| << | มิถุนายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||
พิมพ์หน้านี้
|
ชิมจานเด็ด ที่เมืองซัวเถา Entry ที่แล้วว่าจะแนะนำ อาหารจานเด็ดของเมือง ซัวเถา หลังจากเคยไปเมือง ซัวเถา นี้เมื่อ 3 ปีก่อน แต่ทางเจ้าภาพผู้มารับพาไปทานอาหารเหลา Style ซัวเถา เลยไม่ทราบว่า จริงๆแล้วชาวซัวเถาทั่วๆไปเวลาเขาเลี้ยงข้าวกัน เขาทานอะไร พอดีคราวนี้ไปทำงานแบบไม่มีพิธีรีตอง เลยให้คนรู้จักพาไปทานอาหารแบบชาวบ้านๆที่เขาทานกันทั่วไป อาหารจานเด็ดที่จะอาสาพาไปนี้ ทำให้ต้องกราบขอขมาเจ้าแม่กวนอิมกันเลยที่เดียว หรือตอนนี้อัญเชิญเจ้าแม่กวนอิมไม่ให้อยู่ประเทศจีนไปอยู่ประเทศไทยสักพักหนึง เพราะอาหารจานเด็ดนี้คือ เนื้อวัวหม้อไฟ หรือที่ชาวจีนเรียกว่า หนิวโร่วฮั่วกัว ครับ อันที่จริงผมไม่ได้กินเนื้อวัวมานานพอสมควร สาเหตุไม่ใช่นับถือเจ้าแม่กวนอิมหรอก สาเหตุจริงๆคือ เนื้อวัวมันไม่เหมาะกับการย่อยของกระเพาะลำไส้ของผม ทำให้ท้องเสียท้องอืดอยู่เรื่อยๆ เลยเลิกทานเนื้อวัวซะงั้น แต่อย่างไรก็ยังชอบรสชาติของเนื้อวัวอยู่ กลับมาที่อาหารจานเด็ดนี้ดีกว่า กรรมวิธีการกินคล้ายๆทานสุกี้บ้านเรา แต่ทุกอย่างที่เอามารับประทานมาจากอวัยวะส่วนต่างๆของวัวทั้งสิ้น เริ่มต้นด้วยการสั่งซุปที่ใช้ต้มเนื้อวัว
ผมเห็นซุปซึ่งมีเอ็นวัวและฟักเลยอดชิมน้ำดูไม่ได้ ถึงแม้น้ำจะยังไม่เดือดเลย รสชาติไม่แตกต่างจากน้ำซุปของร้านลูกชิ้นศรีย่าน ซึ่งขายก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นน้ำใสเท่าไหร่ ร้านนี้เตาที่ใช้ใช้เตาไฟฟ้า ร้านแรกที่มากินวันก่อนใช้เตาแกส รสชาติแตกต่างกันนิดหน่อย ตามน้ำซุปที่สั่งมา
ผักที่ใช้กินร่วมกับเนื้อวัวหม้อไฟ เป็นผักกาดขาว และผักกาดแก้ว ที่เห็นอยู่ในถ้วยเล็กๆ คือ ผักชี ที่นี่คนจีนกินผักชียิ่งกว่าน้ำ ของคนไทยใช้เป็นแค่เครื่องชูรสให้รสชาติกลมกล่อม ผักที่ใช้กินมีแค่ผัก 3 อย่าง เพราะอาหารมื้อนี้ไม่เน้นผัก แต่เน้นเนื้อวัวเป็นหลัก
ถ้วยชาม ช้อน ตะเกียบ คือเครื่องมือในการกินคล้ายกินสุกี้บ้านเรา ด้านบนคือ ถ้วยน้ำชาตามมาตรฐานคนจีนที่ชอบกินชา และเอาไว้ล้างไขมันในท้อง ด้านขวามือ คือ น้ำจิ้ม Style แต้จิ๋ว รสชาติอร่อยมากโดยไม่ต้องปรุง เมื่อพูดถึงน้ำจิ้มนี้ เขายังเอาไปคลุกกับก๋วยเตี๋ยวทำก๋วยเตี๋ยวคลุกบริการให้อีกคนละชามตามสั่ง จริงๆคนไทยสั่งมาชามเดียวแล้วแบ่งกินกันสองคน คนละครึ่งจะเหลือพื้นที่ให้บรรจุเนื้อวัวในท้องได้มากกว่า
ชามนี้เอามาเป็นออเดริฟครับ ทุกคนเห็นแล้วต้องร้องอ๋อ เนื้อเปื่อยและเอ็นเปื่อย ครับ ไม่รู้ต้มกันอีท่าไหน เนื้อนุ่มเหลือเกิน ชามนี้ซดกันไม่ถึง 5 นาทีเกลี้ยงไม่มีเหลือ อยากสั่งมาทานอีกชาม แต่พวกที่มาด้วยบอกว่า อย่าบุ่มบ่ามเพราะยังเหลืออาหารที่สั่งมาอีกเยอะ
มาถึงเนื้อวัวหม้อไฟที่เห็นลอยอยู่ในหม้อไฟ คือ ลูกชิ้นเอ็น และที่จมอยู่ในหม้อไฟ คือ เอ็นวัวอ่อน และเนื้อวัว ด้านซ้ายมือที่เห็น คือ ผ้าขี้ริ้ววัว หรือ พังผืดวัว และด้านบน คือ มือของคนที่หยุดไม่ได้กับความอร่อย จ้วงเอาๆไม่รอใครเลย
รูปสุดท้ายนี้ผมพยายามถ่ายภาพเนื้อวัวที่พนักงานนำมาเสริฟ มีทั้งเนื้อติดมัน และเนื้อสดไม่ติดมัน และยังมี มันอ่อน ที่เอามาลวกแล้วกินกรุบๆกรอบๆดี รสหวาน แต่ภาพนี้กลายเป็นเน้นเนื้อเปื่อย ที่เหลือแต่ซาก ผมพยายามถ่ายรูปต่อ แต่ถ่านกล้องหมด และอีกอย่างกลัวทานไม่ทันคนอื่น ทั้งนี้ยังมีส่วนต่างๆของวัวให้เลือกทานอีก ไม่ว่าจะเป็นหลอดลมวัว หรือ ตัวเดียวอันเดียว อันนี้คงไม่ต้องแปลเพราะเขิน แต่รับประก้นได้ว่า ใครที่เคยชอบกินเนื้อวัวจะต้องติดใจ ร้านตั้งอยู่ใจกลางเมือง ตรงถนนที่ผมถ่ายรูปเอารูปมาลงใน Entry ก่อน พอดีลืมชื่อ ถนน แต่ถามคนแต้จิ๋วได้ เขารู้จักสถานที่กินอาหารเด็ดจานนี้กันแทบทุกคน ท้ายนี้ขอผมไปนอนฝันรำลึกรสชาติของเนื้อวัวหม้อไฟให้เต็มที่อีกสักหน่อย เพราะอย่างไรอีกเดือนสองเดือนว่าจะลงไปซัวเถาทำงานและแวะทานอีก คราวนี้ถ้ามีเวลาจะแวะไปกราบไหว้ ตั่วเหล่าเอี้ย องค์จริงที่ประดิษฐานบนเขาในเมืองซัวเถานี้ ซึ่งที่เมืองไทยเราไปกราบไหว้กันที่ ศาลเจ้าพ่อเสือ วัดมหรรณพ นั่นแหละ องค์ที่เป็นประธานในศาล.... |