• Jui
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nopprasornn@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-11
  • จำนวนเรื่อง : 165
  • จำนวนผู้ชม : 59472
  • จำนวนผู้โหวต : 354
  • ส่ง msg :
<< มีนาคม 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



วันจันทร์ ที่ 17 มีนาคม 2551
ลีกาชิง...มังกรแห่งเกาะฮ่องกง
Posted by Jui , ผู้อ่าน : 648 , 06:34:06 น.   | หมวดหมู่ : ชีวิตในเมืองจีน  
พิมพ์หน้านี้


ลีกาชิง...มังกรแห่งเกาะฮ่องกง

 

หลังจากที่หายไปหนึ่งอาทิตย์เพื่อจะไปสืบหาข้อมูลมานั่งเขียน Entry พอดีไปเดินดู DVD ที่ร้านในเมืองเซี่ยงไฮ้ ไปเจอ DVD บทสัมภาษณ์ของ ลีกาชิง และ ลีกวนยู เลยตกลงซื้อมาดู ประกอบกับช่วงระยะเวลาเดียวกัน มีประกาศของนิตยสาร Forbes จัดอันดับคนรวยที่สุดในโลกของปี 2008 นี้ ซึ่ง ลีกาชิง ปีนี้ติดอันดับที่ 11 มีสินทรัพย์อยู่ถึง 26,000 ล้าน USD เป็นคนจีนที่รวยอันดับ 1 ในบรรดาคนจีนทั่วโลก

 

 

ลีกาชิง Li Kashing หรือ ในชื่อภาษาจีนว่า ลีเจียเฉิง (李嘉诚) ไม่ได้เกิดมารวยโดยกำเนิด ครอบครัวของเขาเป็นชาวซัวเถา หรือ ที่เรารู้จักกัน คือ คนแต้จิ๋ว ในวัยเด็ก เนื่องจากสมัยนั้นญี่ปุ่นเปิดฉากโจมตีประเทศจีน ในสงครามเอเชียมหาบูรพาในปี 1938 และทางใต้ของประเทศจีนเกิดความขัดสนและขาดแคลน เพื่อพยุงฐานะทางครอบครัวพ่อของเขาจึงหอบหิ้วเขามาหางานทำที่ฮ่องกง เช่นเดียวกับคนจีนหลายๆคนที่อพยพมาอยู่ประเทศไทย ในวัยเด็กเขาจึงเรียนหนังสือได้แค่ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น  แต่ด้วยความใฝ่ฝันในการศึกษา เขาจึงหาหนังสือมาอ่านเอง จนกระทั่งครั้งหนึ่งเขาอ่านหนังสือภาษาอังกฤษให้พ่อเขาฟัง และบอกพ่อของเขาว่า ภาษาอังกฤษไม่ยากเลย พ่อเขาถึงอึ้งและสลด เพราะรู้ว่า ลูกชายใส่ใจในการศึกษา แต่ตัวเองไม่มีปัญญาส่งเสีย

 

ความใฝ่ฝันของเขาเคยคิดอยากเป็นหมอ เนื่องจากตอนอายุ 13 ปีตอนที่พ่อเขาจะเสียด้วยโรควัณโรค เขาพยายามหาตำราทางแพทย์มาศึกษาเพื่อรักษาพ่อของเขา  ก่อนที่พ่อเขาจะจากไป แทนที่พ่อของเขาจะสั่งเสียเขากลับถามว่าเขามีอะไรจะบอกพ่อของเขา เขาบอกพ่อเขาว่า “ครอบครัวของเขาจะต้องมีชีวิตที่ดีตลอดกาลนาน” 

 

เขาเริ่มต้นการทำงานโดยเป็น Salesman ขายผลิตภัณฑ์จากพลาสติก จนเมื่อเขาอายุได้ 17 ปี เขาจึงเริ่มต้นธุรกิจของเขาโดยเป็นเจ้าของโรงงานพลาสติก ในปี 1956 ในนาม บริษัท Cheung Kong

 

 

หลังจากที่ธุรกิจพลาสติกประสพความสำเร็จ ในปี 1967 เขามุ่งสู่ธุรกิจ Real Estate ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นที่ทำเงินให้เขาอย่างมหาศาล ในปี 1977 บริษัท Real Estate ของเขาก็พิชิต บริษัท Real Estate อันดับ 1 ของฮ่องกงที่ชื่อว่า Hongkong Land ซึ่งเป็นบริษัทของคนอังกฤษได้สำเร็จ

 

หลังจากนั้นเขาจึงมุ่งสู่ธุรกิจการบริหารท่าเรือ โดยในปี 1984 เขาสามารถชนะประมูลการบริหารท่าเรือ Terminal 6 ซึ่งใหญ่ที่สุดในเกาะฮ่องกงเป็นผลสำเร็จ และยังมีท่าเรืออื่นๆในเกาะฮ่องกงที่บริษัทเขาบริหารอยู่แล้ว 3-4 แห่ง

 

ปี 1990 เขามุ่งสู่การลงทุนในต่างประเทศ ในธุรกิจ Real Estate เขาลงทุน take over บริษัท Hutchison เพื่อเป็น Brand ใช้ต่อสู้กับบริษัทต่างประเทศ กลายมาเป็นบริษัท Hutchison Wonbao ที่ชาวฮ่องกงและชาวจีนรู้จักกันดี

 

ปี 1991 เขาชนะการประมูลซื้อ ท่าเรือ Felixstowe ในประเทศอังกฤษ มาบริหาร Container Terminal และยังมีประเทศต่างๆในยุโรป ไม่ว่า เยอรมัน หรือ ฮอลแลนด์ ชักชวนให้เขาไปลงทุนในการบริหารธุรกิจท่าเรือ

 

ปี 1994 เขาเข้าไปลงทุนธุรกิจน้ำมันในประเทศคานาดา ในชื่อบริษัท Husky Oil เพื่อส่งขายให้กับตอนเหนือของประเทศอเมริกา

 

ธุรกิจของเขาที่ทำกำไรและส่งเสริมฐานะของเขามาจากการลงทุนในประเทศต่างๆ 24 กว่าประเทศ

 

 

เคล็ดลับที่ทำให้เขาประสพความสำร็จ คือ การสะสมเงินในช่วงที่เศรษฐกิจขาขึ้น และลงทุนในช่วงเศรษฐกิจขาลงในช่วงที่ราบเรียบ มีปัจจัยสำคัญ 3 ข้อที่ทำให้เขาประสพความสำเร็จ คือ Timing Speed และ Good Deal

 

ในช่วงที่เขาทำธุรกิจดอกไม้พลาสติกในช่วงเริ่มต้นธุรกิจ มีพ่อค้าชาวอเมริกาได้รับการแนะนำจากพ่อค้าชาวฮ่องกงให้มาซื้อสินค้าจากบริษัทของเขา โดยรับรองความประพฤติของเขาที่มีความรับผิดชอบต่องานและซื่อสัตย์ พ่อค้าชาวอเมริกาได้สั่งของจากบริษัทเขา ซึ่งเวลาส่งจะบรรจุดอกไม้พลาสติกลงไป 100 ดอกต่อกล่อง แต่เขากลับให้ลูกน้องบรรจุเพิ่มเข้าไปอีกดอก

 

เมื่อพ่อค้าชาวอเมริกาได้รับและตรวจสอบสินค้า เขาทำหนังสือแย้งมาว่า เขาใส่ดอกไม้เกินมา 1 ดอกทุกกล่องสินค้า ลีกาชิงทำจดหมายตอบไปว่า ที่เขาบรรจุดอกไม้เพิ่มเติมไปเพราะกลัวว่า ข้อหนึ่ง ลูกน้องของเขาอาจนับพลาด ข้อสอง กลัวว่า สินค้าจะเสียหายระหว่างการขนส่ง ดังนั้นเขาจึงส่งดอกไม้ไปให้อีก 1 ดอก เพื่อสำรองไว้ถ้าเกิดความเสียหาย พ่อค้าของเขาเลยเป็นคู่ค้าเขานับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา และสั่งสินค้าคราวหนึ่งครอบคลุมไปถึง 6 เดือน

 

หลังจากเขาประสพความสำเร็จในธุรกิจ เขาไม่ลืมแผ่นดินบ้านเกิดเมืองนอนของเขาโดยเฉพาะเมือง ซัวเถา หรือที่ภาษาจีนกลางเรียกว่า Shantou เขาเข้าไปพัฒนาเมืองนี้โดยการสร้างมหาวิทยาลัย และโรงพยาบาล Shantou เนื่องจากการใฝ่ใจในการศึกษาตั้งแต่เด็ก และความที่สมัยเด็กๆเขาอยากจะเป็นหมอ

 

มีเรื่องกล่าวขานกันว่า ครึ่งหนึ่งของเงินบริจาคเมือง Shantou ในเบื้องต้นก่อนที่จะพัฒนามาถึงทุกวันนี้ได้มาจากเงินบริจาคของ ลีกาชิง และอีกครึ่งหนึ่งของเงินบริจาคคงจะเดากันได้ มาจากคุณ ธานินทร์ เจียวรานนท์ ของบรัษัท CP เพราะคนแต้จิ๋วส่วนใหญ่ที่ออกไปอยู่ต่างประเทศอยู่ในประเทศไทยมากที่สุด

 

 

ที่อยากเขียนเรื่องนี้เพราะอยากให้ไปศึกษา เราชาวเอเชียก็มี Good Governor และ Transparency เช่นกันในแบบเอเชีย ที่เราต้องการคือการทำงานเป็น Team work และ มี System ไม่งั้นบริษัทเหล่านี้คงไม่สามารถแข่งขันกับบริษัทต่างชาติจากตะวันตกได้เลย และเราก็มีวิธีตอบแทนคืนสู่สังคมในแบบเอเชีย โดยไม่ต้องไปตั้งมูลนิธิเรียนแบบชาวตะวันตก เพราะเศรษฐีชาวตะวันตกที่ตั้งมูลนิธิบางคนเนื่องจากต้องการหลีกเลี่ยงกฎหมายมรดก ซึ่งแรงมากในประเทศของเขา ไม่สามารถส่งต่อทรัพย์สินสมบัติไปถึงรุ่นลูกรุ่นหลานของเขาได้

 

แล้วเรื่องก็จบโดยประการฉะนี้ ต้องขอโทษที่หายไปอาทิตย์หนึ่ง เพราะรบกับงานอยู่ และข้อมูลและลูกเล่นที่ใช้ประกอบการเขียน Entry น้อยลง กลับไปเมืองไทยต้องไปหาคนสอนวิธีใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์แล้ว...

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 55
พระจันทร์ วันที่ : 30/03/2008 เวลา : 13.41 น.
http://www.oknation.net/blog/sasithorn
เพราะเชื่อว่า...โลกนี้ไม่มีความบังเอิญ...รู้หรือไม่รู้...เท่านั้นเอง

มารับรู้เรื่องราวดี ๆ ของคนเก่ง ๆ

พระจันทร์
ความคิดเห็นที่ 54
TheQueenofNostalgia วันที่ : 25/03/2008 เวลา : 18.14 น.
http://www.oknation.net/blog/saisoi
Frankly my dear, I don't give a damn.

ให้สังคมนี้รู้ว่า
รวยเพราะโปร่งใส
ไม่ต้องอาศัยวิ่งเต้นสัมปทานก็มีจริง
ใช่มั้ยคะ
ความคิดเห็นที่ 53
hathai วันที่ : 23/03/2008 เวลา : 20.10 น.
http://www.oknation.net/blog/hathai

ชีวิตเขาน่าทึ่งมากเลยเนอะ
ความคิดเห็นที่ 52
mookie วันที่ : 21/03/2008 เวลา : 21.33 น.
http://www.oknation.net/blog/mookie
มนุษย์…ยืดสุดตัว ก็ไปไม่ถึงไหน  ก้มต่ำสุดก็ไป ไม่ได้ไกล.. แล้วใยยังไขว่คว้า หาในสิ่งเกินตัว...

เค๊าจะงกเหมือน อากู๋ ณ แกรมมี่มั๊ยอ่ะเฮีย...


ความคิดเห็นที่ 51
เด็กชายก้อง วันที่ : 20/03/2008 เวลา : 06.03 น.
http://www.oknation.net/blog/jezt
หัวใจมีเหตุผลของมันเองที่สมองไม่มีวันจะเข้าใจ

เป็นบุคคลที่เก่งจริงๆ
สู้แล้วรวยของแท้
แล้วยังมีความคิดที่ดีทั้งในชีวิตและการค้า
ความคิดเห็นที่ 50
มนุสฺเสสุ วันที่ : 19/03/2008 เวลา : 17.38 น.
http://www.oknation.net/blog/support

*-*
ความคิดเห็นที่ 49
Dogstar วันที่ : 18/03/2008 เวลา : 19.59 น.
http://www.oknation.net/blog/dogstar

ชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ
ความสำเร็จต้องต่อสู้ให้ได้มาบวกกับความเพียรและความอดทน
ความคิดเห็นที่ 48
แมวเหมียว วันที่ : 18/03/2008 เวลา : 19.45 น.
http://www.oknation.net/blog/wassanok

พฤษภานี้จะได้ไปเที่ยวเสินเจ้นแล้วค่ะ
ความคิดเห็นที่ 47
ฅนผ่านทาง วันที่ : 18/03/2008 เวลา : 18.17 น.
http://www.oknation.net/blog/konphantang
มุ ม ม อ ง เ ป ลี่ ย น :: ชี วิ ต ก็ เ ป ลี่ ย น ต า ม

ประวัติเขาน่าสนใจครับพี่จุ้ย
.. สุดท้ายมันก็ทำให้เราได้รู้ว่าเส้นทางแห่งความสำเร็จไม่เคยถูกโรยด้วยกลีบกุหลาบจริงๆ

พี่จุ้ยสบายดีนะครับ
ความคิดเห็นที่ 46
BlueHill วันที่ : 18/03/2008 เวลา : 18.16 น.
http://www.oknation.net/blog/charlee
ฟ้าคราม ป่าเขียว กาแฟหอมกรุ่น

ผมเคยอ่านกรุงเทพธุรกิจเมื่อปลายปีก่อน ให้นิยามความสำเร็จของ ลี กา-ชิง ไว้ 4 ประการด้วยกันครับ
1.อยากรวย(ยิ่งขึ้น)ต้องกล้าเสี่ยง
2.ถึงเรียนไม่สูงก็ไม่หยุดเรียน
3.ถึงยิ่งใหญ่ก็ไม่หยุดเปลี่ยนแปลงและไม่ประมาท
4.ไม่มีอภิมหาเศรษฐีคนไหนไม่ทำงาน(หนัก)
ความคิดเห็นที่ 45
ผู้หญิงตัวเล็ก วันที่ : 18/03/2008 เวลา : 15.51 น.
http://www.oknation.net/blog/rinn

ได้รู้ประวัติของ ลีกาชิง คนจีนที่รวยอันดับ 1 ของคนจีนทั่วโลก จากบล็อกนี้เองค่ะ...

ความคิดเห็นที่ 44
After-PostModern วันที่ : 17/03/2008 เวลา : 20.24 น.
http://www.oknation.net/blog/lightcircle

+1 งามๆเลย
ความคิดเห็นที่ 43
After-PostModern วันที่ : 17/03/2008 เวลา : 20.24 น.
http://www.oknation.net/blog/lightcircle

อยากอ่าน มากครับ
แล้วจะแวะมาอีก มาอ่านเอาจริง
แปะโป้งไว้ก่อนครับ
ความคิดเห็นที่ 42
slipknot วันที่ : 17/03/2008 เวลา : 19.42 น.
http://www.oknation.net/blog/slipknot
ถึงเป็นผี...ก็เป็นผีมี..หัวใจ...นะเฟร้ยยยยยยตอนนี้มีบ้านอีกหลัง www.oknation.net/blog/hellstory อย่าลืมแวะไปชมบ้างนะ...คริ...คริ...คริ

ลีกาชิง...สุดยอดมากๆ
ความคิดเห็นที่ 41
stayingalive วันที่ : 17/03/2008 เวลา : 19.39 น.
http://www.oknation.net/blog/stayingalive

ขอบคุณนะคะสำหรับบทความเรื่องนี้
ไม่เคยรู้เรื่องของคุณลีกาชิงเยอะขนาดนี้มาก่อนเลย...
ความคิดเห็นที่ 40
ผ่านมาระบาย วันที่ : 17/03/2008 เวลา : 19.27 น.
http://www.oknation.net/blog/Sodoyouthinkyoucanblog
Tea after Time

หุหุ ไม่อยากพูดเลย
ที่แท้ หนูก็มีแวว ได้เป็นเศรษฐี กับเค้าแล้ว
เพราะ ทำงานอยู่ บริษัท พลาสติก เหมือนกัน

ค่อยมีกำลังใจหน่อย


ชอบตรง ฝรั่งเทใจให้เพราะได้ของแถมค่ะ
วันก่อน หนูก็เพิ่งโดนลูกค้าด่า เพราะส่งสินค้าขาดนี่แหละ เค้าให้แถม หนูก็ไม่ยอม เพราะมั่นใจว่า มันไม่น่าจะขาด เค้าเลยเคืองหนูมาตลอด

บทเรียนจริง ๆ
^^

ยินดีต้อนรับการกลับมาค่า
ความคิดเห็นที่ 39
เรือรบเมืองมั่น วันที่ : 17/03/2008 เวลา : 19.11 น.
http://www.oknation.net/blog/ruarob

ลีกาชิง ดังมานา พึ่งสนใจอ่านเรื่องของเขาจากบล็อกคุณจุ้ยนี่เอง

ช่วยนำเรื่องของ เศรษฐีนีจีนที่ใส่ผมเปียเหมือนเด็ก นิสัยประหลาด แล้วตายไปแล้ว มาเล่าให้ฟังหน่อยสิครับ ผมจำไม่ได้แล้วว่าเธอชื่ออะไร แต่ประวัติสนุกมาก
ความคิดเห็นที่ 38
เป๊ปซี่ วันที่ : 17/03/2008 เวลา : 18.30 น.
http://www.oknation.net/blog/Pepsi8

ถ้ามี Good Governor และ Transparency อย่างนี้อย่าได้ริเล่นการเมืองเชียว....

มหาเศรษฐีอันดับ 11 ของโลก...ก็อาจหมดตัวได้....
ความคิดเห็นที่ 37
Jui วันที่ : 17/03/2008 เวลา : 18.11 น.
http://www.oknation.net/blog/jui880


อืมจริงนิ...หรือพวกเราขยันเกินไป
ความคิดเห็นที่ 36
apooh วันที่ : 17/03/2008 เวลา : 18.07 น.
http://www.oknation.net/blog/bedtaled
ในบางคราความรู้สึกที่ลึกล้ำ เหยียบย่ำย้ำในหัวใจเศร้า เมื่อมองเห็นเส้นทางระหว่างเรา เงียบเหงา ว้าเหว่วังเวงจำ (ดั่งดวงหฤทัย) : ทมยันตี

คนที่จะยิ่งใหญ่ได้ทุกคนต้องพยายามมากทั้งนั้นเลยนะคะเฮีย
ความคิดเห็นที่ 35
สุรศักดิ์ วันที่ : 17/03/2008 เวลา : 15.58 น.
http://www.oknation.net/blog/surasakc
ขอเชิญชม << หาดแหลมกุ่ม ... ยังรอรับการเยี่ยมเยือน ! >> up 23 ก.ค.51

ขอบคุณมากครับ ที่กรุณาเล่าประวัติ
มังกรลีกาชิง แห่งเกาะฮ่องกง
ให้ทราบ น่าสนใจมากทีเดียวครับ
โดยเฉพาะ เคล็ดลับในการประสบความ
สำเร็จตอนเริ่มต้นธุรกิจดอกไม้พลาสติก
รวมทั้ง ให้ความสำคัญต่อปัจจัย 3 ข้อ ได้แก่ Timing Speed และ Good Deal
ผมเองก็มีบรรพบุรุษมาจากซัวเถาเหมือนกัน
แต่ยังไม่สามารถเอาดีได้มากนัก แต่ก็เคย
กลับไปเยี่ยมซัวเถาครับ
ความคิดเห็นที่ 34
wullopp วันที่ : 17/03/2008 เวลา : 15.41 น.
http://www.oknation.net/blog/health2you

โหวตให้อีก 1 คะแนนครับ... นี่เป็นเรื่องที่ดีมากๆ สอนให้คนเรารู้จักสู้งาน + สู้ชีวิต และเมื่อท่านรวยแล้วก็ยังสร้างโรงพยาบาล + มหาวิทยาลัยด้วย... สาธุ สาธุ สาธุ
ความคิดเห็นที่ 33
ฟ้าบ่กั้น วันที่ : 17/03/2008 เวลา : 15.13 น.
http://www.oknation.net/blog/underthesamesun

ตกใจหมดเลยและเสียใจด้วย
ขออภัยทุกท่านและคุณลีกาชิงด้วย
ผมเข้าผิดจริงๆ
ที่แท้คือคุณสแตนลี่ โฮนั่นเองที่ทำคาสิโน

ช่วยลบความเห็นที่ 30 ด้วยครับ
ผมอายมากๆเลย
ความคิดเห็นที่ 32
ย่าดา วันที่ : 17/03/2008 เวลา : 14.20 น.
http://www.oknation.net/blog/dada
วิญญานอิสระโบยบิ http://www.oknation.net/blog/freesoultofly

เฉพาะเนื้อหาก็กินขาดแล้วค่ะไม่ต้องปรุงแต่งอะไรแล้ว
ถูกใจเป็นที่สุดสำหรับเอ็นทรี่นี้ เพราะกำลัง
ประทับใจบุคคลๆนี้อยู่พอดีค่ะ
อยากได้รายละเอียดที่มากว่านี้ เป็นไปได้ไหมคะ อย่างงี้ต้องโหวด
ความคิดเห็นที่ 31
Jui วันที่ : 17/03/2008 เวลา : 14.20 น.
http://www.oknation.net/blog/jui880

ตอบคุณคคห.30 ฟ้าบ่กั้น

ที่ผมได้ยินมาไม่เคยเห็นลีกาชิงมีธุรกิจบ่อนการพนัน
น่าจะเป็นแสตนลีย์ โฮ เจ้าพ่อมาเก๊า
เจ้าของโรงแรมลิสบอน ในมาเก๊า
ใครรู้ช่วยตอบที..
ความคิดเห็นที่ 30
hathai วันที่ : 17/03/2008 เวลา : 14.16 น.
http://www.oknation.net/blog/hathai

โหบทความได้ขึ้นประเด็นเด็ดอีกแระ
เจ๋งง่ะ
ความคิดเห็นที่ 29
จิ้งจก วันที่ : 17/03/2008 เวลา : 14.05 น.
http://www.oknation.net/blog/ryuki2007

เมื่อเร็วๆ นี้ได้อ่านข่าวทางหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์เขาบอกว่า อาแปะที่สุพรรณคนหนึ่งเป็นน้องชายคลานตามกันมาของลีกาชิง เขาอยากพบพี่ชายก่อนตาย และก็จำได้ว่า พี่ชายเคยเลี้ยงดูเขาด้วย ก่อนที่เขาจะถูกส่งไปเป็นลูกบุญธรรมของคนอื่นและเดินทางมาเมืองไทยทำให้พี่น้องต้องแยกจากกัน นอกจากนี้พี่น้องของเขาก็ยังมีอยู่ที่เมืองจีนด้วย ผมตามๆ อ่านดูเหมือนกัน แต่ก็ไม่เห็นความคืบหน้าของเรื่องนี้ไม่รู้พี่น้องได้เจอกันหรือเปล่า เรื่องอย่างนี้น่าจะเอามาทำเป็นละครยิ่งกว่าสงครามนางฟ้าซะอีกนะเนี่ย
ความคิดเห็นที่ 28
TaTee วันที่ : 17/03/2008 เวลา : 13.16 น.
http://www.oknation.net/blog/poo

ผมก็เป็นคนแต้จิ๋ว..เคยได้ยินว่านักการเมืองปลาไหลบ้านเรา..ก็แต้จิ๋ว..แต่ไม่กล้ากลับไปเหยียบบ้านเกิดของบรรพบุรุษที่เมืองจีน...เพราะเคยปฏิเสธที่จะบริจาคเงิน...โดยบอกว่าตนไม่ใช่คนจีนอีกด้วย
ความคิดเห็นที่ 27
red-devils วันที่ : 17/03/2008 เวลา : 13.07 น.
http://www.oknation.net/blog/red-devils

ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมผมครับ

ผมเพิ่งรู้นะเนี่ยว่า ลีกาชิงเป็นเจ้าของ ฮัทชินสัน เคยได้ยินมาเหมือนกันว่า ฮัท ในประเทศอื่นดังมาก แต่พอมาลงทุนในไทย โดนปิดกั้นจากอำนาจกลุ่มทุนคู่แข่งอย่าง....นะ ไม่บอกพี่ก็คงรู้นะครับ

ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆครับ
ความคิดเห็นที่ 26
spyone วันที่ : 17/03/2008 เวลา : 12.21 น.
http://www.oknation.net/blog/spyone
  โลกหมุนด้วยความรัก

ลีกาชิง..เป็นเจ้าของยาหม่องตาเสือ..ใช่ไหมคะ
ความคิดเห็นที่ 25
AJ.p วันที่ : 17/03/2008 เวลา : 12.12 น.
http://www.oknation.net/blog/TheTaleOfFourTribes
- - กระต่ายตัวนี้...มิมีพิษมีภัยนะจ๊ะ!!! - -

ความคิดเห็นที่ 17
Jui วันที่ : 17/03/2008 เวลา : 06.57 น.
http://www.oknation.net/blog/jui880
ip : 222.71.47.54


ว่างๆ..จะมาไล่อ่านตั้งแต่ต้น
ลืมไปแล้วละ..ขอโทษ
สวัสดีนะ
***************************

ถึงไม่ได้อ่านก็แวะไปทักทายกันได้นะคับ...พอดีว่าผมเขียนนิยายแบบเด็กๆน่ะฮะ...กลัวอ่านแล้วจะไม่สนุกซะเปล่าๆ... ขอบคุณที่แวะไปด้วยคับ
ความคิดเห็นที่ 24
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 17/03/2008 เวลา : 12.03 น.
http://www.oknation.net/blog/konto
    http://www.oknation.net/blog/konto2    

Timing
Speed
Good Deal

พญามังกร

ขอบคุณที่นำเสนอครับ
ความคิดเห็นที่ 23
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 17/03/2008 เวลา : 11.44 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ผู้ยบิ่งใหญ่ตัวจริง..ของจริง
ความคิดเห็นที่ 22
หมีปิศาจ วันที่ : 17/03/2008 เวลา : 11.06 น.
http://www.oknation.net/blog/mee104
ขอบคุณสำหรับทุกความเห็น ช่วยแนะนำมือใหม่หัดเขียนด้วยครับ

ขอบคุณสำหรับ ชีวประวัติของลีเจียเฉิง ที่พี่จุ้ยนำมาให้อ่านครับ
ได้ประโยชน์และข้อคิดมากครับ

ผมเพิ่งรู้ว่าท่าเรือที่ Felixstowe ที่ผมส่งตู้ไปให้ลูกค้าที่อังกฤษบ่อยๆ
อยู่ภายใต้การดูแล และจัดการของเขาด้วย ทึ่งจริงๆ ครับ

โหวตให้นะครับพี่จุ้ย
ความคิดเห็นที่ 21
เสือจุ่น วันที่ : 17/03/2008 เวลา : 10.53 น.
http://www.oknation.net/blog/tigerjun
Life is like a box of chocolates... you never know what you're gonna get...Forest Gump 

ใคร ถึงใคร ที่อยู่ในสภา ทำเนียบหินอ่อนสวย
ควรดูตัวอย่างแบบนี้

แล้วพัฒนาชาติของเขาให้รุ่งเรืองบ้าง

อย่าปล่อยให้กินข้าวแกงจานละ สี่สิบ เหมือนทุกวันนี้เลย