| << | เมษายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | |||
พิมพ์หน้านี้
|
ขอคุยเรื่อง ทิเบต อีกสักครั้ง มีน้องๆและเพื่อนในโอเคเนชั่น มาเตือนว่า เดี๋ยวนี้ ทิเบต ไม่ได้เขียนด้วย ธ แล้ว เดี๋ยวนี้เขาใช้ ท ผมเลยต้องเปลี่ยนมาเป็น ท บ้าง ไม่รู้เป็นเพราะพจนานุกรม ฉบับ ราชบัณฑิตสถาน หรือเป็นเพราะแท่นพิมพ์ Keyboard ของคอมพิวเตอร์ พิมพ์ ท ง่ายกว่า ธ ขอให้ผู้รู้ตอบให้ทราบหน่อย
ข่าวคราวการประท้วงของ ผู้เรียกร้องเอกราชของทิเบต ดังและกระจายไปทั่วโลก และมีการประท้วงรัฐบาลจีนและกีฬาโอลิมปิกในปักกิ่งกระจายไปหลายพื้นที่ในทั่วโลก จนเป็นข่าวใหญ่ในข่าวต่างประเทศอยู่หลายสัปดาห์จนถึงปัจจุบัน มีทั้งผู้สนับสนุนและผู้ต่อต้านแล้วแต่ข่าวสารที่ได้รับ จริงๆแล้วจีนมีการติดต่อเจริญสัมพันธไมตรีกับทิเบตย้อนไปได้ถึง 1000 กว่าปี ในสมัยราชวงศ์ถัง สมัยจักรพรรดิถังไท่จงฮ่องเต้ หรือ หลีซื่อหมิน ซึ่งตรงกับสมัยของ ซงจั้นกั้นปู้หรือ พระเจ้าสรองตาสันคัมโป แห่งแคว้นถู่ฟาน (ทิเบตในปัจจุบัน) ที่รวบรวมแว่นแคว้นทางตะวันตกเฉียงใต้ไว้ได้ มีกำลังรุ่งเรืองขึ้น ได้จัดส่งราชฑูตมาสู่ขอราชธิดาในถังไท่จงหลายครั้ง ในที่สุดปี 641 ถังไท่จงตัดสินใจส่งองค์หญิงเหวินเฉิง ที่เพียบพร้อมด้วยความรู้ความสามารถในศาสตร์ศิลป์เดินทางไปเป็นทูตไมตรีครั้งนี้ องค์หญิงเหวินเฉิงได้นำเอาศิลปะความรู้วิทยาการต่างๆ ของจีนอาทิ อักษรศาสตร์ การดนตรี การเพาะปลูก ทอผ้า การทำกระดาษและหมึก ฯลฯ ไปเผยแพร่ยังดินแดนอันห่างไกลนี้ แคว้นถู่ฟานและราชวงศ์ถังจึงรักษาไมตรีอันดีสืบมา (แม้ว่าภายหลังแคว้นถู่ฟานได้เกิดข้อขัดแย้งกับราชสำนักถังในรัชสมัยต่อมา แต่องค์หญิงเหวินเฉิงยังคงได้รับการเคารพเทิดทูนอย่างสูงในหมู่ชนชาวทิเบตจวบจนปัจจุบัน) ในสมัยต่อมาบางครั้งจีนได้เข้าไปครอบครองทิเบต ในบางครั้งทิเบตก็เป็นเอกราช ประเทศอังกฤษสมัยที่ปกครองอินเดีย ก็เคยบุกเข้าไปครอบครองทิเบต จนทิเบตถูกครอบครองโดยจีนอย่างเบ็ดเสร็จในปี ค.ศ.1958 จาก พรรคคอมมิวนิสต์จีน ซึ่งนำโดย เหมาเจ๋อตง จากนั้นทิเบตก็ถูกปกครองโดยประเทศจีนจากนั้นเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน
ทำไมประเทศจีนจึงเข้าไปครอบครองทิเบต อย่างไม่ยอมปล่อย ทั้งๆที่ดินแดนนี้เป็นดินแดนแห่งศาสนาพุทธ ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังเป็นพวกอนุรักษ์นิยม และยังใช้ชิวิตไม่เปลี่ยนแปลงไปจากกาลอดีตเท่าไร และครั้งหนึ่งประเทศอังกฤษก็เคยเข้าไปครอบครอง ทั้งๆที่ดินแดนนี้เต็มไปด้วยภูเขา อากาศก็เบาบาง หิมะก็ปกคลุมไปทั่ว ผมขอเอาคำพูดของคุณ After-Postmodern เพื่อนบ้านโอเคเนชั่นมาใช้ที่ให้ความคิดเห็นใน Entry ของผมเรื่อง ข้าว...โอกาสที่อาจไขว่คว้าไม่ทันของคนไทย ว่า เรามีน้ำจืด "ทองคำดื่มได้" ใช่ครับ ประเทศทิเบต มี ทองคำบนดินครับ เป็น ทองคำน้ำจืด ที่ดื่มได้ ถ้าเรามาศึกษาสภาพภูมิประเทศของทิเบต คุณจะพบว่า ทิเบตซึ่งตั้งอยู่บนหลังคาโลก เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำสายใหญ่หลายสายในทวีปเอเชีย ที่มีชื่อเสียงและรู้จักของคนทั่วโลก คือ แม่น้ำฮวงเหอ แม่น้ำแยงซีกียง ที่ป้อนน้ำเลี้ยงดูคนจีนเกือบค่อนประเทศ แม่น้ำโขง ซึ่งไหลผ่านประเทศต่างๆถึง 6 ประเทศรวมถึงประเทศไทย ยังไม่รวมแม่น้ำสายย่อยอีกหลายๆสายที่มีต้นกำเนิดมาจากหลังคาโลกแห่งนี้
เมื่อเร็วๆนี้มีข่าวเล็กๆในประเทศจีน เรื่อง หิมะบนภูเขาในหลังคาโลกแตกและละลายอย่างรวดเร็วเนื่องจากภาวะโลกร้อน ทำให้รัฐบาลจีนอยู่นิ่งไม่ไหวต้องรีบส่งนักสำรวจไปสำรวจสภาพภูมิประทศและภูมิอากาศของดินแดนแห่งนี้และหามาตรการต่างๆมาป้องกัน เพื่อชลอไม่ให้เหตูการณ์นี้กระทบกระเทือนต่อสภาพภูมิอากาศเพิ่มขึ้นไป อย่างที่เคยบอกว่า ประเทศไทย มีน้ำจืดจนกินไม่หมด แต่ ประเทศจีน ซึ่งเป็นประเทศที่กว้างใหญ่ไพศาล ปัญหาเรื่องน้ำจืดเป็นปัญหาที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิตของคนจีน ประเทศจีนเจอมรสุมและน้ำท่วมทุกปีแต่ก็เฉพาะดินแดนที่ติดชายฝั่งมหาสมุทร และไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ได้ แต่ในดินแดนตะวันตกถัดเข้าไปในแผ่นดิน ทุกปีจีนจะประสพสภาวะแห้งแล้ง น้ำจืดไม่พอใช้ ต้องแบ่งปันกัน ยิ่งประเทศจีนเจริญเติบโต พื้นที่อุตสาหกรรมเข้าไปรุกรานพื้นที่เกษตร เปลี่ยนสภาพภูมิประเทศและสภาพอากาศ ปัญหาน้ำเสียเป็นปัญหาที่สร้างความปวดหัวให้รัฐบาลจีนเป็นอันมาก ปีหนึ่งๆต้องทุ่มเงินลงไปเป็นจำนวน 30,000 ล้านหยวน เพื่อกำจักปัญหามลภาวะเป็นพิษ ปีนี้ ทะเลสาปไท่ฮู เริ่มมีปรากฎการณ์ว่า น้ำจะเสียเหมือนปีที่แล้วอีกแล้ว ฉะนั้นการที่จีนยึดครองประเทศทิเบต ก็คือ การยึดครองโรงงานผลิตน้ำจืดตามธรรมชาติของโลก เพื่อป้อนน้ำจืดให้ ประเทศจีน จึงไม่แปลกเลยที่ทำไมจีนจึงต้องสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงในประเทศจีน เพราะเขาต้องการสงวนน้ำจืดไว้เลี้ยงดูคนของเขา ในขณะเดียวกันประเทศไทยเป็นประเทศที่มีแหล่งที่มาของน้ำจืดอย่างมากมาย ปัญหาของภาคอิสานไม่ใช่ปัญหาของการขาดน้ำ เพราะ อิสาน มีฝนตกทุกปี แต่ปัญหาที่เราแก้กันไม่ตกก็คือ การจะกักเก็บน้ำไว้ใช้ในยามที่ต้องการ เนื่องจากพื้นดินอิสานเป็นดินทรายไม่เก็บน้ำ ทำอย่างไรถึงหาวิธีเก็บน้ำไว้ใช้ให้ได้ ไม่ใช่วิธีที่รัฐบาลไทยชุดปัจจุบันคิด คือ การขุดอุโมงค์ส่งน้ำจากแม่น้ำโขง เพราะมันเป็นการขี่ช้างจับตั๊กแตน และเป็น Promotion ของภาครัฐเท่านั้น... |