| << | กุมภาพันธ์ 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | |
พิมพ์หน้านี้
|
ตรวจสอบเศรษฐกิจจีนหลังพายุหิมะ
หลังจากที่พายุหิมะได้พัดถล่มพื้นที่ทางตอนกลางและตอนใต้ของประเทศจีนเมื่อกลางเดือนมกราคมจนถึงเทศกาลตรุษจีนที่ผ่านมานี้ จนทำให้มีคนตายถึง 129 คน สูญหายไป 4 คน ประชาชนต้องอพยพออกจากพื้นที่ 1.7 ล้านคน บ้านเรือนเสียหายกว่า 485,000 หลังคาเรือน การจราจรเป็นอัมพาต และหลายพื้นที่ต้องขาดแคลนไฟฟ้าและน้ำดื่มน้ำใช้ เป็นฤดูหนาวที่แย่ที่สุดในรอบ 50 ปี พายุหิมะยังทำให้สถานที่ท่องเที่ยว 1,600 แห่งต้องปิดตัวงดใช้บริการ และพื้นที่ป่าไม้ที่มีอยู่มหาศาล, อุทยาน, แหล่งสันทนาการ รวมถึงบริการสาธารณะอื่นๆสำหรับนักท่องเที่ยวถูกทำลายยับเยิน ส่งผลให้นักท่องเที่ยวอย่างน้อย 300,000 ราย ซึ่งรวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติราว 60,000 ราย ยกเลิกกำหนดการท่องเที่ยวในจีน ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของจีน เสียหายไปกว่า 6,970 พันล้านหยวน ตอนนี้ทางการจีนพยายามแก้ไขสายและเสาไฟฟ้าที่ถูกทำลายตอนพายุหิมะถล่ม และรับประกันเรื่องอาหารที่จะมีบริโภคให้พอกับความต้องการ เนื่องจากพายุหิมะและอากาศที่เลวร้ายนี้ได้ทำลายพื้นที่เพาะปลูกเป็นล้านไร่ และฆ่าสัตว์ไปถึง 70 ล้านตัว และมีชาวจีนประมาณถึง 1.66 ล้านคนที่ต้องหนีไปพักอาศัยในที่กำบังชั่วคราว ความหนาวครั้งนี้ทำให้ราคาข้าวปลาอาหารที่ประเทศจีนแพงขึ้น อัตราเงินเฟ้อในเดือนมกราคมของประเทศจีนอยู่ที่ 7.1% ซึ่งสูงที่สุดในรอบ 11 ปี และสร้างความเสียหายให้แก่เศรษฐกิจประเทศจีนถึง 151 พันล้านหยวน
อย่างไรก็ดีรัฐบาลจีนก็ยังหวังว่า ความเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจปีนี้ของประเทศจีนยังคงอยู่ที่ 10% โดยรัฐบาลจีนยังควบคุมเข้มงวดต่อนโยบายการเงิน โดยเฉพาะการควบคุมอัตราเงินเฟ้อซึ่งเป็นเรื่องแรกสุดที่รัฐบาลจีนพยายามกระทำ ธนาคารกลางของประเทศจีนจะพยายามสนับสนุนตลาดเปิด และเพิ่มอัตราเงินสำรองสำหรับธนาคารพาณิชย์เพื่อให้มีความเข้มแข็ง และดูดซับกระแสเงินหมุนเวียน โดยการออกมาตรการเงินตราที่รัดกุม มาตรการดอกเบี้ย และการวัดอัตราของเงินไหลเวียน อัตราเงินเฟ้อเป็นปัญหาในไตรมาสแรกที่รัฐบาลจีนพยายามควบคุมให้ได้ โดยรัฐบาลจะปล่อยให้เงินหยวนมีความยืดหยุ่นขึ้น และใช้เครื่องมือทางด้านดอกเบี้ยมาทำให้เงินเฟ้อลดลง เนื่องจากปัญหาตอนนี้อัตราดอกเบี้ยในอเมริกาและประเทศจีนแตกต่างกันมาก ดังนั้นการปรับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราจึงเป็นภารกิจสำคัญที่จะควบคุมสถานการณ์ด้านการเงินของจีน ในปีนี้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศน่าจะอยู่ที่ 1 USD: 6 RMB แน่นอน และอัตราเงินเฟ้อก็น่ากลัวไม่รู้จะลดลงไหมยืนอยู่ที่ 6-7%หลายเดือนแล้ว ราคาสินค้าอุปโภคและบริโภคก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ของแพงขึ้นทุกวัน ราคาหมูก็แพงเกือบเป็นสองเท่า ราคาพืชผักก็แพงขึ้นเพราะพายุหิมะถล่ม และการขนส่งลำบาก ตลาดหุ้นในเดือนสองเดือนนี้ก็ตกเนื่องจากการปรับฐานของหุ้นและวิกฤตการณ์จากอเมริกาจนมาถึงจุดต่ำสุดที่ 4000กว่า วันนี้ไม่รู้เขียนเป็นข่าวมากไปหรือเปล่า สงสัยถ้าจะอ่านยาก เพราะอ่านข่าวแล้วมาย่อยให้ฟัง คราวหน้าจะเล่าเรื่องให้ง่ายขึ้น เพราะเป็นเรื่องมาตราการเงินตราซะเยอะ คนอย่างพวกเราต้องโหนตัวฟังโหนตัวคิด...
|