| << | กุมภาพันธ์ 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | |
พิมพ์หน้านี้
|
ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองเซี่ยงไฮ้ ช่วงนี้ต้องขออภัยเพื่อนๆทุกคนที่ไม่มีโอกาสเข้ามา Up Entry หรือไปเยี่ยมเยือนเพื่อนบ้านที่คิดถึง เป็นเพราะข้อแรกเลยมุกหมด ข้อที่สองต้องรีบเคลียร์งานที่ค้างให้เสร็จ และข้อที่สามง่ายๆเลยขี้เกียจอันเนื่องมาจากข้อแรก เลยเขียน Entry ไม่ออก แต่ต่อไปคงจะลื่นขึ้นเป็นปรกติ ผมกลับมาเซี่ยงไฮ้แล้วยังไงต้องไปกราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของเมืองนี้สักหน่อยเพื่อเป็นศิริมงคลแก่ตัวเอง สถานที่แห่งนี้ คือ ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองเซี่ยงไฮ้ หรือที่คนจีนเรียกว่า เฉินหวางเมี่ยว เป็นศาสนสถานของลัทธิเต๋า ตั้งอยู่ใกล้ๆหยี่วหยวน ที่ชาวไทยที่เคยมาเซี่ยงไฮ้รู้จัก และผมเคยนำรูปทางเข้ามาลงแล้วครั้งหนึ่งใน Entry ก่อน
ผมพามาเริ่มต้นตั้งแต่ซุ้มประตูทางเข้าชั้นนอกที่จะเข้าสู่ ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองเฉินหวังเมี่ยว ซึ่งชาวจีนนิยมมากราบไหว้ขอพรในช่วงเทศกาลปีใหม่ และ ตรุษจีน ศาลนี้สร้างขึ้นมานานแล้วเป็นหลาย 100 ปี
ผมถ่ายขยายให้เห็นหน้าบันซุ้มประตูทางเข้าด้านนอกของศาล ซึ้งมีวิธีการออกแบบไม่เหมือนกันแต่ละวัดแต่ละศาลแล้วแต่สถาปนิกผู้ออกแบบ ส่วนใหญ่จะมีชื่อป้ายหนังสือจีน แล้วประดับด้วยลวดลายจีน และการย่อชั้นของไม้เชิงชายและสันหลังคาซึ่งการเข้าไม้แตกต่างจากการเข้าไม้ของคนไทย
เมื่อเดินเข้ามาจะพบลานและซุ้มประตูด้านในที่เข้าสู่ตัวศาล ซึ่งออกแบบแตกต่างจากซุ้มประตูด้านหน้า ที่เห็นชัด คือยอดหลังคาจะประดับด้วยมังกร และตรงยอดเชิงชายจะตั้งรูปปั้นของขุนศึกไว้ตรงมุมหลังคา ทั้งซุ้มประตูด้านในและด้านนอก ซึ่งแต่ละคนหน้าตาก็ไม่เหมือนกัน
ขยายรูปซุ้มประตูด้านใน ซึ่งหน้าบันที่เห็นอยู่นำลูกคิดคิดเลขของคนจีนมาติดตั้ง ประดับด้วยลายจีนสีทอง ผมไม่รู้ว่าเป็นการวางเคล็ดให้กับศาลหรือเปล่า
ภาพนี้ถ่ายจากซุ้มประตูด้านในมองย้อนออกไปยังซุ้มประตูด้านนอก จะเห็นหางมังกรชี้ฟ้าอยู่ ด้านล่างหลังคาตรงปลายเชิงชาย คือขุนศึกที่ผมบอกกล่าวไว้
ผมนำรูปปั้นขุนศึกที่เห็นอยู่มาให้ชมกัน เผื่อใครๆที่ชอบเรื่องฮวงจุ้ยสามารถเอาไปศึกษาและใช้กับบ้านเรือน หรือสำนักงานของท่าน
รูปปั้นของขุนศึกอีกท่านหนึ่งซึ่งอยู่คนละด้านของขุนศึกด้านบน บนหลังคาข้างเดียวกัน
ที่ขายบัตรเข้ากราบไหว้ ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ซึ่งอยู่ในซุ้มประตูด้านใน มีช่องขายบัตรแค่ช่องเดียว ค่าเข้าชมกราบไหว้ศาลคนละ 10 หยวน ที่ประเทศจีนค่าเข้าชมวัดและชมศาลโดยทั่วไปจะเก็บเงินค่าบัตรทั้งหมด โดยมาตรฐานราคา 10 หยวน ถูกหน่อยก็ 5 หยวน
เมื่อผ่านประตูเข้ามาเจอลานกว้างซึ่งใช้เป็นสถานที่จุดธูปกราบไหว้ศาลเจ้าพ่อกลักเมือง โบสถ์ที่เห็นคือสถานที่ประทับของ เจ้าพ่อหลักเมือง
ที่เห็นอยู่นี่ คือ กระถางธูปที่ปักถวายเจ้าพ่อหลักเมืองและเทพเทวดาที่ประดิษฐานอยู่ ณ.ที่นี้ ออกแบบให้มีหลังคาเพื่อเอาไว้กันฝน คนจีนที่นี่จุดธูปกราบไหว้กันไม่ยั้ง จุดธูปกันเป็นกำๆ ส่งให้ 1 ห่อก็ไหว้หมดห่อ โปรดสังเกตธูปด้านซ้ายมือ
ซุ้มของโบสถ์ ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ซึ่งเขียนเป็นภาษาจีนว่า เฉินหวางเมี่ยว ยังมีกลิ่นอายของตรุษจีนยังหลงเหลืออยู่ พร้อมป้ายประกาศของทางวัดที่เห็นเป็นป้ายสีเหลือง
นี่แหละครับ เจ้าพ่อหลักเมือง ที่ประดิษฐานอยู่ ณ.ที่นี่ ด้านข้างเป็นองครักษ์ฝ่ายขวาและฝ่ายซ้าย ด้านล่างมีทหารรักษาพระองค์เป็นรูปปั้นเรียงรายอยู่ ไม่เหมือนของประเทศไทยที่ใช้เสาหลักเมือง เป็นสัญลักษณ์ของศาลหลักเมือง
ด้านหลังของเจ้าพ่อหลักเมือง เป็นที่ประดิษฐานของเทพเจ้าประจำแต่ละปีตามนักกษัตร หรือที่คนไทยรู้จักกันในนาม ไท่ส่วยเอี๊ย หรือ เทพเจ้าคุ้มครองดวงชตา ซึ่งเราคนไทยนิยมไปกราบไหว้สะเดาะเคราะห์กันที่วัดมังกรคลาวาส แถวเยาวราช แต่ที่นี่เทพเจ้าคุ้มครองดวงชตาของแต่ละปีจะมีอยู่ 6 องค์ ปีไหนที่ชงจะมีผ้าแดงคลุมศีรษะเทพเจ้าอยู่ สังเกตได้ง่าย
ผมเอารูปเทพเจ้าไท่ส่วยเอี๊ยประจำปีชวดมาให้ชมกัน ซึ่งทุกองค์จะถูกคลุมศีรษะด้วยผ้าแดง ถัดไปคือ เทพเจ้าไท่ส่วยเอี๊ยประจำปีฉลู เป็นปีเกิดของผม ซึ่งปีนี้ไม่ชง แต่มีองค์หนึ่งซึ่งถูกคลุมศีรษะอยู่ พอดีนักพรตเต๋าไม่อยู่เลยไม่ได้ถามเพราะอะไร ถ้าคนไทยมาไหว้ที่นี่จะได้ไหว้เทพเจ้าประจำปีตัวเองทุกองค์แล้วแต่ใครจะเชื่อ
เมื่อผ่านเทพเจ้าไท่ส่วยเอี๊ย เข้ามาลานในสุด ด้านซ้ายมือเป็นที่วิหารประดิษฐานของ เทพกวนอู ซึ่งไม่แม้แต่คนฮ่องกงที่กราบไหว้ คนจีนแผ่นดินใหญ่ก็กราบไหว้ มีรูปปั้นเทพกวนอูประดิษฐานอยู่ทุกวัดและทุกศาล
องค์นี้อยู่ทางวิหารด้านขวา ผมไม่ทราบว่า เทพเจ้าองค์ใด เดาว่า ถ้าไม่ใช่ เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย ทีเราเรียกว่า เทพเจ้าแห่งโชคลาภปางเสวยสุข ก็คงเป็นเทพเจ้าที่คอยจดบัญชีความดีและความชั่วของมนุษย์ เพราะมีองครักษ์หน้าตาดุๆอยู่ด้านข้าง
วิหารหลังสุด คือที่ประดิษฐานของ เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ และเจ้าแม่เซี่ยงไฮ้ ของจริง มีคนเลยเล่าว่า ทั้งสององค์เป็นพ่อเมืองแม่เมืองคนแรกของเมืองเซี่ยงไฮ้ที่มาสร้างบ้านสร้างเมืองนะสถานที่นี้ ด้านข้างเป็นที่ประดิษฐานของ เจ้าปู่เจ้าย่าเมืองเซี่ยงไฮ้ ที่นี่มีคำทำนายให้คนจีนมาหยิบไปอ่านทุกปี แล้วแต่ใครจะจับได้คำทำนายอะไร
ออกมาลานกลางที่จุดธูปถวายศาล ด้านขวามือเป็นที่ประดิษฐานของ องค์เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย หรือ เทพเจ้าแห่งโชคลาภ ซึ่งคนจีนในเมืองไทยจะกราบไหว้ตอนกลางคืนของวันไหว้ในเทศกาลตรุษจีนทุกปี และจะมีซินแสคอยตรวจสอบเวลาไหว้และทิศที่องค์ไฉ่ซิงเอี๊ยจะเสด็จมาในแต่ละปี
ภาพขยายขององค์ไฉ่ซิงเอี๊ยทั้ง 3 ปาง องค์กลางปางขี่หลังเสือ ซึ่งเป็นบริวารของท่าน องค์ด้านข้างทั้งสององค์ คือ ปางเสวยสุข ปีนี้ที่ศาลมีการทำองค์ไฉ่ซิงเอี๊ยปางเสวยสุข ขนาด 5 นิ้วเปิดให้ประชาชนบูชาไปไว้ที่บ้าน ที่เห็นอยู่บนโต๊ะบูชาด้านหน้า พร้อมแท่นประทับและกรอบกระจก ด้านข้างมีเทพอีกสององค์ สันนิษฐานว่า เป็นเทพเจ้าแห่งการเกษตร และ เทพเจ้าแห่งภูมิปัญญา
วิหารทางด้านซ้ายมือฝั่งตรงข้ามวิหารของ องค์ไฉ่ซิงเอี๊ย เป็นที่ประดิษฐานของ องค์เจ้าแม่กวนอิม ปางอุ้มเด็ก สันนิษฐานว่า มีไว้ให้คนจีนมาขอลูกขอหลานสืบสกุล ซึ่งปางนี้บางวัดก็มีประดิษฐานอย่างเช่น วัดหลงฮัวซื่อ วัดเก่าแก่กว่า 700 ปีในเซี่ยงไฮ้
นี่แหละ องค์เจ้าแม่กวนอิม ปางอุ้มเด็ก และมีบริวารเด็กชายเด็กหญิงอยู่ด้านข้าง ผมจำชื่อบริวารไม่ได้แล้ว ใครที่อยากมีลูกลองมาขอดู เผื่อเด็กเกิดมาแล้วได้มาทำงานที่ประเทศจีน ด้านข้างเจ้าแม่กานอิมยังมีเทพประดิษฐานอีกสององค์ เป็นเทพชายและเทพหญิง เทพหญิง ผมเดาว่าน่าจะเป็น หม่าจู่ ซึ่งชาวจีนชอบกราบไหว้เพื่อขอพรทางการค้า หรือล่องเรือออกทะเล หลังจากไหว้วิหารนี้เสร็จก็ถือว่า จบการไหว้ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองเซี่ยงไฮ้ ผมมีรูปมาฝากสำหรับคนที่เชื่อเรื่องฮวงจุ้ย เป็นเคล็ดง่ายๆในการหาศิริมงคลเข้าบ้าน
ผมเห็นซุ้มประตูทางเข้าด้านหลังวัดที่นักพรตช่างคิดเอา เทพฮก ลก ซิ่ว มาประดิษฐานอยู่บนซุ้มทางเข้า เพื่อเป็นศิริมงคล ถ้าใครจะเลียนแบบคงให้สถาปนิกคิดออกแบบหนักๆหน่อย
รูปขยาย องค์เทพฮก ลก ซิ่ว จะเห็นว่าองค์ท่านยิ้มแย้มแจ่มใสรับโชคลาภเข้าสู่ตัวอาคาร ที่เห็นด้านล่างเป็นลายก้อนเมฆจีน ดูเสมือนองค์ท่านลอยมาเยือนที่บ้าน คงเอามาฝากเพื่อนๆชาวโอเคเนชั่นแค่นี้ก่อน และผมมีโครงการจะไปไหว้ เจ้าแม่กวนอิม ที่ ผู่โถวซัน เป็นเกาะที่เจ้าแม่กวนอิมไปบำเพ็ญบารมีจนสำเร็จเป็นพระโพธิสัตว์ ในวันที่ 7-9 มีนาคม แล้วจะเอารูปภาพมาฝากสำหรับชาวพุทธคนไทยที่อยากมาแสวงบุญ..
|