ศึกหนักของ Carrefour เมื่อเจอ Boycott ในประเทศจีน
สืบเนื่องจากการประท้วงการถือคบเพลิงวิ่งโอลิมปิกที่ประเทศฝรั่งเศสโดยผู้ประท้วงและแนวร่วมแยกตัวเป็นอิสระของทิเบต ซึ่งรุนแรงถึงขั้นมีการแย่งคบเพลิง ซึ่งข่าวเผยแพร่ไปทั่วโลกนั้น ข่าวคราวเรื่องนี้ทางประเทศจีนนำลงมาเป็นข่าวหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์จีนทุกฉบับ ทั้งในภาคภาษาจีนและภาษาอังกฤษ รวมทั้งใน Internet จนนักท่องเวปชาวจีนเข้าไปแสดงความคิดเห็นอย่างมากมาย
จุดหนึ่งที่ชาวจีนเริ่มไม่พอใจประเทศฝรั่งเศสอันเนื่องมาจากประธานาธิบดีฝรั่งเศส นาย นิโคลาส ซาร์โกซี (Nicolas Sarkozy) ได้ปฎิเสธที่จะมาเข้าร่วมพิธีเปิดโอลิมปิก ที่ ปักกิ่ง ประเทศจีน เพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยกับจีนในปัญหาทิเบต และเหตุการณ์การปราบปรามชาวทิเบตเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
81
เมื่อเร็วๆนี้ได้มีคนจีนเข้าไป Post ใน Internet และส่งข้อความ SMS ผ่านมือถือให้แก่ชาวจีนทั่วประเทศ ให้ Boycott เลิกซื้อสินค้าจากห้าง Hypermarket ชื่อดังของฝรั่งเศส คือ ห้าง Carrefour ซึ่งก็มีสาขาอยู่ที่ ประเทศไทย เช่นกัน ห้าง Carrefour คือ Hypermarket ของต่างชาติที่ประสพความสำเร็จมากที่สุดในเมืองจีน แซงหน้าห้าง Wal-Mart จากประเทศอเมริกาอยู่หลายขุม
ที่ชาวจีนต้องการ Boycott รณรงค์ไม่ซื้อของในห้าง Carrefour ในครั้งนี้ เนื่องมาจากมีคนปล่อยข่าวใน Internet ว่า ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของห้าง Carrefour คือ กลุ่ม LVMH Group ได้บริจาคเงินทุนให้แก่ ดาไลลามะและกลุ่มผู้ประท้วงแนวร่วมแยกทิเบตเป็นอิสระ ทั้งยังได้แสดงความโกรธเคืองหลังจากที่ผู้ร่วมประท้วงชาวฝรั่งเศสที่ร่วมกับแนวร่วมแยกทิเบตเป็นอิสระเข้าขัดขวางพิธีวิ่งคบเพลิงโอลิมปิกในปารีส ฝรั่งเศสถูกตำรวจจับเมื่อสองอาทิตย์ก่อนที่ผ่านมา
การรณรงค์ Boycott ไม่ซื้อสินค้าในห้าง Carrefour จะเริ่มขึ้นในวันที่ 1 พฤษภาคม 2008 ที่จะถึงนี้ ซึ่งเป็นวันแรงงานแห่งชาติจีน และจะทำต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ทั้งนี้ยังรวมถึงสินค้า Brand Name ของ ประเทศฝรั่งเศส ไม่ว่าจะเป็น Louis Vuitton, Moet Champagne หรือ ไวน์จากประเทศฝรั่งเศส
ทางกลุ่ม LVMH Group ได้ออกมาแถลงการณ์ปฎิเสธ และยืนยันว่า ไม่มีผู้ถือหุ้นรายใดของห้าง Carrefour ที่เคยบริจาคเงินให้แก่องค์กรณ์ใดๆที่ทำตัวเป็นปฎิปักษ์ต่อผลประโยชน์ของรัฐบาลจีนและประชาชนชาวจีน และทางห้าง Carrefour ได้ออกมาแถลงการณ์เช่นกันว่า ทางห้างไม่เคยบริจาคเงินให้แก่ แนวร่วมแยกทิเบตเป็นอิสระ และไม่เคยทำการใดๆที่กระทบกระเทือนความรู้สึกของประชาชนชาวจีน
ตอนนี้ชาวจีนทั่วโลกได้มีการรณรงค์ให้ใส่คำว่า Love China ใน MSN เป็นรูปหัวใจเหมือนที่คนไทยเคยทำถวายในหลวงของเรา เพื่อเป็นการแสดงการสนับสนุนประเทศจีนและกีฬาโอลิมปิกที่จัดในจีน
ตอนนี้ยังไม่ถึงวัน D-Day เลยยังไม่ทราบผลว่าจะออกมาเป็นอย่างไร แต่ที่ทราบในที่ต่างๆมีคนพูดถึงเรื่องนี้กระจายไปทั่วในหมู่คนจีน รวมทั้งในสำนักงานของผม รวมทั้งใน MSN ของผมยังต้องใส่คำว่า Love China เพื่อเอาใจคนจีน แต่ที่เห็นแล้วประทับใจ คือ คนจีนที่เคยมีนิสัยตัวใครตัวมันกลับรวมตัวกันได้เมื่อมีงานใหญ่เกี่ยวกับประเทศชาติของเขามาถึง ผมว่า ความเป็นชาตินิยมของคนจีนก็ไม่แพ้ชาติใดๆในโลกนี้
ตอนนี้ชาติตะวันตกเริ่มออกอาการกลัวพลังเศรษฐกิจของประเทศจีน ในครั้งหนึ่งประเทศเยอรมันเคยออกมาวิจารณ์ประเทศจีน ทำให้บริษัทใหญ่ๆจากประเทศเยอรมันอดได้โครงการชิ้นใหญ่ในประเทศจีน
อีกเรื่องหนึ่งผมกำลังจับตามองก็คือ กรณีที่ นาย แจ็ค แคฟเฟอร์ตี้ (Jack Cafferty) พิธีกรข่าวของสำนักข่าว CNN ได้พูดออกรายการโทรทัศน์เมื่อวันที่ 9 เมษายน ว่า เรายังคงนำเข้าสินค้าขยะจากจีน และโดยพื้นฐานแล้วชาวจีนก็ยังเหมือนกับพวกอันธพาล เหมือนเมื่อ 50 ปีที่แล้ว
ตอนนี้รัฐบาลและกระทรวงการต่างประเทศของจีน ได้แถลงการณ์และทำการประท้วงอย่างหนัก ผมกำลังรอดูว่า ปฎิกิริยาของชาวจีนทั่วไปจะเป็นอย่างไร และถ้ามีอะไรสนุกๆจะนำมาเล่าให้เพื่อนๆฟังกันครับ...