พิมพ์หน้านี้
|
คาดว่าหลายคนคงกำลังนับถอยหลังถึงวันสิ้นเดือน เพราะเงินเดือนกำลังจะออกแล้ว ไม่รู้ว่าใครเป็นเหมือนกันบ้าง ช่วง 10 วันสุดท้าย มันเป็น 10 วันอันตรายเลยทีเดียว ประสบการณ์หนึ่งที่เจอมา สด ๆ ร้อน ๆ ถึงแม้เราจะไม่ใช่คนร่ำรวย แต่ก็ไม่เคยเงินขาดมือจนขนาดมีติดตัวอยู่ 90 กว่าบาท คือต้องเก็บเงินนี้เพื่อไปทำงานในวันรุ่งขึ้น และกลับบ้านเท่านั้น ไม่มีเงินแม้แต่ทานอาหารกลางวัน เพราะค่ารถ จากที่พักไปที่ทำงาน ไป-กลับ ก็ 100 บาทเศษ ๆ เคยมีประสบการณ์นี้ตอนเรียน มหาวิทยาลัย ไม่คิดว่าเรียนจบแล้ว ทำงานแล้วยังจะประสบปัญหาเดิมๆ อีก การที่เราใช้เงินแบบไม่คิดตั้งแต่ต้นเดือน ส่งผลให้ปลายเดือนเราไม่มีเงินเหลือเลย เมื่อตอนเที่ยง ค้นโต๊ะทำงานก็มีเงินเหลือติดโต๊ะอยู่ไม่เท่าไร ประมาณ 40 บาท ก็เดินไปซื้อข้าวกิน จากที่เคยเดินไป อยากกินอะไรก็ซื้อ เท่าไร ก็ไม่เคยเสียดาย มาวันนี้ กลับไม่รู้สึกแบบนั้น ต้อง manage เงินที่มีอยู่ให้ได้ และเหลือพอกลับบ้านด้วย กินข้าว 25 บาท เหลือ 15 บาท ถ้าซื้อน้ำไป 15 บาท หมายความว่าเงินก็หมด เราจึงตัดสินใจไม่ซื้อน้ำ กินข้าวแล้วกลับมากินน้ำที่ออฟฟิศดีกว่า เราเก็บเงินได้ 15 บาท ถามว่าถ้าวันที่เรามีเงินในมือ เราจะคิดอย่างนี้ไหม คำตอบคือ "ไม่" และสิ่งที่ต้องคิดต่อไปคือ วันนี้ วันที่ 23/04/2007 อีก 4 วันเงินเดือนออก แล้วทำไง ?? อีก 4 วันจะเอาเงินทีไหนมาทำงาน แค่ค่ารถ วันล่ะ 100 บาท ก็ 400 บาทแล้ว วินาทีนี้คือต้องยืมเงินเท่านั้น แต่ทว่า หันหน้าไปหาใคร ก็ไม่มีใครมี เราไม่ใช่คนยืมเงินคน เคยให้แต่คนอื่นยืมแล้วสาเหตุที่ไม่มีเงินเหลือ ก็เพราะให้คนอื่นยืมนี่ล่ะ ตัวเองมีบัตรเครดิตอยู่ 1 ใบ ก็กดเงินสดไม่ได้ อยู่ดี ๆ ก็เด้งออกมาว่าติดต่อธนาคารเจ้าของบัตร เฮ้ออออ โชคไม่เข้าข้างเรยยย ทั้ง ๆ ที่เราไม่เคยใช้บัตรเครดิต โทรไปที่ธนาคารเจ้าของบัตร เขาก็ check ก็ไม่ได้มีปัญหา แต่ทำไมกดเงินไม่ได้หว่า แย่จัง!!! ในที่สุดเราก็นึกออกว่า เราเคยทำงานอยู่ที่หนึ่ง แล้วตอนเราลาออก เราไม่ได้รับเงินก้อนนึงมาด้วย (เป็นเงินไม่กี่พันบาท) เราคิดได้เช่นนั้น จึงได้โทรกลับไปแล้วเดินทางไปรับเงิน เย็นวันที่ 23/04/2007 ด้วยเงินติดตัวเพียง 50 บาทเท่านั้น อย่างไร พระเจ้าก็ไม่เคยมาสายจริงๆ (รอดไปที) แต่เดือนหน้าถ้าเป็นอย่างนี้อีกก็ไม่ไหว คนเราเมื่อเคยผิดพลาดสิ่งใดต้องเก็บเป็นบทเรียน ที่จะไม่กระทำอย่างเดิมซ้ำซากอีก "ผิดครั้งแรก ให้อภัยได้ แต่ผิดครั้งที่ 2 เป็นต้นไปเขาเรียกว่า โง่ " หุหุ สิ่งที่ได้จากเหตุการณ์นี้ :: ในเรื่องของการเงิน ควรมีการจัดการที่ดี ส่วนที่เก็บคือเก็บ ส่วนที่ใช้สำหรับปัจจัย4 ก็ต้องใช้อย่างมีสติปัญญา บางสิ่งลดได้ ก็ลด เช่นการที่เราดื่มน้ำที่มีราคา 15 บาท กับการดื่มน้ำเปล่าที่บริษัทจัดไว้ให้สำหรับพนักงานดื่ม ก็ดับกระหายไม่ต่างกัน แต่ความต่างคือเม็ดเงินที่เราจะเก็บไว้ใช้ในสภาวะฉุกเฉิน เราอาจจะเห็นเป็นเงินแค่ 15 บาท แต่สำหรับคนที่ไม่มีจริงๆ แค่ 1 บาท ก็มีความหมายแล้ว ยิ่งสังคมใน กทม. แล้วล่ะก็การไม่มีเงินติดตัวเลย ก็ทำอะไรไม่ได้เลย เช่นคุณขึ้นรถเมล์ ราคา 7 บาท แต่คุณมีทั้งตัวค้นทั่วกระเป๋ามีแค่ 6 บาท อารมณ์นั้นคุณจะรู้ว่า เงิน 1 บาท สำคัญเพียงใด ดี..ที่เหตุการณ์นี้ แค่ไม่มีเงินมาทำงาน แล้วถ้าคุณเกิดมีเหตุฉุกเฉินต้องใช้เงินเช่น แม่ป่วย ลูกป่วย หรืออะไรก็แล้วแต่ที่ต้องใช้เงินเร่งด่วน คุณจะเอาจากที่ไหน ถ้าคุณไม่เก็บออมเสียแต่ "วันนี้" |
| << | เมษายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||