วจากคูปองที่การบินไทยแจกเนื่องจากเครื่องบิน Delay ราคา 80 หยวน แต่ไม่พอหรอกครับ เพราะบะหมี่จานหนึงในสนามบิน ราคา 60 หยวนแล้ว แถมกาแฟอีก 1 แก้ว ราคา 40 หยวน ผมต้องควักเงินเพิ่มอีก 20 หยวน กาแฟรสชาติก็ไม่เป็นสัปปะรสเลย ผมหิวน้ำจะควักเงินซื้อน้ำ เจอราคาน้ำแร่ Evian ขวดละ 30 หยวนแถมขวดขนาดเล็ก น้ำดื่มทั่วไปขวดขนาดกลาง ราคา 18 หยวน ผมเลยไปซื้อน้ำจากตู้ขายน้ำ ซึงน้ำเปล่าราคาขวดละ 6 หยวน ขวดขนาดกลางเหมือนที่ประเทศไทย ตอนนี้เวลา 12.00 น.เที่ยงวันเสาร์อากาศเริ่มดีขึ้น หิมะหยุดตกแล้ว เครื่องบินที่บินออกต่างประเทศหลายสายการบินเริ่มทยอยเรียกผู้โดยสารเพื่อออกบิน แต่ผมยังไม่เห็นเครื่องบินของการบินไทยเลย ผู้โดยสารเริ่มหาอาหารกลางวันทานกันแล้ว ผมพยายามไปหาอาหารตามร้านอาหารในTerminal แต่เต็มไปด้วยผู้โดยสารทั้งชาวจีนและชาวต่างชาติจนต้องถอยทัพกลับมาหันมากินกาแฟรองท้องจากตู้ขายกาแฟแทน นี่คือห้องในโรงแรม Renaissance ทีผมไปพักรอเครื่องบินมารับบินกลับ เวลา 14.30 นเป็นการสิ้นสุด เมื่อการบินไทยตัดสินใจยกเลิกเที่ยวบิน เนื่องจากเครื่องบินของการบินไทยถูกกักอยู่ที่ สนามบินปักกิ่ง เนื่องจากปัญหาหน่วยงานภายในของท่าอากาศยานของทั้งสองสนามบิน โดยในขณะที่สนามบินปักกิ่งสามารถปล่อยเที่ยวบินที่ไม่อยู่ในกำหนดการบินได้ชั่วโมงละ 3 เที่ยว แต่ทางท่าอากาศยานของสนามบินผู่ตง เซี่ยงไฮ้ยืนยันว่า ทางลู่วิ่งยังไม่พร้อมสำหรับเที่ยวบินขาลง อีกทั้งที่สนามบินเซี่ยงไฮ้มีเครื่องฉีดทำลายหิมะบนตัวเครื่องบินแค่เพียงหนึีงเครื่อง ทำให้ต้องเสียเวลากำจัดหิมะบนเครื่องบินใช้เวลาอย่างน้อย 1 ชั่วโมงต่อเครื่องบิน ทั้งลู่วิ่งของสนามบินไม่ได้ติดตั้ง Floor heating เพื่อทำลายหิมะบนผิวพื้นลู่วิ่งในหน้าหนาว เนื่องจากหิมะไม่ได้ตกในเซี่ยงไฮ้มาเป็นเวลานานกว่า 10 กว่าปีแล้ว พึ่งจะมีตกหนักครั้งแรกก็ตอนปีที่ประเทศไทยเกิดคลื่นสึนามาฆ่าผู้คนเป็นจำนวนมาก แต่คราวนั้นหิมะก็ตกหนักแค่เพียงวันเดียว การบินไทยจึงอพยพผู้โดยสารไปพักผ่อนที่โรงแรม Renaissance ฝั่งผู่ซีเขตหงเฉียวใกล้สนามบินเก่าของเมืองเซี่ยงไฮ้ที่ใช้เป็นสนามบินภายในประเทศและสนามบินบินไปต่างประเทศประเภทเหมาลำ การอพยพผู้โดยสารเริ่มตั้งแต่เวลา 16.00 น. มาจบสิ้นตอนเวลา 18.00 น. หลังจากนั้นผู้โดยสารจึงได้รับประทานอาหารเย็น และขึ้นพักผ่อนตามห้องพักที่ทางโรงแรมจัดให้ โดยมีกำหนดการว่า เวลา 23.00 น.ผู้โดยสารทั้งหมดจะเดินทางไปสนามบินผู่ตงอีกครั้ง เพราะคาดว่า สนามบินที่ปักกิ่งจะปล่อยเครื่องบินของการบินไทยบินกลับมาที่เซี่ยงไฮ้ ใช้เวลาบินประมาณ 1 ชั่วโมง ห้องมี Easy chair ให้นอนพักทอดหุ่ยดูทีวีอย่างสบายใจ ถึงเวลา 23.00 น.เราเดินทางไปสนามบินผู่ตงอีกครั้งตอนนี้หิมะเลิกตกแล้ว เรามาถึงสนามบินก่อนเที่ยงคืนนิดหน่อย และมารับตั๋วเครื่องบินใหม่แต่ที่นั่งเบอร์เดิม และผ่านการตรวจของตรวจคนเข้าเมืองของประเทศจีนอีกครั้ง ครั้งนี้ตั๋วเครื่องบินระบุการเดินทาง เวลาตี 1.50 น. แต่เครื่องบินจากปักกิ่งก็ยังไม่มาจนกระทั่งเวลาตี 1.30 น.เครื่องบินจึงเดินทางมาถึง และใช้เวลาทำความสะอาดและเช็คเครื่องบินอีก 1 ชั่วโมง ผู้โดยสารจึงได้ขึ้นเครื่องบินตอนตี 2.30 น. ณ.เวลานั้นหิมะเริ่มโปรยจากท้องฟ้าลงมาอ่อนๆอีกครั้ง และอากาศก็หนาวเย็นยะเยือกอยู่ประมาณติดลบ 2 องศา เวลาตี 3.00 น.เครื่องบินที่ผมโดยสารจึงเหินบินสู่ท้องฟ้านำผู้โดยสารสู่กรุงเทพฯ บนเครื่องบินผู้โดยสารหลับกันสนิท แล้วเครื่องบินก็นำเราถึงกรุงเทพฯ เมื่อเวลา 6.58 น.ของเช้าวันอาทิตย์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2008 แล้วผ่านตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบินสุวรรณภูมิแล้วเสร็จก่อนแปดโมงเช้า แล้วผมก็เดินทางกลับบ้าน กราบไหว้พ่อแม่และทักทายญาติพี่น้องอย่างมีความสุข เป็นยังไงครับ The Terminal ภาคจีนของผมที่มาผจญภัยพร้อมกับหิมะตั้งแต่เช้าวันก่อนกลับจนถึงกรุงเทพฯ เหตุการณ์แบบนี้มีนานๆครั้งในชีวิต หวังว่า คงให้ประสพการณ์แก่เพื่อนๆชาวโอเคเนชั่นบ้างไม่มากก็น้อย... ***
|