| << | เมษายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | |||
พิมพ์หน้านี้
|
วัดพระหยก...ที่เซี่ยงไฮ้ วันนี้มาแนะนำวัดที่มีชื่อเสียงและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองเซี่ยงไฮ้ที่บริษัททัวร์มักจะพานักท่องเที่ยวมาเที่ยวและกราบไหว้นมัสการ ไม่เว้นแต่คนไทยที่มาเที่ยวที่เมืองนี้มักนิยมไปกราบไหว้เมื่อมาถึง วัดนี้ตั้งอยู่ในฝั่งผู่ซี (浦西) เขต ผู่โถวซี (普陀区, Putuo Qu) ซึงอยู่ทางทิศตะวันตกของเมือง
วัดพระหยกนี้ในภาษาจีนมีชื่อว่า 玉佛寺 (Yufosi) วิธีมาที่วัดนี้ง่ายนิดเดียวโดยนั่ง Subway สายที่ 2 มาลงที่สถานี Nanjing Xi Lu (南京西路) จากนั้นต่อ Taxi เข้ามาที่วัดประมาณ 11 หยวน มิเตอร์ยังไม่ทันเปลี่ยนก็ถึงแล้ว ที่เห็นเป็นซุ้มกำแพงและป้ายตรงข้ามหน้าวัด
หน้าวัดของวัดพระหยก ที่เห็นคือประตูแดง 3 แห่งเข้าวิหารแรกของวัดซึ่งไม่เคยเปิดให้เข้า ต้องเข้าที่ประตูข้างด้านซ้ายมือของภาพ ถัดไปเป็นที่ขายตั๋วเข้าวัด วัดนี้ตั๋วค่าเข้า 20 หยวน ซึ่งแพงกว่าวัดอื่นๆในเมืองนี้
ประตูแดง 3 แห่งหน้าวัดที่กล่าวมาซึ่งเปิดสู่วิหารแรก ด้านบนเป็นป้ายชื่อวัดพระหยก วัดนี้มีต้นไม้บอนไซให้ผู้ชอบต้นไม้บอนไซได้เข้าชมเป็นจำนวนมาก
วิหารแรกเป็นที่ประดิษฐานของ พระศรีอริยเมตไตย ตามวิธีการจัดผังวัดของวัดจีนที่เคยกล่าวมาและเห็นกันอยู่ทั่วไป
ถัดมาในวิหารเดียวกันเป็นที่ประดิษฐานของท้าวจตุโลกบาล ซึ่งตั้งอยู่สองด้าน ด้านละ 2 องค์ แต่ผมไม่เคยจำชื่อได้เลยว่า องค์ไหนชื่อว่าอะไร
ท้าวจตุโลกบาล อีก 2 องค์ที่ประดิษฐานอยู่ฝั่งตรงข้ามของสององค์ด้านบน
เทพเจ้าแห่งความสงบสุข ซึ่งตั้งอยู่ในวิหารเดียวกัน ประดิษฐานอยู่ด้านหลังของ พระศรีอริยเมตไตย ในวิหารเดียวกัน
โบสถ์นี้คือโบสถ์กลางของทางวัด ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของพระอมิตตาพุทธ พระอนันตพุทธ และพระศรีศากยมุนี ลานกว้างด้านหน้าเป็นที่เปิดให้จุดธูปจุดเทียนกราบไหว้
องค์พระประธานสามองค์ที่ประดิษฐานอยู่ในโบสถ์กลางนี้ พอดีผมไม่เคยนำไกด์ไปด้วยเลยไม่เคยถามว่า องค์ไหนคือองค์ไหน อีกอย่างหนึ่งไม่ค่อยเชื่อไกด์ด้วย เลยใช้วิธีสังเกตพระพักตร์เอา แล้วเดาว่าองค์ไหนน่าจะเป็นองค์ไหน โดยทึกเอาว่า องค์กลางน่าจะเป็น พระอมิตตพุทธ
องค์นี้อยู่ด้านขวาเมื่อหันหน้าเข้า น่าจะเป็น พระศรีศากยมุนี
องค์สุดท้ายนี้น่าจะเป็น พระอนันตพุทธ สงสัยกลับไปต้องไปหาความรู้เรื่องพระจีนที่วัดจีนสร้างใหม่ที่ บางบัวทอง ซะแล้ว ไม่งั้นข้อมูลอาจจะผิดได้ เพราะไปเที่ยววัดจีนบ่อยๆ แต่จำชื่อพระไม่ได้
ด้านหลังของพระประธานทั้งสามองค์เป็นที่ประดิษฐานของ พระโพธิสัตว์กวนอิม ปางประธานพร
ทางลงของโบสถ์ด้านหลัง เห็นมีตะเกียงโลหะสวยดีเลยเอารูปมาฝาก จากนั้นผมก็ต้องไปซื้อตั๋วอีก10 หยวน เพื่อจะขึ้นไปนมัสการ พระหยก ที่อยู่บนชั้นสองของวิหารด้านหลัง
ระหว่างทางจะมีสิ่งมงคลวางอยู่ที่เห็นนี้ เข้าใจว่าเป็น พระอรหันต์ 108 พระองค์
สิ่งมงคลอันนี้ คนจีนนิยมเอามาแกะเป็นหยกเอาไว้ห้อยติดข้างกายทั้งมนสมัยโบราณและปัจจุบัน
ที่เห็นอยู่ผมรู้จักแต่สิ่งมงคลที่อยู่ตรงกลาง เรียกว่า ไม้สมความปรารถนา คนจีนชอบเอามาตกแต่งบ้านเพื่อเป็นศิริมงคล
อันนี้เหมือนเป็นฉากกั้นมงคล ลวดลายละเอียดสวยงามมาก สังเกตสีทองของคนจีนส่วนใหญ่จะออกเป็นสีเหลือง ไม่เป็นทองสุกอร่ามเหมือนประเทศไทย
ซุ้มนี้คือ ระฆัง เข้าใจว่ามีอายุมาเป็น 100 ปีแล้วนำมาแสดง
พระพุทธรูปองค์นี้ละครับ คือ พระหยก เข้าใจว่าได้มาจากประเทศพม่า เพราะดูจากรูปลักษณ์และศิลปขององค์พระ และหินหยกก็มาจากพม่าเช่นกัน แต่ไม่ทราบว่า นำเข้ามาในยุคไหน บนนี้หลังจากอธิษฐานของพรจากพระหยก ทางวัดยังมีน้ำมันเติมเชิงเทียนจัดให้เช่าถวายขวดละ 20 หยวน หลังจากขอพรเสร็จเจ้าหน้าที่จะเอาน้ำมันของเราไปเติมเชิงเทียนให้ ในที่นี่เขาห้ามถ่ายรูปครับ ผมแกล้งชักรูปไปก่อนแล้วค่อยขอโทษเจ้าหน้าที่วัด
ลานด้านล่างของวิหารพระหยก หลังจากลงมาจากชั้นสอง จัดเป็นสวยแบบจีน
ขยายให้เห็น ช้างแปดเศียรแบกธรรมจักร ศิลปแบบจีน
อีกมุมหนึ่งเป็นระฆังแขวนกับโถน้ำ ไม่รู้คือ ปริศนาธรรมอะไร ให้ผู้รู้อธิบายให้ฟังดีกว่า
จากนั้นผมก็ไปนมัสการ พระพุทธไสยานส์หินอ่อน องค์นี้ก็เป็นศิลปพม่าอีก เข้าใจว่าหินอ่อนก็เป็นของพม่า องค์นี้แกะได้สวยงามมาก และไม่ต้องซื้อตั๋วเข้าชม
อีกองค์คือ พระโพธิสัตว์กวนอิม ปางปราบมาร องค์นี้ก็เป็นหินเช่นเดียวกัน อยู่ฝั่งตรงข้ามพระพุทธไสยานส์
จากนั้นก็ออกมาเก็บรูปต้นไม้บอนไซให้เพื่อนๆชมกัน โดยเฉพาะคนที่ชอบเล่นบอนไซ
ก่อนกลับเอารูปซุ้มประตูจีนมาฝาก ด้านบนติดตั้งเซียนอยู่บนหลังคา
ซุ้มประตูวงกลมศิลปจีนฝั่งตรงข้าม
หน้าต่างของโบสถ์ประธาน แต่งเป็นรูปมังกรพ่นน้ำ ที่เห็นมัวๆเป็นเพราะควันธูปที่ชาวจีนมากราบไหว้
ช่องหน้าต่างด้านหลังของโบสถ์ประธาน ปั้นเป็นรูปไก่ฟ้า เนื่องจากวัดนี้เป็นวัดท่องเที่ยวนานๆทีผมจะมาที เพราะนักท่องเที่ยวมาเที่ยวกันเยอะ และเก็บค่าตั๋วผ่านประตูก็แพง อีกทั้งพระประธานของวัดเป็นศิลปพม่า ซึ่งเราหาดูหาชมได้ทางภาคเหนือของเมืองไทย หรือไปเที่ยวพม่า แต่อย่างไรก็ดีศาสนาพุทธไม่ได้ให้ยึดติดกับรูปลักษณ์ ไปวัดไหนกราบไหว้พระแล้วสบายใจก็ควรไปละครับ เพราะที่เราต้องการคือ ความสุขทางใจ ไม่ใช่หรือ.... |