| << | เมษายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | |||
พิมพ์หน้านี้
|
มองจีน..หันกลับมามองไทย ในขณะที่ประเทศไทยอยู่ในเทศกาลฉลองสงกรานต์อันเป็นประเพณีปีใหม่ของคนไทย แต่ในขณะเดียวกันที่ประเทศจีนในฐานะเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกกำลังประสพปัญหาการต่อต้านพิธีฉลองวิ่งถือคบเพลิงในประเทศต่างๆ อันเนื่องมาจากเหตุการณ์การปราบจลาจลที่เมืองลาซา ในมณฑล ธิเบต เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2008 ที่ผ่านมานี้ ในขณะเดียวกันรัฐบาลจีนยังต้องต่อสู้กับปัญหาของเศรษฐกิจที่อัตรา GDP เจริญเติบโตเร็วเกินไป ปีนี้คาดการณ์จะอยู่ที่ 9.4% ปัญหาเงินเฟ้อภายในประเทศที่พุ่งขึ้นมาอยู่ที่ 8 %กว่า อีกทั้งราคาสินค้าบริโภคที่ถีบตัวสูงขึ้น หลังจากพายุหิมะถล่มเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ และการเพาะปลูกพืชผลได้ผลผลิตน้อยกว่าที่คาดการณ์อันเนื่องมาจากภาวะอากาศเปลี่ยนแปลงของโลก ซึ่งมีผลกระทบไปทั่วโลก
การรับทราบข่าวจากประเทศจีนของคนไทยในประเทศไทย ส่านใหญ่รับข่าวจาก Agency ในเอเชีย หรือไม่ก็แหล่งข่าวจากสำนักข่าวตะวันตก เนื่องจากข้ออ่อนด้อยของคนไทยในการรับฟังและเข้าใจในภาษาจีนกลาง และเราถูกการศึกษาที่ปลูกฝังให้เราคิดและนิยมไปทางด้านตะวันตก ดังนั้นสำนักข่าวอย่าง CCTV ที่มีการถ่ายทอดในประเทศไทยทางเคเบิลทีวีจึ่งมีคนไทยเข้าไปชมรายการน้อยมาก จริงๆแล้วในข่าวเกี่ยวกับการปราบปรามการประท้วงในธิเบต หรือ การประท้วงการวิ่งคบเพลิงในกีฬาโอลิมปิก รัฐบาลจีนออกข่าวชี้แจงตอบโต้ทุกวัน และในขณะเดียวกันคนจีนก็เข้าไปตอบโต้ใน Web Site ต่างๆทุกวัน เชื่อได้บ้าง เชื่อไม่ได้บ้าง แต่บอกได้เลยว่า ธิเบตไม่มีทางเป็นประเทศเอกราช เพราะไม่งั้นมณฑลหรืออาณาเขตของจีนที่มีปัญหาในเขตต่างๆจะลุกขึ้นเรียกร้องขอเป็นเอกราชบ้าง ซึ่งรัฐบาลจีนยอมไม่ได้ โดยเฉพาะไต้หวัน ที่กำลังจับตาปัญหาเหตุการณ์นี้อย่างใกล้ชิด แต่เมื่อไต้หวันเปลี่ยนรัฐบาลเป็นพรรคก๊กมินตั๋ง รู้สึกว่า ความสัมพันธ์จะเริ่มดีขึ้นทั้งในด้านการเมืองและการค้า มีโอกาสที่จะมีเครื่องบิน Direct Flight จากไต้หวันถึงประเทศจีนในเร็ววันนี้ ในขณะเดียวกันวิกฤตการณ์ Hamburger Crisis อันเนื่องมาจากวิกฤตการณ์ Sub Prime ใน สหรัฐอเมริกา ซึ่งส่งผลกระทบไปทั่วโลก โดยเฉพาะอเมริกาและยุโรป ประเทศจีนจับตามองอย่างใกล้ชิด และแก้Gameแบบวันรายวัน ถ้าคนที่อยู่ประเทศจีนไม่ติดตามข่าวสักวันสองวัน อาจจะไม่ทราบตอนนี้มีมาตรการทางการเงินอะไรใหม่ๆออกมาแล้ว ผลกระทบทีมีต่อประเทศจีนตอนนี้ถึงแม้รัฐบาลจีนจะประกาศออกมาว่า น้อยมาก แต่จริงๆแล้วทุกคนต่างเล็งไปที่ไตรมาสที่ 2 ซึ่งตอนนั้นเป็นการวัดดวงว่า วิกฤตการณ์ Sub Prime เสียหายมากน้อยแค่ไหน และมีผลกระทบต่อประเทศจีนจริงๆอย่างไร ต่อเนื่องจากวิกฤตการณ์ Hamburger Crisis ทำให้ตลาดหุ้นของจีนตกลงไปอยู่ที่ 3,000 กว่าจุด ซึ่งนักวิเคราะห์หุ้นเห็นพ้องต้องกันว่า ไม่ใช่ Index ที่ต่ำสุด เป็นแค่ปรับฐานชั่วคราว และเนื่องจากหุ้นส่วนใหญ่ตอนนี้ไม่ได้อยู่ในมือของรายย่อยเหมือนเมื่อปีสองปีที่แล้ว ตอนนี้หุ้นอยู่ในมือรายใหญ่และกองทุนต่างๆ ถึงแม้หุ้นจีนที่เล่นกันในกระดาน A ไม่เปิดโอกาสให้ต่างชาติเข้ามาเล่น แต่รายใหญ่และกองทุนต่างๆอาศัยข้อมูลข่าวสารจากต่างประเทศเป็นปัจจัยในการลงทุน ดังนั้นเป็นไปได้มากเลยว่า ตัวเลข Index ของตลาดหุ้นจีนน่าจะต่ำสุดหลังประกาศผลประกอบการของบริษัทในไตรมาสที่สอง และ หลังโอลิมปิกเกมส์ที่ ปักกิ่งจบลง ในขณะเดียวกันธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของประเทศจีน ตอนนี้อยู่ในอาการทรงตัวและรอทรุดเนื่องจากรัฐบาลจีนจำกัดการปล่อยเงินกู้ให้บริษัทอสังหาริมทรัพย์ เพื่อไม่ให้เศรษฐกิจของจีนเจริญเติบโตเร็วเกินไป ทำให้บริษัทอสังหาริมทรัพย์ขาดสภาพเงินคล่อง จนบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของจีนต้องนำหุ้นออกมาขายในตลาดหลักทรัพย์ ในขณะที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์รายเล็กอาจจะนำบ้านและคอนโดมิเนียมที่สร้างเสร็จมาขายลดราคา เพื่อระดมเงินสด จะเห็นเหตุการณ์ชัดเจนหลัง ไตรมาสที่ 2 ที่จะมาถึง ปัญหาที่ส่งผลกระทบจริงๆ คือ สินค้าการเกษตรเพื่อการบริโภค เช่น ข้าว ข้าวสาลี ข้าวโพด ถั่วเหลือง รัฐบาลจีนจำกัดการส่งออก และตั้งกำแพงภาษีขาออกไว้สูง หลังจากเหตุการณ์พายุหิมะไม่กี่วันในเดือนกุมภาพันธ์ ดังนั้นรัฐบาลจีนจึงประกาศไปทั่วโลกว่า ประเทศของตนมีข้าวเพียงพอบริโภคภายในประเทศ และไม่คิดเบียดเบียนใคร และยัง Check stock ข้าว ข้าวสาลี ข้าวโพด และถั่วเหลืองแทบทุกเดือน หันมาดูประเทศไทยในฐานะคนไทยที่อยู่ต่างประเทศแล้วบอกได้อย่างเดียวว่า ปีนี้ ประเทศไทย เราเจอของหนักจริงๆ ไม่ว่าปัญหาน้ำมันแพง ค่าครองชีพที่สูงขึ้น ปัญหาเงินเฟ้อ แล้วก็ปัญหาการเมือง ปัญหาใหญ่ที่ไม่ทำให้ประเทศพัฒนา ยังดีที่ปีนี้สินค้าเกษตรราคาดีในตลาดโลก แต่ไม่รู้เราจะฉกฉวยโอกาสได้หรือไม่ สิ่งที่รุมเร้าและสร้างปัญหาให้กับประเทศไทยยังคงดำรงอยู่ และเราไม่คิดจะช่วยกันแก้ปัญหา ไม่ว่าปัญหาการเมือง เศรษฐกิจ หรือสังคม เราปล่อยให้คนอาชีพเดียวมาชี้นำสังคม และให้พวกนั้นเล่นละครและสร้างภาพให้เราดูอยู่ทุกๆวันผ่านทางสื่อต่างๆ โดยเราไปอินกับสิ่งที่พวกเขาแสดงออกมาให้ชม ทั้งยังหวังว่า สิ่งต่างๆจะเปลี่ยนแปลงและดีขึ้นในอนาคต ผมว่า ถึงเวลาแล้วที่พวกเราควรจะช่วยสร้างสิ่งดีๆให้สังคมจากจุดเล็กๆที่ร่วมกันสร้าง แล้วขยายออกไปยังสังคมกว้างต่อไป เพราะว่า นับวันประเทศไทยของเรากำลังสร้างคนแบบศรีธนญชัยขึ้นมาเรื่อยๆ และนับวันจะทรามขึ้นทุกวันไม่ว่าการแสดงกิริยาท่าทาง และภาษาที่แสดงออก จนทำให้เด็กรุ่นใหม่ของเราก้าวร้าว และไม่รู้จักทำมาหากิน หลงระเริงกับอบายมุขและความรุนแรงซึ่งเป็นข่าวอยู่ทุกวัน และนับวันยิ่งรุนแรงและพิศดารยิ่งขึ้น แล้วเราจะไปแข่งขันกับประเทศอื่นได้อย่างไร ในขณะที่เรากำลังทำให้ความได้เปรียบของเราเป็นความเสียเปรียบ แก่ประเทศต่างๆที่เคยด้อยกว่าเรา และกับประเทศที่ก้าวหน้ากว่าเรา เรากลับปล่อยให้เขาทิ้งไปไกลกว่าที่เราจะตามทัน.... |