| << | มีนาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||
พิมพ์หน้านี้
|
บ่น...เรื่องปากเรื่องท้องกันหน่อย ว่าจะไม่บ่นเรื่องปากเรื่องท้องแล้ว แต่อ่านหนังสือพิมพ์ Shanghai Daily อยู่ทุกวัน เห็นตัวเลขสถิติทางเศรษฐกิจที่รัฐบาลจีนเผยแพร่อยู่ทุกวันแล้วทำใจไม่ไหว ในขณะเดียวกันหันมาอ่านหนังสือพิมพ์ประเทศไทย แล้วก็หดหู่เล่นการเมืองกันไม่เลิก แถมยังมีการเอาคืนกันอีก แล้วเราจะเผชิญเหตุการณ์ผันผวนทางเศรษฐกิจงวดนี้กันอย่างไร
ตอนนี้ที่ประเทศจีนกำลังมีการประชุม The 11th National Peoples Congress และ The 11th National Committee of the Chinese Peoples Political Consultative Conference ในวันพุธนี้ ที่ปรึกษาและนักกฎหมายจากทั่วประเทศเดินทางมาปักกิ่งเพื่อการประชุมครั้งนี้ และการประชุมครั้งนี้จะมีการเลือกคณะรัฐมนตรีที่จะมาบริหารประเทศจีนกันใหม่ มีการคาดการว่า นายกรัฐมนตรี เหวินเจียเป่า คงได้นั่งตำแหน่งนี้กันต่อไป แต่คณะรัฐมนตรีอาจมีการเปลี่ยนแปลงหลายตำแหน่ง รัฐบาลจีนกำลังใส่ใจและช่วยเหลือเศรษฐกิจภายในประเทศมากขึ้นในขณะที่เศรษฐกิจทั่วโลกกำลังถดถอยโดยผลกระทบของวิกฤตการณ์ Sub prime ในอเมริกา ตอนนี้รัฐบาลจีนกำลังใส่ใจในการเพิ่มขึ้นของค่า Consumer Price Index และผลกระทบจากพายุหิมะที่พัดกระหน่ำประเทศจีนหนักที่สุดในรอบ 50 ปี สร้างความเสียหายให้ประเทศจีนอย่างน้อย 111.1 พันล้านหยวน ตอนนี้เงินค่าเงินเฟ้อในประเทศจีนเมื่อเดือนมกราคมอยู่ที่ 7.1% ในเดือนกุมภาพันธ์คาดการอยู่ที่ 7.8% และในเดือนมีนาคมนี้ค่าเงินเฟ้อจะสูงกว่า 8% ราคาอาหารและสินค้าบริโภคเพิ่มขึ้น 18.2% ต่อปี ในขณะที่สินค้าอุปโภคเพิ่มขึ้น 1.5%ต่อปี ในขณะที่จีนไม่พยายามที่จะใช้มาตรการการเงินในนโยบายการขึ้นดอกเบี้ย แต่จีนพยายามที่จะใช้มาตรการทางด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราในลักษณะควบคุม เพื่อไม่ให้เงินตราต่างประเทศไหลเข้าสู่ประเทศจีนอย่างรวดเร็วเพื่อเก็งกำไรจากอัตราดอกเบี้ย อีกทั้งมีการใช้นโยบายการสำรองทางการเงินและการออกพันธบัตรเพื่อดูดซับกระแสการเงินที่ไหลเวียนอยู่ในตลาด มีนักวิชาการการเงินของจีน Sun Lijian ของมหาวิทยาลัย Fudan เปรียบเศรษฐกิจจีนเหมือนก็อกน้ำที่แตกและน้ำไหลไม่หยุด คนพยายามเอาภาชนะต่างๆไปรองน้ำ แต่วิธีพื้นฐานที่ง่ายที่สุดคือ การปิดและซ่อมก็อกน้ำ เขาเสนอมาตรการให้รัฐบาลกระตุ้นการพัฒนาตลาดการเงิน ผ่อนผันกฎเกณฑ์เพื่อตั้งกองทุนส่งเสริมการเจริญเติบโตของบริษัทเล็กๆ และสร้างความมั่นใจในการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน Sun Lijian ยังได้เสนอให้รัฐบาลจีนปรับปรุงระบบประกันสังคม ให้บริการการรักษาพยาบาล การศึกษา การจ้างงาน และที่อยู่อาศัยที่ถูกกว่าและดีกว่าเพื่อสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนชาวจีนในการกล้าจับจ่ายใช้สอยโดยไม่ต้องออมเงินเก็บไว้เพื่อความไม่แน่นอนในอนาคต การประชุมครั้งนี้ ผมดูแนวโน้มจากการให้สัมภาษณ์ของที่ปรึกษาและนักกฎหมายของประเทศจีนแต่ละคน มีแนวโน้มที่ประเทศจีนจะหันมากระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ และอาจมีนโยบายประชานิยมที่จะช่วยเหลือคนปานกลางไปถึงคนจน โดยเฉพาะคนชนบทในจีนให้หันมากล้าจับจ่ายใช้สอยโดยเงินที่รัฐบาลจีนจะหว่านลงไป ซึ่งเป็นไปได้สูงเพราะ 80%ของสินค้าที่ผลิตในประเทศจีนบริโภคกันในประเทศ ที่เหลืออีก 20%คือสินค้าที่จีนส่งไปขายตีตลาดทั่วโลก
หันมาดูเงินเฟ้อที่ประเทศไทยตอนนี้ไปอยู่ที่ 5.8% และการเมืองที่ไม่มั่นคง อีกทั้งเศรษฐกิจไทยยังพึ่งการส่งออก เป็นไปไม่ได้เลยที่ไทยจะไม่ถูกกระทบจากการถดถอยของเศรษฐกิจโลก ผมว่าการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศทำได้ยาก เพราะคนไทยไม่มั่นใจในการเมือง ผมไม่ทราบว่า รัฐบาลนี้จะเอาเงินมากระตุ้นนโยบายประชานิยมจากไหน และคนครึ่งประเทศที่ไม่ใช่ฝ่ายรัฐบาลก็ไม่เชื่อมั่นในนโยบายของรัฐบาล แล้วประเทศเราจะเดินหน้าอย่างไร ในความคิดของผมช่วงนี้ไม่ควรจะจับจ่ายใช้สอย รอให้ถึงไตรมาสที่สองจนกว่าประเทศอเมริกาจะประกาศความเสียหายเนื่องจากวิกฤตการณ์ Sub Prime ก่อนแล้วเราค่อยขยับ เพราะวิกฤตการณ์นี้กระทบต่อประเทศไทยแน่นอน อย่าพยายามสร้างหนี้สิน ออมเงินสดไว้เยอะๆ และยิ่งมาเจอการเมืองเมืองไทยไม่นิ่งด้วย เราอาจจะเจอต้มยำกุ้งสองได้ เพราะนโยบายการเงินของเมืองไทยดูเหมือนอ่อนหัดและไม่ทันต่อเหตุการณ์ ทั้งๆที่เรามีคนเก่งอยู่เยอะแต่ใช้ไม่เป็น และการประกาศมาตรการคิดแต่เรื่องการเมือง ผลประโยชน์ทางด้านการเมือง วิกฤตการณ์ Sub prime ในครั้งนี้ ทำให้เราทราบว่า บริษัทอเมริกาบริหารงานไม่มี Good Governor และ Transparency เหมือนกัน นโยบายพวกนี้เป็นมาตรการที่อเมริกาไว้เล่นงานประเทศคู่ค้าและประเทศที่ด้อยกว่า แต่พอตัวเองประสพปัญหา ไม่เห็นมีใครยกเรื่องนี้มาพูดถึง เป็นไปได้ไงที่ให้กู้กับลูกหนี้ที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน หรือหลักทรัพย์ค้ำประกันต่ำ มันเป็นอาชญากรรมทางเศรษฐกิจชัดๆ ไม่เห็นมีใครจะคิดตรวจสอบความผิดกันเลย เราชาวเอเชียทำงานแสนเหนื่อยแล้วเอาเงินไปให้อเมริกาถลุงในแง่ไปซื้อพันธบัตรของเขาแล้วเขาเอาเงินเราไปใช้มานานแล้ว ตอนนี้มีบริษัทในประเทศจีนที่กำลังระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์รวมทั้งประเทศตะวันออกกลางที่จะนำเงินไปซื้อบริษัทหรือสถาบันการเงินในอเมริกา ยังไม่เข็ดเหมือนบทเรียนที่ครั้งหนึ่งบริษัทญี่ปุ่นไปลุยซื้อและลงทุนในประเทศอเมริกาแล้วหงายหลังกลับมา โดนบริษัทอเมริกาไปช้อนซื้อกลับในราคาถูกๆ บทเรียนที่ญี่ปุ่นจดจำไปอีกนาน แล้วเราไม่คิดระวังกันหรือ เพราะกฎเกณฑ์กติกาเหล่านี้ออกโดยชาวผิวขาวเป็นส่วนใหญ่ เขียนไปเขียนมาไปเหน็บอเมริกาได้ไง เกี่ยวกันไหมนี่... |