| << | เมษายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | |||
พิมพ์หน้านี้
|
สมรภูมิรบที่หมู่บ้านซาเจียปัง หลังจากที่นำไปชม Museum of Revolution ที่ ซาเจียปัง ณ.เมืองฉางสู วันนี้เรามาดูสภาพหมู่บ้านซาเจียปัง ที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ให้เป็น อนุสรณ์สถาน ของการรบในครั้งนั้น อย่างที่เคยเล่า หมู่บ้านนี้ใกล้ทะเลสาปหยางเฉิง หมู่บ้านนี้จึงล้อมรอบไปด้วยห้วย หนอง คลอง บึง และมีป่าต้นอ้อริมน้ำใกล้ๆหมูบ้านสูงท่วมหัว ซึ่งเหมาะเป็นที่หลบซ่อนของชาวบ้านและทหารกองโจรของคนจีน เมื่อต้องสู้รบต่อต้านการรุกของกองทัพญี่ปุ่น
ผมเดินทางไปถึงท่าเรือในอนุสรณ์สถานที่สร้างขึ้นเป็นที่รำลึกในเหตุการณ์ครั้งนี้ เพื่อนั่งเรือข้ามทะเลสาปไปยังหมู่บ้านซาเจียปัง เรือที่จอดคือเรือของพิพิธภัณฑ์ที่ให้เช่าเหมาลำไปดูสภาพของหมู่บ้านและสถานที่ที่เคยเป็นสมรภูมิของการรบ จะเห็นเรือมีหลากหลายให้เลือกนั่ง ค่าเช่าเหมาลำเรือ 100 หยวนต่อลำไปและกลับ
อีกมุมหนึ่งของท่าเรือจะเห็นเรือจอดเรียงรายอยู่ ที่เห็นหมู่อาคารที่อยู่ไกลๆ คือ หมู่บ้านซาเจียปัง ที่อยู่อีกฟากหนึ่งของทะเลสาป
เราเลือกเรือประเภทนี้ที่ทำด้วยไม้ไผ่คล้ายๆแพ เพื่อพาเราไป หมู่บ้านซาเจียปัง พอลงไปบนเรือจริงๆ จึงพบว่า ทุ่นที่ใช้ยึดแพไม้ไผ่ด้านล่างให้ลอยน้ำไม่ได้ทำด้วยไม้ไผ่ทั้งหมด แต่มีโฟมขนาดใหญ่เป็นทุ่นและตกแต่งด้วยไม้ไผ่
เรือแพพาเรามาชมสมรภูมิรบริมน้ำก่อนซึ่งเป็นที่ราบทุ่งนาริมน้ำทั่วๆไป จากนั้นก็พาเรามาชมบ้านของ ซาไหน่ไหน่ ที่สร้างขึ้นใหม่ ที่เห็นเป็นโรงจอดเรือ ใช้ต้นฟางบุผนังและทำหลังคา ทำให้ผมนึกไปถึงสภาพบ้านสวนของยายผมที่อำเภอ บางบัวทอง จังหวัด นนทบุรี เมื่อ 30 ปีก่อน ซึ่งเป็นดงคนจีนที่ทำสวนทำไร่ สภาพและการก่อสร้างก็ไม่แตกต่างกัน
บ้านของ ซาไหน่ไหน่ สภาพไม่แตกต่างไปจากบ้านของคนจีนในชนบททั่วๆไป ซึ่งในปัจจุบันนี้ในประเทศจีนก็หาดูได้ยาก เพราะเดี๋ยวนี้ชาวบ้านหันมาสร้างบ้านก่ออิฐถือปูนกัน และบางหลังผนังบุด้วยกระเบื้องเซรามิค
จากนั้นเราก็เดินทางข้ามทะเลสาปเพื่อไปเยี่ยมชม หมู่บ้านซาเจียปัง ซึ่งอยู่อีกด้านหนึ่งของ บ้านของ ซาไหน่ไหน่ เช่นเดียวกัน
ป้อมปราการของ หมู่บ้านซาเจียปัง ถ่ายจากทะเลสาปซึ่งเป็นเส้นทางที่กองทัพญี่ปุ่นเข้าตีหมู่บ้าน
สภาพบ้านและป้อมปราการริมน้ำ หมู่บ้านนี้มีการค้าทุกอย่างในหมู่บ้านเบ็ดเสร็จครบวงจร
สภาพหมู่บ้านริมทะเลสาป ที่เห็นเป็นเรือนไม้เข้าใจว่า เป็นโรงงานทำเครื่องเซรามิค
ระหัดวิดน้ำของคนจีนในสมัยโบราณซึ่งอยู่ติดกับท่าเทียบเรือของหมู่บ้าน
ศาลาพักของคนที่มารอเรือหรือทำกิจกรรมริมน้ำ
โรงน้ำชาริมทะเลสาป ปัจจุบันเป็นที่พักทานน้ำชาของคนมาเที่ยว
สภาพภายในโรงน้ำชา โต๊ะและเก้าอี้ยังคงอนุรักษ์ไว้เหมือนเดิม
โรงครัวและเตาไฟแบบจีนของโรงน้ำชา ซึ่งใช้แกลบและถ่านเป็นเชื้อเพลิง บ้านไทยตามชนบทเมื่อ 30 ปีก่อนก็เคยมีใช้
อีกมุมหนึ่งของโรงน้ำชา ผมเข้าใจว่า สมัยก่อนเปิดเป็นห้องพักให้ผู้ผ่านทางในสมัยอดีตได้เช่าพักผ่อน
อีกมุมหนึ่งของโรงน้ำชา ด้านซ้ายจะเป็นที่ขายน้ำชา
บ้านหลังนี้เป็นบ้านของคหบดีชาวจีน ซึ่งกองทัพญี่ปุ่นยึดหมู่บ้านนี้ได้ ได้ใช้บ้านหลังนี้เป็นที่บัญชาการการรบ และควบคุมและทรมานชาวจีนที่ต่อต้านกองทัพญี่ปุ่น
ภายในบ้านของคหบดีแห่งนี้ มีอักษร ฟู่ 福 ซึ่งหมายถึง โชคลาภ อยู่ภายในบ้าน
ภายในบ้านของคหบดี ตรงกลางติดป้ายอักษร Double Happiness ไว้ใจกลางห้องโถงของตัวบ้าน
ประตูข้างภายในบ้านคหบดีที่นำไปสู่โรงเลี้ยงม้า ที่ทหารญี่ปุ่นใช้เป็นที่ทรมานนักโทษชาวจีน
ออกมาสู่ถนนด้านนอกหน้าบ้านคหบดีที่ทอดไปสู่ทะเลสาป
ร้านค้าประจำหมู่บ้าน และทางที่ทอดออกไปยังนอกหมู่บ้าน
ร้านค้าอีกด้านหนึ่ง ที่ต่อเป็นรูปตัว L ของรูปด้านบน
โรงงิ้วประจำหมู่บ้าน และใช้เป็นศาลาประชาคมที่ชุมนุมกันเมื่อมีประกาศจากราชการต่างๆ
ทางเดินไปสู่ป้อมปราการและประตูทางเข้าหมู่บ้าน
ถัดจากภาพด้านบน มาสัก 5 เมตร เป็นบ้านที่สร้างอยู่ริมคลองทั้งสองฟาก
ภาพนี้มองย้อนจากโรงงิ้ว จะเห็นทะเลสาป ด้านซ้ายมือเป็นโรงงานทำเครื่องเซรามิค
ป้อมปราการ กำแพงเมือง และประตูทางเข้าหมู่บ้าน ถ่ายจากภายในหมู่บ้านออกไป
ภาพนี้เดินอ้อมประตูเมืองเพื่อออกไปทางด้านทะเลสาป
ทางเดินใต้อาคารริมแม่น้ำ ตามแบบจีนๆ
สะพานข้ามคลองที่น้ำไหลมาจากทะเลสาป
มุมหนึ่งของบ้านริมแม่น้ำ ด้านหลังคือกำแพงหมู่บ้าน
ป้อมปราการริมทะเลสาป ถ่ายจากภายในหมู่บ้านออกสู่ทะเลสาป
มุมนี้ถ่ายจากชานบ้านมองออกไปยังระหัดวิดน้ำของหมู่บ้านริมทะเลสาป
อาคารบ้านเรือนริมน้ำของ หมู่บ้านซาเจียปัง
อีกมุมหนึ่งเมื่อมองย้อนกลับไปทางกำแพงเมือง
กลับมายังที่เดิมตรงลานโรงงิ้ว แต่ถ่ายภาพอาคารริมน้ำจากอีกมุมหนึ่ง
ถ่ายภาพบ้านเพื่อให้เห็นสถาปัตยกรรมแบบจีนอย่างชัดๆ พร้อมลวดลายตกแต่งบ้านและหน้าต่าง
โรงรับแลกเปลี่ยนเงิน หรือ ธนาคารประจำหมู่บ้าน
เดินออกมาสู่ศาลาพักคอยที่อยู่ใกล้กับทะเลสาป
บรรยากาศของหมู่บ้านริมทะเลสาปในยามสี่โมงเย็น
อีกมุมหนึ่งหมู่บ้านริมทะเลสาปของบรรยากาศตอนสี่โมงเย็น
ระหัดวิดน้ำ ซึ่งคงใช้ไม่ได้แล้ว แต่สร้างเป็นอีกหนึ่ง Land Mark ของหมู่บ้าน
ท่าเทียบเรือของหมู่บ้านที่ยื่นออกไปสู่ทะเลสาป
แล้วเราก็เดินทางออกจาก หมู่บ้านซาเจียปัง เพื่อกลับเมือง เซี่ยงไฮ้
และนี้คือดงต้นอ้อ ผมไม่รู้เรียกถูกไหม ถ้าไม่ถูกแก้ให้ด้วยนะครับ ซึ่งชาวบ้านใช้เป็นที่หลบซ่อนตัวเมื่อกองทัพญี่ปุ่นรุกราน ในราวเดือนกันยายน ต้นไม้นี้จะเจริญสูงท่วมหัว ผมลืมบอกไปว่า ฤดูการที่เหมาะมาเที่ยวที่นี่น่าจะเป็นเดือนตุลาคม และพฤศจิกายน เพราะเมื่อท่องเที่ยวที่หมู่บ้านซาเจียปัง เรียบร้อยแล้ว คุณจะได้หาโอกาสมาลิ้มชิมรส ปูขน เพราะแถวย่าน หมู่บ้านซาเจียปัง และเมือง ฉางสู เป็นแหล่งเพาะเลี้ยงปูขน รายใหญ่ที่ป้อนเข้าสู่ตลาดเมือง เซี่ยงไฮ้ ซึ่งปูขน ถ้าคุณทานอยู่ที่ประเทศไทย ราคาผมว่า ตกตัวละประมาณ 700-800 บาท ยังไงถ้ามาที่นี่แล้วลองมาแวะชิมปูขนของเขาหน่อย เพราะในเซี่ยงไฮ้ถ้าคุณกินตกประมาณตัวละ 20 หยวนขึ้นไป เป็นอันว่า จบสมรภูมิรบซาเจียปัง เพียงเท่านี้ แล้วผมจะพยายามนำเรื่องดีๆในประเทศจีนมานำเสนออีกครับ.... |