• Jui
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nopprasornn@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-11
  • จำนวนเรื่อง : 146
  • จำนวนผู้ชม : 43086
  • จำนวนผู้โหวต : 309
  • ส่ง msg :
<< มีนาคม 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



วันพุธ ที่ 26 มีนาคม 2551
เรียนรู้จากมังกรสิงคโปร์...ลีกวนยู
Posted by Jui , ผู้อ่าน : 481 , 06:36:54 น.   | หมวดหมู่ : ชีวิตในเมืองจีน  
พิมพ์หน้านี้


เรียนรู้จากมังกรสิงคโปร์...ลีกวนยู

 

หลังจากที่เคยเสนอเรื่องของ ลีกาชิง มาแล้ว ใน DVD ที่ผมซื้อมาแผ่นเดียวกันนี้ ยังมีเรื่องของ ลีกวนยู มังกรผู้ปกครองเกาะสิงคโปร์ตั้งแต่ปี 1959 จนถึงปี 1990 เป็นเวลานานกว่า 31 ปี ในมุมมองของคนไทย มีบางคนที่ชมชอบเขา มีบางคนที่เกลียดชังเขา อาจจะกล่าวได้ว่า เขาคือ นักเผด็จการตัวจริงในระบอบการปกครองระบอบประชาธิปไตย

 

01

 

ลีกวนยู (Lee Kuan Yew) เป็นชาวสิงคโปร์โดยกำเนิด เกิดเมื่อวันที่ 16 กันยายน 1923 ศึกษา ณ.ที่ วิทยาลัย Raffles วิทยาลัยที่มีชื่อเสียงมากที่สุดใน British Malaya เพื่อนร่วมรุ่นของเขาที่คนไทยรู้จัก ก็คือ ตนกู อับดุล รามานย์ (Tunku Abdul Raman) นายกรัฐมนตร๊ของประเทศมาเลเซีย ก่อนหน้าที่ มหาเธร์ จะขึ้นกุมอำนาจในประเทศมาเลเซีย

 

ในช่วงอายุ 19 ปี ชีวิตในวัยเรียนของเขาต้องหยุดพักเนื่องจากการรุกรานและปกครองสิงคโปร์โดยประเทศญี่ปุน ในสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่เป็นการปลุกใจให้เขาหันมาสนใจทางด้านการเมืองตามประสาชาวเอเชียเพื่อต่อสู้เพื่ออิสรภาพ และการพ่ายแพ้อย่างง่ายดายของกองทัพอังกฤษต่อกองทัพญี่ปุ่น ทำใ้ห้ทำลายความเชื่อเรื่องการไม่สามารถเอาชนะคนขาวลงได้อย่างสิ้นเชิง ความคิดทางการเมืองของ ลีกวนยู เริ่มจากวันเวลาแห่งความสิ้นหวังนี้

 

หลังสงคราม ลีกวนยู เดินทางไปศึกษากฎหมายที่มหาวิทยาลัย Cambridge ที่ประเทศอังกฤษ ที่ซึ่งเขาได้พบและแต่งงานกับภรรยาของเขา (กวาก๊อกชู Kwa Geok Choo) ที่มาเรียนกฎหมายที่ Cambridgeเช่นเดียวกัน และเป็นที่ซึ่งมีการนำเอาปัญหาความไม่พอใจในการปกครองอาณานิคมของอังกฤษต่อชาว Malayans มาพูดคุย โดยได้รับความเห็นอกเห็นใจและอยากให้อิสรภาพแก่อาณานิคมเหล่านั้นจากพรรค Labor Party ของอังกฤษ ทำให้เขาฝักใฝ่ในองค์กรณ์ Socialist และกระโจนเข้าหา Malayan Forum เพื่ออภิปรายตอบโต้กับประเทศอังกฤษในการเป็นอิสรภาพจากอาณานิคมของอังกฤษ

 

ที่อังกฤษนี้เองเป็นที่เขาซาบซึ้งถึงความเป็นศิริวิไลซ์ของมนุษย์ โดยตัวอย่างเล็กๆของร้านขายหนังสือพิมพ์ที่ไม่จำเป็นต้องมีผู้ขาย ผู้คนมาซื้อหนังสือพิมพ์จ่ายและหยิบทอนเงินทองกันเองโดยไม่มีการโกงหรือชักดาบ และไม่มีใครคิดขโมยเงิน ผู้คนรู้จักหน้าที่ของตนเอง

 

02

 

หลังจากเขากลับมาสิงคโปร์ในปี 1950 ในปี 1954 ลีกวนยู จัดตั้งพรรค People’s Action Party (PAP) และในปี 1955 เขาชนะการเลือกตั้งเป็นครั้งแรก จากนั้นในปี 1959 เขาได้รับการเลือกตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์เมื่ออายุได้เพียง 35 ปี

 

ในปี 1961 ลีกวนยูพูดคุยกับตนกู อับตุล รามานย์ ในการรวมสิงคโปร์เข้ากับประเทศมาเลเซีย โดยเล็งเห็นว่า ประเทศสิงคโปร์ไม่มีทรัพยากรธรรมชาติและปัจจัยที่เอื้อให้เติบโตเป็นประเทศที่สมบูรณ์ การรวมประเทศมาสำเร็จในปี 1962 หนึ่งปีผ่านมา แต่แล้วอีก 3 ปีผ่านมาในปี 1965 ลีกวนยู ตัดสินใจนำสิงคโปร์แยกออกจากประเทศมาเลเซีย ทั้งน้ำตา เนื่องจากปัญหาเรื่องเชื้อชาติที่เป็นปัญหาใหญ่ของทั้งสองประเทศ เขาประกาศในวันที่ต้องแยกออกจากมาเลเซียว่า Singapore must survive

 

ตั้งแต่นั้นมา ลีกวนยู ได้สร้าง สิงคโปร์ ให้เป็น หนึ่งในประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ถึงแม้สิงคโปร์จะมีความยุ่งยากในทางเศรษฐกิจ แต่สิงคโปร์มีระบบสาธารณูปโภคที่ดีเนื่องจากการเป็นอาณานิคมของอังกฤษและเป็นแหล่งขนถ่ายสินค้า ลีกวนยู จึงใช้ศักยภาพทางด้านนี้อย่างเต็มที่ในการพัฒนาประเทศ

 

ดูเหมือนว่า ลีกวนยู จะใช้องค์ความรู้ไปในด้านสิ่งจำเป็นในการการปฎิรูปการปกครองเพื่อเน้นการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ เช่นเดียวกับ เติ้งเสี่ยวผิง มังกรแห่งประเทศจีน จึ่งไม่แปลกใจเลยเมื่อ ลีกวนยู ก้าวออกมาสนับสนุน เติ้งเสี่ยวผิง เป็นแถวแรกๆเมื่อประเทศจีนเปิดประเทศ

 

03

 

มีประโยคที่ ลีกวนยู ให้สัมภาษณ์กับทางโทรทัศน์ “เขาเชื่อในเรื่องนำคนดีมาดำรงตำแหน่ง ถึงแม้ระบบจะไม่ดี หรือห่วยสุดๆ” เพราะคนดีเมื่อมาดำรงอยู่สามารถสร้างระบบที่ดีได้ แต่ถ้าระบบที่ดีแต่เอาคนไม่ดีมาดำรงตำแหน่ง ระบบก็จะพังและพินาศไป บทเรียนนี้เป็นความทรงจำของเขาในภาวะสงครามที่เขาเคยเผชิญมา

 

แม้ลีกวนยู จะเป็นผู้เผด็จการในคราบระบอบประชาธิปไตย แต่สิ่งที่เขาทำสิ่งที่เขาสร้างเพื่อประเทศสิงคโปร์ ในช่วงที่เขาปกครองประเทศสิงคโปร์ไม่เคยมีข้อกล่าวหาเขาในเรื่องคอรัปชั่น กินสินบาทคาดสินบน ทำให้ประเทศ สิงคโปร์ เป็นประเทศที่ติดอันดับประเทศที่น่าลงทุนในอันดับต้นๆแทบทุกปี จะมีแต่ข้อกล่าวหา ลีกวนยู ในแง่ใช้อำนาจในทางมิชอบเพื่อขจัดฝ่ายตรงข้ามและบุคคลที่คิดเห็นตรงกันข้ามกับเขา

 

ลีกวนยู เคยให้สัมภาษณ์ในเรื่องการใช้อำนาจของเขาว่า “เขาปลูกฝังความคิดและความเชื่อประชากรของเขาเพื่อให้ประชากรของเขาเชื่อในเรื่องที่จะนำประเทศสิงคโปร์ก้าวพัฒนาไปสู่ประเทศที่เจริญและศิริวิไลซ์ ใครที่มาขัดขวางแนวความเชื่อนี้ เขาจะขัดขวางและต่อสู้กับคนเหล่านั้นจนถึงที่สุด” เพราะเขาบอกว่า ความคิดและความเชื่อในสิ่งที่คิดนี้ไม่สามารถสร้างขึ้นมาได้ภายในวันเดียว แต่ถ้ามาถูกทำลายโดยคนบางกลุ่มในเพียงวันเดียว ประเทศของเขาก็จะไม่มีศักยภาพในการแข่งขันกับประเทศอื่นๆได้

 

มีครั้งหนึ่งที่ผู้นำประเทศสิงคโปร์และมาเลเซียมาประชุมที่ประเทศไทย ในตอนกลางคืนทางฝ่ายไทยได้จัดสาวๆไว้ให้ท่านผู้นำของแต่ละประเทศ ลีกวนยู ตอบแก่ผู้จัดหาคนไทยว่า เขามาประเทศไทยเพื่อมาประชุมและไม่คิดจะมาหาความสุขและสนุกแบบนี้ ในขณะที่ผู้นำมาเลเซียเมื่อเห็น ลีกวนยู ไม่ตอบรับสาวๆที่ไทยจัดให้ จึงบอกแก่คนไทยให้ยกสาวที่จัดให้ให้ท่านผู้นำมาเลเซียเพิ่มไปเลย เรื่องนี้มาจากบทสัมภาษณ์ของผู้ใกล้ชิด ลีกวนยู ซึ่งมีอยู่ใน DVD ที่ผมซื้อมาดู

 

คงได้ข้อคิดสิ่งที่ผมนำเสนอบ้างนะครับ แม้แต่นักเผด็จการในคราบประชาธิปไตยตัวจริงเสียงจริง ถ้าเขาทำเพื่อประเทศชาติเขาจริงๆ คนสิงคโปร์ส่วนใหญ่รักและนับถือเขา และทำให้รู้ว่า ทำไมคนสิงคโปร์ถึงเป็นคนที่ Tough และ ก้าวร้าว ในทางเศรษฐกิจ เพราะประเทศเขาไม่มีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์เหมือนประเทศไทยไว้ใช้สอย จึงต้องขวนขวายและแสวงหาเพื่อไม่ให้ประเทศเขาไม่ตกไปจากแผนที่โลก

 

เมื่อดูเขาแล้วมามองดูประเทศไทยของเรา ไม่รู้เราจะคิดกันยังไง...โอ้ ประเทศไทย

 

ข้อมูลอ้างอิง

http://www.singapore-window.org/80612aw.htm

http://www.usp.nus.edu.sg/post/singapore/government/leekuanyew/chron.html


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 62
หมีปิศาจ วันที่ : 05/04/2008 เวลา : 14.13 น.
http://www.oknation.net/blog/mee104
ขอบคุณสำหรับทุกความเห็น ช่วยแนะนำมือใหม่หัดเขียนด้วยครับ

ผมนับถือในแนวคิดและความสามารถของเขาจริงๆ ครับ

แต่ที่บอกว่า
ที่อังกฤษนี้เองเป็นที่เขาซาบซึ้งถึงความเป็นศิริวิไลซ์ของมนุษย์ โดยตัวอย่างเล็กๆของร้านขายหนังสือพิมพ์ที่ไม่จำเป็นต้องมีผู้ขาย ผู้คนมาซื้อหนังสือพิมพ์จ่ายและหยิบทอนเงินทองกันเองโดยไม่มีการโกงหรือชักดาบ และไม่มีใครคิดขโมยเงิน ผู้คนรู้จักหน้าที่ของตนเอง
มันมีเรื่องอย่างนี้จริงๆ หรือ? ถ้าเป็นสมัยนี้ ผมว่ายังไงก็ไม่มีทางเป็นไปได้ครับ
ความคิดเห็นที่ 61
Yai_Nid วันที่ : 29/03/2008 เวลา : 14.21 น.
http://www.oknation.net/blog/YaiNid
เที่ยว Melbourne..ที่นี่  Love U..OK?..รักนะ..ได้มั้ยล่ะhttp://www.oknation.net/blog/konlangkow

บ้านเมืองเขารุดหน้าก็เพราะว่ามีผู้นำเช่นเขาแหละค่ะ
ความคิดเห็นที่ 60
ดินเหนียว วันที่ : 27/03/2008 เวลา : 22.28 น.
http://www.oknation.net/blog/din22
ฝัน...ของดินเเหนียว เขตปลอด Tag จ้ะ


ขอชื่นชมในผลงานมากๆเลยค่ะ
ดินฯ ให้ 1 vote พร้อมกำลังใจนะคะ

นอนหลับฝันดีค่ะ
ความคิดเห็นที่ 59
zuni วันที่ : 27/03/2008 เวลา : 22.11 น.
http://www.oknation.net/blog/zuni

มันคงเผยแพร่ไปทุกมุมโลกแล้วเนอะพี่ อายเค้ามั้ยนั่นน่ะ เฮ้อ...
แค่รักชาติได้แค่ปลายก้อยเขา ชาติเราคง
จะเด่นชัดในแผนที่โลกแน่ๆเลยเนอะพี่จุ้ย
สักวันต้องเป็นวันของชาติไทย...
ความคิดเห็นที่ 58
eddie วันที่ : 27/03/2008 เวลา : 21.36 น.
http://www.oknation.net/blog/supermodels

ผมว่า ต่อให้ประเทศไทยไม่มีทรัพยากรเหมือนสิงคโปร์ คนไทยส่วนใหญ่ก็คงไม่ขวนขวายกันเท่าไหร่หรอกครับ
ความคิดเห็นที่ 57
iheartia วันที่ : 27/03/2008 เวลา : 12.24 น.
http://www.oknation.net/blog/iheartia
...Live is Beautiful...Enjoy Your Life Now!...

อ่านจบแล้ว
ผมได้ "ความรู้" มากขึ้นจริงๆ ครับ

เฮ้อ...ทำไม "ไทย" ไม่มีผู้นำแบบนี้
คงต้องรอต่อไป เพราะผมเชื่อว่า

"กรุงศรีอยุธยา ยังไม่สิ้นคนดี คนเก่ง"

รอ ร๊อ รอ
ความคิดเห็นที่ 56
ณชาติหนึ่ง วันที่ : 27/03/2008 เวลา : 12.01 น.
http://www.oknation.net/blog/nnnnnn
เพราะความรักคือพลังงานของหัวใจ ก็รักที่ยิ่งใหญ่คือพ่อกับแม่นี่จ๊ะ

ท่านพี่ข้าคงไม่มีเจตนาจะยกมาเปรียบเทียบกับใครใช่มั้ยค่ะ

นับว่าท่านเป็นผู้นำที่เก่งมากคนหนึ่งเลยค่ะ

เป็นความรู้ใหม่ที่ข้าพเจ้าได้เพิ่มเข้าสู่สมองเป็นที่เรียบร้อยแล้วล่ะ
ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 55
paedophile วันที่ : 27/03/2008 เวลา : 10.10 น.
http://www.oknation.net/blog/paedophiel
ขับเคลื่อนอารมณ์ให้ตรงร่องน้ำ หากประมาทอาจทำให้สำนึกถูกเฉี่ยวชนจนสติปัญญาเกยตื้น


ความคิดเห็นที่ 54
สายธาร วันที่ : 27/03/2008 เวลา : 02.41 น.
http://www.oknation.net/blog/cyberfrogy
ไหว้พระ ๙ วัด เชียงใหม่....เพื่อความเป็นสิริมงคล..ตอนจบ)


ใครๆก็รักประเทศของตนเอง...ช่วยกันปกปักรักษาไว้ครับ
ความคิดเห็นที่ 53
Fatmaster วันที่ : 27/03/2008 เวลา : 02.14 น.
http://www.oknation.net/blog/fattystory

ลีกวนยู คือ ผู้นำที่น่ายกย่องคนนึงของโลก
สิงค์โปร์ เป็นประเทศที่มีสภาพแวดล้อม และคุณภาพชีวิตที่ดีประเทศหนึ่งในเอเชีย มีความเป็นระบบ ระเบียบเรียบร้อย สะดวกสบาย น่าอยู่ ทันสมัย มีระบบเศรษฐกิจที่มั่นคง ทั้งๆ ที่เป็นประเทศเป็นเพียงเกาะเล็กๆ แม้แต่น้ำจืดก็ยังต้องซื้อจากมาเลย์เซีย เป็นประเทศที่มีจุดเด่นในการใช้ระบบบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพประเทศหนึ่ง แม้แต่ในสวนสาธารณะทุกจุดใช้ระบบการบริหารจัดการได้ดี และใช้การประชาสัมพันธ์เป็น

โดยส่วนตัวผมได้มีโอกาสไปสิงค์โปร์มาหลายหน ไปทั้งในแง่งานก็ดี ไปเที่ยวส่วนตัวก็ดี เท่าที่ผมสังเกตในความมีระเบียบ เรียบร้อยในสถานที่ต่างๆ ของเขา บางทีประเทศเขาก็ดูคล้ายบรรยากาศเหมือนหนังเรื่อง True Man Show ซึ่งถูกจัดวางไว้หมด ทั้งนี้ อาจจะเนื่องจากประเทศของเขาเล็ก ประชากรไม่มากนัก แต่ก็คงต้องยอมรับในความสามารถการบริหารจัดการความหลากหลายทางเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรมของเขาให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ

หากคุณไปเที่ยวสิงค์โปร์ คุณแวะเข้าร้านสะดวกซื้อในย่านมุสลิม เขาจะไม่มีเบียร์หรือแอลกอฮอลล์ขาย
ห้องสมุด แหล่งให้ความรู้และถือเป็นสถานที่พักผ่อนอย่างหนึ่งแก่ประชาชนผู้ใฝ่รู้ รัฐได้ให้การสนับสนุนเต็มที่และทันสมัยมาก คุณเชื่อมั้ยว่า เขามีห้องสมุดอยู่ทั่วทุกหัวระแหง ทั้งในตึกใจกลางเมืองที่ผู้คนแออัด เขาไม่ลืมที่จะมีบริการแบบนี้ให้กับคนในประเทศของเขา ห้องสมุดบางแห่งใหญ่พอๆ กับ Departmentstore บ้านเรา ตกแต่งทันสมัย แบ่งเป็น Zone ต่างๆ มีสิ่งอำนวยความสะดวก บรรยากาศชวนให้เราเขาไปนั่งอ่านหนังสืออยู่ในนั้นได้ทั้งวัน และที่สำคัญการบริการของเขา available และสะดวกสุดๆ ชนิดที่ว่าคุณสามารถยืมหนังสือจากที่นี่ แต่เวลาคืนคุณสามารถ Drop คืนในอีกเขตหนึ่งที่มีห้องสมุด โดยไม่จำเป็นต้องถ่อสังขารมาอีกที....นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่ง
ผมเคยไป Las Vegus อเมริกาเมื่อ10 กว่าปีที่แล้ว ผมเข้าไปเที่ยวดูบาร์ประเภทที่มี show girl เหมือนพัฒน์พงษ์บ้านเรา ผมเข้าชมร้าน sex shop เขาขอผมตรวจ Passport หรือแม้แต่ผมเข้าร้านสะดวกซื้อผมซื้อเบียร์ทาน หรือเห็นหนังสือ Playboy ว่าจะซื้อมาฝากเพื่อน คุณเชื่อมั้ยว่า...คนขายในร้านสะดวกซื้อเขาขอผมดู Passport และทำเสียงดุ ถามผมอายุเท่าไร ทั้งๆ ที่ตอนนั้นผมอายุ 31 ขวบแล้ว (สงสัยหน้าเด็ก..อิ..อิ...) ซึ่งผมเป็นต่างชาติ เขาไม่มีตำรวจคุม เขาขายเขาก็ได้เงิน ไม่เห็นจะต้องสนใจอะไร...และนี่คือ สิ่งที่ผมประทับใจ
และอีกหลายสิ่งหลายอย่างในยุโรปที่ผมไปประสบกับเหตุการณ์คล้ายๆ แบบนี้ (ไว้มีโอกาสผมจะเขียนที่บ้านผม http://www.oknation.net/blog/fattystory)

พูดมายาว...ประเด็นที่ผมอยากจะบอกก็คือ เราคงร่ำร้องหาอัศวินม้าขาว หรือผู้นำประเทศ หรือรัฐบาลที่ดีที่สุด เก่งที่สุด ซื่อสัตย์ที่สุด มาบริหารประเทศเราให้เจริญคงลำบาก ทั้งๆ ที่ เมื่อเราเทียบกับสิงค์โปร์ ผมว่าทุกท่านคงไม่ต้องสงสัย เรามีอะไรเหนือกว่าทั้งในด้านทรัพยากรและอื่นๆ อีกมากมาย

ผมคิดว่า อัศวินที่จะช่วยชาติของเราได้ ไม่ได้อยู่ในสภา หรือผู้คนที่ไขว่คว้ามาเพื่อการเลือกตั้ง แต่อัศวินอยู่ที่เราทุกคน อยู่ที่จิตสำนึกและทัศนคติของตัวเราเองก่อน เราต้องเริ่มที่ตัวเราก่อน สังคมเล็กๆ ของเราก่อน บ้านเราก่อน บริษัทเราก่อน สังคมเราก่อน ก่อนที่จะไปช่วยชาติเรา

หากวันนี้เราอยู่คอนโด เขามีกฎไม่ให้วางรองเท้าไว้นอกห้อง คุณก็ยังละเมิดถือสิทธิ์การอยู่ร่วมกัน
หากวันนี้เรายังทำงานเช้าชามเย็นชาม คิดว่าฝีมือเราดีกว่าเขา เขาล้าหลังกว่าเรา ประเทศเพื่อนบ้านด้อยกว่าเรา
เราลืมกันไปว่าเขาก็มีสุภาษิต “ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั้น” เช่นเดียวกับเรา
แต่เขาระลึกอยู่เสมอ แต่เราท่องจำกันแล้วก็ลืม....
หากเรายังใช้ประชาธิปไตยแบบผิดๆ ถูกๆ ตามใจแบบไทยๆ
หากเรายังไม่ห็นสิ่งที่ผิด คือ ผิด แม้ทุกคนทำสิ่งนั้น และสิ่งที่ถูก คือ ถูก แม้ไม่มีใครทำสิ่งนั้น
ประเทศชาติของเราก็คงเจริญลำบาก และคงจะตกอยู่ในวังวนอุบาทย์เช่นนี้สืบต่อไป...
ความคิดเห็นที่ 52
ยายเม้าท์เองค่ะ วันที่ : 27/03/2008 เวลา : 01.19 น.
http://www.oknation.net/blog/yaimout
"เม้าท์"  กันไหมคะ? คุณๆขา....

เขาเก่งนะคะ อย่างน้อยก็เก่งกว่าอิฉัน อิอิ แต่อาจจะเก่งน้อยกว่าคนอื่น ที่อิฉัน ไม่รู้จักค่ะ
ความคิดเห็นที่ 51
moonlight วันที่ : 27/03/2008 เวลา : 00.00 น.
http://www.oknation.net/blog/sangjan
แสงจันทร์

เป็นผู้นำที่เก่งและน่าทึ่งมากค่ะ พี่จุ้ย
สิงคโปร์เป็นประเทศเล็กๆ แต่ไม่ธรรมดาเลยนะคะ
ความคิดเห็นที่ 50
AJ.p วันที่ : 26/03/2008 เวลา : 23.40 น.
http://www.oknation.net/blog/TheTaleOfFourTribes
ข้าจะเป็น...ผู้นำบล็อกดอง!! กอบกู้เศรษฐกิจของประเทศชาติให้ด้าย!!!!!  *http://www.oknation.net/blog/BlackorWhite*

เก่งฮะ...น่าชื่นชม...
ความคิดเห็นที่ 49
วิตามินบี วันที่ : 26/03/2008 เวลา : 23.28 น.
http://www.oknation.net/blog/babymind
วางความเป็นผู้ใหญ่ไว้ที่โลกภายนอกแล้วกลับมาเป็นเด็กๆกันเถอะค่ะ


“เขาเชื่อในเรื่องนำคนดีมาดำรงตำแหน่ง ถึงแม้ระบบจะไม่ดี หรือห่วยสุดๆ” เพราะคนดีเมื่อมาดำรงอยู่สามารถสร้างระบบที่ดีได้ แต่ถ้าระบบที่ดีแต่เอาคนไม่ดีมาดำรงตำแหน่ง ระบบก็จะพังและพินาศไป ..."

อ่านประโยคนี้จบ แล้วนึกถึงประเทศไทย
สะท้อนใจ วังเวง และหดหู่
ความคิดเห็นที่ 48
artemis-tai วันที่ : 26/03/2008 เวลา : 23.24 น.
http://www.oknation.net/blog/artemis-inside

แต่มันคงหายากนะคะ
เรื่องนำคนดีมาดำรงตำแหน่ง ถึงแม้ระบบจะไม่ดี หรือห่วยสุดๆ

ปล. ต่ายไม่ได้มาเยี่ยมพี่จุ่นซะนาน สบายดีมั้ยคะ
ความคิดเห็นที่ 47
ฟ้าบ่กั้น วันที่ : 26/03/2008 เวลา : 22.24 น.
http://www.oknation.net/blog/underthesamesun

นำคนดีมาดำรงตำแหน่ง ถึงแม้ระบบจะไม่ดี หรือห่วยสุดๆ

ชอบมากๆ คำนี้
ความคิดเห็นที่ 46
สงราษฎร์ วันที่ : 26/03/2008 เวลา : 21.58 น.
http://www.oknation.net/blog/Leo

อย่าเอาลีกวนยิว..มาเทียบกับหน้าเหลี่ยมเลย...คุณธรรม และเรื่องส่วนรวมมันต่างกันลิบ
ความคิดเห็นที่ 45
supameeh วันที่ : 26/03/2008 เวลา : 20.35 น.
http://www.oknation.net/blog/digitalmedia
เปิดโลกทัศน์ ดิจิตอลมีเดีย

เขาเป็นคนเก่ง ที่มีชีวิต และแนวความคิดที่น่าสนใจครับ

อันนี้คงไม่เกี่ยวกับดีหรือไม่ดี....

ขอบคุณเอนทรีนี้ครับ
อ่านแล้วผมว่าได้อะไรมาให้คิดเยอะ
ความคิดเห็นที่ 44
ผ่านมาระบาย วันที่ : 26/03/2008 เวลา : 19.56 น.
http://www.oknation.net/blog/Sodoyouthinkyoucanblog

อ่านเรื่อง หาสาวให้ผู้นำประเทศในการประชุมที่ไทย แล้ว อายเค้าจริงๆ พี่

จริงอย่างที่เค้าด่า เค้าให้มาประชุม มาทำงาน
มิใช่เวลามาจ้ำจี้กัน


ชอบ คติเค้าที่ว่า แค่เป็นคนดี แม้จะอยู่ในระบบแย่ๆ ก็ทำให้มันดีขึ้นมาได้

ฟังดูธรรมดา แต่มันแสดงออกถึงความจริงใจต่อการเป็นผู้นำประเทศดีค่ะ


โหวตให้เรื่องนี้ค่ะ ชอบผู้นำวิสัยทัศน์กว้างไกล แม้จะมีใครหลาย ๆ คนเหม็นหน้า

^^
ความคิดเห็นที่ 43
HOF วันที่ : 26/03/2008 เวลา : 18.42 น.
http://www.oknation.net/blog/HOF

คนดีเมื่อมาดำรงอยู่สามารถสร้างระบบที่ดีได้ แต่ถ้าระบบที่ดีแต่เอาคนไม่ดีมาดำรงตำแหน่ง ระบบก็จะพังและพินาศไป

ผมชอบตรงนี้ที่ ลี กวน ยู พูดครับ

เห็นได้ชัดเลยว่าทำไมสิงคโปร์ถึงำฃพัฒนาไปไกลกว่าไทย ทั้งที่ไม่มีทรัพยากร
ความคิดเห็นที่ 42
ผู้หญิงตัวเล็ก วันที่ : 26/03/2008 เวลา : 18.40 น.
http://www.oknation.net/blog/rinn

ลีกวนยู เป็นคนเก่งค่ะ

มีศักยภาพหลายด้าน

และมีวิสัยทัศน์กว้างไกล
ความคิดเห็นที่ 41
chalee วันที่ : 26/03/2008 เวลา : 18.17 น.
http://www.oknation.net/blog/chalee

เขาเก่ง เขาลึก เขานำผลประโยชน์เข้าบ้านเขา

แต่เขาดีรึเปล่านี่ ไม่รู้สิ

แต่คนของเรา
เก่ง โกง ขนสมบัติของชาติไปขาย หน้าไม่อาย

โอ้....ประเทศไทยด้วยคนค่ะ


"นู๋ลี"
ความคิดเห็นที่ 40
BlueHill วันที่ : 26/03/2008 เวลา : 17.32 น.
http://www.oknation.net/blog/charlee
ฟ้าคราม ป่าเขียว กาแฟหอมกรุ่น

ลี กวน ยู นี่ต้องยอมรับว่าแกเก่งจริงครับ ไม่ธรรมดาเลยที่สามารถปั้นเกาะเล้ก ๆ อย่างสิงคโปร์ ให้ผงาดขึ้นมาในเวทีโลก ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้มีทรัพยากรอะไรเลย

เก่งขนาดเข้ามาซื้อธุรกิจใหญ่ ๆ ของไทยไปเกือบหมดแล้วครับ โดยเฉพาะในภาคบริการ
ความคิดเห็นที่ 39
kamolnum วันที่ : 26/03/2008 เวลา : 17.13 น.
http://www.oknation.net/blog/kamolnum

เป็นคนเก่ง และ tough จริงๆ
แต่ในบางมุม ก็น่าสงสารคนสิงค์โปรเหมือนกัน
ความเครียดคงมีสูงมากๆ
ความคิดเห็นที่ 38
สุรศักดิ์ วันที่ : 26/03/2008 เวลา : 16.41 น.
http://www.oknation.net/blog/surasakc
<<  เงินเฟ้อ !!! ค่าครองชีพสูง !!!  จะตั้งรับกันอย่างไรดี >>

สิงคโปร์ เขาสร้างคนเก่ง
ถึงแม้เป็นประเทศเล็กนิดเดียว
ใคร ๆ ก็ต่างกล่าวขวัญถึง
ต้องฟังเขาพูดเหมือนกัน

ไทยเราไม่แพ้ชาติใดในโลก
หากรู้รักสามัคคี และที่สำคัญ
หักยอมแพ้กันเสียบ้าง
ความคิดเห็นที่ 37
เจเจค่ะ วันที่ : 26/03/2008 เวลา : 16.25 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
__สวัสดีประเทศไทย__ 

รัฐบาลไทยเราเรียนรู้ค่ะ


แต่ไม่นำสิ่งดีดีมาทำ
ความคิดเห็นที่ 36
Chonpadae วันที่ : 26/03/2008 เวลา : 16.19 น.
http://www.oknation.net/blog/oche

เอาประโยชน์ชาติเป็นที่ตั้ง
ความคิดเห็นที่ 35
Sigree วันที่ : 26/03/2008 เวลา : 16.18 น.
http://www.oknation.net/blog/sigree
ขอกรุณาแห่งพระเจ้า อำนวยพรแด่ท่านทั้งหลาย

ในปี 1961 ลีกวนยูพูดคุยกับตนกู อับตุล รามานย์ ในการรวมสิงคโปร์เข้ากับประเทศมาเลเซีย โดยเล็งเห็นว่า ประเทศสิงคโปร์ไม่มีทรัพยากรธรรมชาติและปัจจัยที่เอื้อให้เติบโตเป็นประเทศที่สมบูรณ์ การรวมประเทศมาสำเร็จในปี 1962 หนึ่งปีผ่านมา แต่แล้วอีก 3 ปีผ่านมาในปี 1965 ลีกวนยู ตัดสินใจนำสิงคโปร์แยกออกจากประเทศมาเลเซีย ทั้งน้ำตา เนื่องจากปัญหาเรื่องเชื้อชาติที่เป็นปัญหาใหญ่ของทั้งสองประเทศ เขาประกาศในวันที่ต้องแยกออกจากมาเลเซียว่า Singapore must survive..........
ผมไม่เห็นด้วยกับท่อนนี้นักจะว่าไปนายลีเองเคยให้สัมภาษณ์ว่าเขาถูกมาเลเยขับออกจากสมาพันธ์รัฐ ไม่ได้ออกเอง
วันแยกตัวเป็นเอกราชนั้นยังมีบันทึกในหอสมุดสิงคโปรเสียด้วยซ้ำว่าเป็นหนึ่งในวันที่เศร้าที่สุด เพราะไม่มีใครเดาอนาคตออกจริงๆ
ลี เคยให้สัมภาษ์ถึงน้ำตาวันนั้นว่า
"โดยประวัติศาสตร์แล้วไม่มีประเทศใดที่มีขนาดเท่าสิงคโปรสามารถดำรงอยู่ได้ด้วยตัวเองเกิน 50 ปี"
จะว่าไปแล้วการขับสิงคโปรออกจากมาเลเซียนั้นเนื่องจากตัวมาเลเซียเองนั้น สัดส่วนเชื้อชาติมีผลสูงมากต่ออำนาจทางการเมือง เมืองตอนที่สิงคโปรยังอยู่กับมาเลเซียนั้นสัดส่วนคือ มาลายู 45-50 % จีน 30-35 % ที่เหลือเป็นอินเดียและชนเผ่าต่างๆ
แต่
เมื่อขับสิงคโปรออกไปแล้วทำให้สัดส่วนเป็น มลายู 60 % จีน 30 % อินเดีย 5 % อื่นๆ 5%
นั้นทำให้อำนาจรัฐบาลมาเลย์มั่นคง
เรื่องนี้นั้นหากอยากทราบที่มาจำเป็นต้องอ่านหลักฐานทั้งมาเลย์และสิงคโปรครับ แล้วจะเห็นภาพจริงๆ
ความคิดเห็นที่ 34
วุ้นเส้น วันที่ : 26/03/2008 เวลา : 16.01 น.
http://www.oknation.net/blog/Whiskyandsoda
ไอรักอุ่นหัวใจขีดเขียนไปตามใจรัก


ความคิดเห็นที่ 33
วุ้นเส้น วันที่ : 26/03/2008 เวลา : 16.00 น.
http://www.oknation.net/blog/Whiskyandsoda
ไอรักอุ่นหัวใจขีดเขียนไปตามใจรัก


ตอนมาก็สวัสดี

จะไปก็สวัสดีค่ะพี่จุ้ย
ความคิดเห็นที่ 32
วุ้นเส้น วันที่ : 26/03/2008 เวลา : 15.59 น.
http://www.oknation.net/blog/Whiskyandsoda
ไอรักอุ่นหัวใจขีดเขียนไปตามใจรัก


ประเทศเราปิดหู
ประเทศเราปิดตา

ไม่ยอมเอาแบบอย่างที่ดี ๆ จากประเทศอื่นบ้างเน้อ
ความคิดเห็นที่ 31
วุ้นเส้น วันที่ : 26/03/2008 เวลา : 15.57 น.
http://www.oknation.net/blog/Whiskyandsoda
ไอรักอุ่นหัวใจขีดเขียนไปตามใจรัก


วุ้นเส้นป่าวมาปั่นเม้นต์น่ะ
มาทักทายเฉย ๆๆ
ความคิดเห็นที่ 30