| << | กรกฎาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||
พิมพ์หน้านี้
|
สามก๊ก ตอน ศึกผาแดง The battle of the Red Cliff
ในขณะที่ความบันเทิงจากการฟุตบอล Euro จบสิ้นไป ต่อด้วยเทนนิสวิลเบิลดันที่จะจบลงในอาทิตย์นี้เช่นกัน เราต้องรอคอยอีกเดือนเศษๆกว่าที่กีฬาโอลิมปิกที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน จะเริ่มขึ้น ช่วงนี้ความบันเทิงที่หาได้คงต้องมาจากการชมภาพยนตร์ ในบรรดาภาพยนตร์จีนที่ผมชอบดู ผมชอบภาพยนตร์จีน Period ที่ย้อนยุคไปยังประวัติศาสตร์ของประเทศจีน เพื่อจะได้ศึกษาประวัติศาสตร์จีนอย่างรวดเร็วและไม่ต้องเสียเวลามาค้นคว้าและหาอ่าน เพียงแต่ต้องมาพินิจวิเคราะห์ว่า ผู้สร้างภาพยนตร์ต้องการสื่อถึงอะไร เมื่อต้นปีนี้ผมได้ชมภาพยนตร์ที่สร้างจากประวัติศาสตร์ในช่วง สามก๊ก หรือที่พวกตะวันตก เรียกกันว่า ยุค Three Kingdoms ในช่วง ค.ศ. 190 - 280 ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งสงครามแย่งชิงความเป็นใหญ่ที่ทำให้ประเทศจีนแบ่งแยกออกเป็น 3 สามก๊ก ภาพยนตร์เรื่องนี้มีชื่อว่า Three Kingdoms; Resurrection of the Dragon หรือ ในชื่อภาษาไทยว่า สามก๊ก ตอน ขุนศึกเลือดมังกร นำเอาชีวประวัติของ จ้าวจือหลง (Zhao Zilong) หรือที่คนไทยรู้จักเขาในชื่อว่าจูล่ง วีระบุรุษแห่งเมืองเสียนสาน ผู้ต่อสู้กอบกู้บ้านเกิดเมืองนอนของตนเองด้วยฝีมือ ความห้าวหาญ และคุณธรรม จนกลายเป็นจอมขุนพลผู้เกรียงไกร หนึ่งในห้าทหารเสือของเล่าปี่แห่ง จ๊กก๊ก และกลายเป็นวีรบุรุษที่เป็นที่รู้จักและได้รับการยกย่องนับถือมากที่สุดคนหนึ่งของแผ่นดินจีน ภาพยนตร์เรื่องนี้นำแสดงโดย หลิวเต๋อหัว เป็น จ้าวจือหลง แม็กกี้ คิว เป็น หลานสาวของ โจโฉ ที่ยกทัพมาสู้รบกับ จ้าวจือหลง ในบั้นปลายชีวิตของเขา แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ประทับใจผมเท่าไหร่ และทำลายภาพพจน์ของวีระบุรุษในความคิดของผม
มาถึงวันนี้กำลังมีภาพยนตร์ที่สร้างจากเรื่อง สามก๊ก ซึ่งกำลังจะลงโรงภาพยนตร์ทั่วเอเชียรวมทั้งประเทศไทย ในวันที่ 10 กรกฎาคม 2008 นี้ จาการสร้างสรรของ จอห์น วู (John Woo) ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวจีนที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกที่ใครๆต้องรู้จัก นำเอาประวัติศาสตร์ของสามก๊ก ตอน โจโฉแตกทัพเรือ มาสร้างเป้นภาพยนตร์
ภาพยนตร์เรื่องมีตอนว่า ศึกผาแดง (The Battle of Red Cliff;赤壁之戰) หรือ ศึกเซ็กเพ็ก หรือ ศึกเปี๊ยะเชี๊ยะ หรือ ศึกชื่อปี้ (The Battle of Chìbì) เป็นสงครามที่มีความสำคัญที่สุดสงครามหนึ่งในสมัยสามก๊ก ศึกผาแดงนี้เกิดขึ้นในปี ค.ศ.208 โดยฝั่งหนึ่งเป็นกองทัพพันธมิตรของเล่าปี่และซุนกวนทางตอนใต้ และอีกฝั่งคือทัพของโจโฉทางตอนเหนือ ซุนกวนและเล่าปี่นั้นได้ชัยชนะเหนือโจโฉ ทำให้ความพยายามในการยึดดินแดนทางใต้ของโจโฉต้องล้มเหลวลง โดยจุดแตกหักเกิดขึ้น ณ ตำบลที่เรียกว่า "เซ็กเพ็ก" ริมแม่น้ำแยงซีเกียง ศึกผาแดงนี้นับว่าเป็นศึกที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในสามก๊กและประวัติศาสตร์จีน
ตามประวัติศาสตร์ในวรรณคดี เล่าปี่ต้องทิ้งเมืองซินเอี๋ยและอ้วนเสียอพยพราษฎรจำนวนมากเพื่อหนีการตามล่าจากโจโฉไปอยู่ที่เมืองแฮเค้าของเล่ากี๋ จากนั้นจึงส่งขงเบ้งไปเป็นทูตเจรจาขอให้ซุนกวนร่วมกันต้านโจโฉ ขณะที่โจโฉสามารถยึดเกงจิ๋วที่เดิมเป็นของเล่าเปียวได้สำเร็จ เพราะชัวมอคิดทรยศยอมยกเมืองให้โจโฉ ซึ่งภายหลังโจโฉก็สั่งสังหารเล่าจ๋องและชัวฮูหยินเสีย และประหารชัวมอและเตียวอุ๋นตามแผนของจิวยี่ แม่ทัพใหญ่ฝ่ายง่อก๊ก
เหลียงฉาเหว่ย รับบท จิวยี่ ฝ่ายขงเบ้งเมื่อไปถึงกังตั๋ง ต้องเผชิญกับที่ปรึกษาของซุนกวนหลายคนรุมถล่มด้วยวาจา แต่สามารถโต้กลับไปได้ทุกคน ในที่สุดซุนกวนและจิวยี่ก็ตัดสินใจรบกับโจโฉเพราะถูกขงเบ้งยั่วจนเกิดโทสะ ทั้ง 2 ทัพตั้งทัพคอยประจัญบานกัน ตลอดเวลาที่ขงเบ้งอยู่ที่นี่ จิวยี่พยายามหาทุกวิถีทางที่จะหาเรื่องสังหารขงเบ้งให้ได้ แต่ขงเบ้งก็สามารถเอาตัวรอดไปได้ทุกครั้ง เช่น สั่งเกณฑ์ขงเบ้งให้ทำลูกธนูแสนดอกให้เสร็จภายใน 10 วัน แต่ขงเบ้งขอเวลาแค่ 3 วัน โดยการใช้เรือเบาบรรทุกหุ่นฟางแล่นไปหาฝ่ายโจโฉในยามดึกหลังเที่ยงคืน ขณะที่หมอกลงจัด ทหารฝ่ายโจโฉจึงระดมยิงธนูเข้าใส่ แต่ก็ติดกับหุ่นฟาง ลูกธนูแสนดอกจึงได้โดยไม่ต้องออกแรงอะไร
ทาเคชิ คาเนชิโร่ รับบท ขงเบ้ง อีกครั้งเมื่อจิวยี่ต้องการลมสลาตันเพื่อเผาทัพเรือโจโฉ ที่ถูกผูกเป็นแพเดียวกันด้วยอุบายของบังทอง แต่เนื่องจากเป็นฤดูหนาวไม่มีลมสลาตัน จิวยี่เครียดกับเรื่องนี้จนกระอักเป็นเลือดล้มป่วยลง ขงเบ้งจึงทำพิธีเรียกลมขึ้น ในที่สุดเมื่อถึงวันที่ต้องแตกหัก ตรงกับวันแรม 5 ค่ำ เดือนอ้าย ตรงกับวันที่ 10 เดือน 10 ตามปฏิทินจีน ลมสลาตันก็มาถึง ในที่สุดทั้งสองก๊กก็สามารถปราบกองทัพของโจโฉจนราบคาบได้ โจโฉต้องหลบหนีไปอย่างทุลักทุเลเกือบเอาชีวิตไม่รอด และขงเบ้งก็ได้ให้กวนอูดักพบโจโฉเป็นด่านสุดท้าย เพื่อที่จะให้กวนอูไว้ชีวิตโจโฉ เพื่อล้างบุญคุณที่เคยมีต่อกันในอดีตด้วย จางเฟิงอี้ รับบท โจโฉ หลังจากเสร็จสิ้นศึกนี้ ทัพซุนกวนได้ยึดดินแดนเกงจิ๋วเกือบทั้งหมด โดยทัพจิวยี่สามารถเอาชนะโจหยินยึดเมืองกังเหลงได้ ส่วนเล่าปี่นั้นได้ยึดครองดินแดนเกงจิ๋วใต้ทั้งหมด แต่ในประวัติศาสตร์จริง การศึกครั้งนี้โจโฉเป็นฝ่ายเผาทัพเรือตัวเอง เพราะเป็นศึกติดพันมานานไม่อาจเอาชนะได้อย่างเด็ดขาด ต้องรีบยกทัพกลับโดยด่วน และเผาเพื่อไม่ให้ฝ่ายง่อก๊กเอากองเรือไปใช้
ฉางเฉิน รับบท ซุนกวน จอห์น วู สนใจวรรณกรรมเรื่องนี้มากว่า 20 ปีแล้ว แต่ตอนนั้นเทคโนโลยีและตลาดหนังยังไม่เอื้อต่อภาพยนตร์ Formใหญ่ขนาดนี้ กระทั่งฤดูร้อนปี 2004 โอกาสก็มาถึงเขา เมื่อผู้อำนวยการสร้างคู่บุญ เทอเรนซ์ จาง เดินทางไปปักกิ่งเป็นครั้งแรก และเริ่มวางแผนระดมทุน และงานสร้างด้วยกัน ภาพยนตร์เรื่องนี้ทุ่มทุนสร้างไปกว่า 2,800 ล้านบาท และรู้สึกว่าจะแบ่งแยกออกเป็น สองภาค ภาคแรกคือ ภาคที่ผมกำลังแนะนำอยู่นี้
จ้าวเหว่ย รับบท ซุนฮูหยิน
หลินจื้หลิง รับบท เสี่ยวเกี้ยว รายชื่อผู้แสดงในภาพยนตร์เรื่องนี้ เหลียงเฉาเหว่ย แสดงเป็น จิวยี่, ทาเคชิ คาเนชิโร่ หรือในชื่อจีนว่า จินเฉิงอู่ แสดงเป็น ขงเบ้ง, จางเฟิงอี้ แสดงเป็น โจโฉ, ฉางเฉิน แสดงเป็น ซุนกวน, หลินจี้หลิง แสดงเป็น เสี่ยวเกี้ยว ภรรยาของ จิวยี่, จ้าวเหว่ย แสดงเป็น ซุนฮูหยิน น้องสาวของ ซุนกวน, ฮูจุน แสดงเป็น จูล่ง,ชิโด นากามูระ แสดงเป็น กำเหลง
ฮูจุน รับบท จูล่ง ภาพยนตร์เรื่องนี้ใครๆที่นิยมชมชอบและอ่านวรรณคดีสามก๊ก คิดว่าไม่ควรพลาด เพราะเมื่อดูฝีมือชื่อชั้นของผู้กำกับภาพยนตร์ระดับแนวหน้าขึ้นชั้น
ยังไงก็อย่าดูให้ครบสามจบละ กลัวจะเหมือนที่คนบอกว่า อ่านสามก๊กสามจบคบไม่ได้ กลัวดู สามก๊กสามจบ ทะเราะกันไม่เลิก แล้วจะฆ่าฟันกันเลย เหมือนสถานการณ์การเมืองในประเทศไทยปัจจุบันแบ่งเป็นกี่ก๊กไม่รู้ แถมยังไปดึงเพื่อนบ้านเข้ามาอีกด้วย อุ๊ย...ไปแขวะการเมืองทำไมก็ไม่รู้
ขัอมูลอ้างอิงและคัดลอกมาจาก 1. http://www.china-on-site.com/three.php 2. http://www.mono2u.com/review/content/threekingdoms/ 3. http://www.china.org.cn/culture/2008-06/26/content_15891403.htm ***
|