พิมพ์หน้านี้
|
อัพเดทข่าวคราวเรื่องการงาน : โดนหักอกจาก KE แล้วค่ะ บอบช้ำมิใช่น้อย รู้ข่าวเมื่อวันที่ 28 ช่วงเช้า วันที่ 29 ดิฉันจึงตัดสินใจไปแม่ฮ่องสอนทันทีเพื่อไปรักษาแผลใจที่นั่นเป็นเวลา 2 วัน 1 คืน ครั้งนี้ ดิฉันได้มีโอกาสไปเยือนจังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นครั้งที่สอง หลังจากที่ครั้งแรกไปกับครอบครัวช่วงสงกรานต์ แต่ครั้งนี้เป็นการไปเที่ยวกันเองระหว่างเพื่อนๆ ซึ่งทริปนี้เป็นทริปหญิงล้วนค่ะ ไปกันทั้งหมดสี่คนค่ะ เริ่มทริปด้วยการไปยืนต่อคิวซื้อตั๋วรถที่อาเขตตั้งแต่เช้า แต่พอเราไปถึง ถึงกับอึ้งค่ะ คนเยอะมาก ไม่คิดว่าจะมีคนเยอะขนาดนี้ ต่อคิวได้ไม่นาน พี่ขายตั๋วก็บอกกับเราว่า เหลือตั๋วไปแม่ฮ่องสอนสามที่ด้านหลัง ให้นั่งเบียดๆกัน รถที่พาเราไปเป็นรถบัสพัดลม ไม่ปรับอากาศใดๆทั้งสิ้น
ก่อนเวลารถออก 9.30 น. หาอะไรรองท้องก่อนการเดินทางอันยาวไกลด้วยข้าวต้มหมูธรรมดาๆ แต่ก็อร่อยไปอีกแบบ คงเป็นเพราะบรรยากาศมันพาไปหล่ะมั้ง
ระหว่างเดินทางคนในรถเยอะมาก โดยเฉพาะเส้นทางแม่มาลัย-ปาย บางคนต้องยืนตลอดทาง สงสารมากโดยเฉพาะครอบครัวที่มีเด็กมาด้วย แต่ก็ทำไรได้ไม่มาก เพราะจู่ๆเค้าก็นั่งลงกับพื้นเลยซะงั้น บริเวณรอบๆที่ดิฉันนั่งเลยอบอุ่นไปโดยปริยาย
เส้นทางที่คตเคี้ยวของทางไปแม่ฮ่องสอนนั้น ไม่ได้ทำให้เราเวียนหัว หรือ เมารถเลยแม้แต่น้อย เพราะรถบัสขับไปด้วยความเร็วที่ช้ามาก บวกกับอากาศภายนอกที่เย็นมาก เลยทำให้ดิฉันง่วงนอน และหลับเกือบตลอดทาง (จริงๆเรามาเที่ยวหรือเรามาหลับกันแน่) สี่ชั่วโมงผ่านไป รถนำพวกเรามาถึงยังอำเภอเล็กๆในจังหวัดแม่ฮ่องสอน แต่เชื่อได้ว่าทุกคนรู้จัก และวันหยุดที่ผ่านมาก็อาจจะไปเที่ยวที่นั่นเหมือนกับหลายๆคน เมื่อดิฉันลืมตาและก้าวขาลงจากรถก็ถึงกับตกใจนึกว่าตัวเองอยู่สยาม คนเยอะมากค่ะ ส่วนใหญ่น่าจะเป็นนักท่องเที่ยวจากกทม. เพราะอนุมานจากป้ายทะเบียนรถ เคยมีแต่คนพูดว่าถ้ามาปายช่วงวันหยุดคนจะเยอะมาก และแล้วดิฉันก็ได้มาเห็นกับตาตัวเองค่ะ เยอะจริงๆ
ระหว่างรถหยุดพักก็ลงไปถ่ายรูปเล่น ไปเดินยืดเส้นยืดสาย หลังจากที่นั่งรถกันมาอย่างเมามันสี่ชั่วโมง
แล้วก็ต้องเดินทางกันต่อค่ะ นั่งรถผ่านสนามบินปาย ช่วงเครื่องบินจะ take off มันทำให้กระตุกต่อมอยากบินขึ้นมาอีกแล้ว แล้วก็กลับไปคิดถึงเรื่องเดิมๆ แต่ก็ไม่นานหรอกค่ะ เพราะคราวนี้ถึงเวลาหลับจริงๆซะแล้ว หลับต่อไปจนถึงปางมะผ้า ดิฉันประทับใจอ.นี้จริงๆ เล็กดี มีร้านค้าไม่กี่ร้าน แต่ของกินแอบแพงนิดนึง อาจจะเป็นเพราะบวกค่าขนส่งมั้งนะที่ทำให้มะพร้าวเผาธรรมดาๆ ที่แถวบ้านขายลูกละ 13 แต่ที่นี่ขาย 20 ฮ่าๆ
เกือบๆห้าโมงเย็น พวกเราทั้งสี่ชีวิตก็ได้มาถึงยังจุดหมายปลายทาง โดยที่ยังไม่รู้ว่าจะไปนอนกันที่ไหน แต่แล้วโชคก็เข้าข้างค่ะ เพราะรู้จักเพื่อนที่อยู่ที่นั่นแล้วเพื่อนคนนี้ก็ชวนมานอนที่บ้าน แถมคุณแม่ของเพื่อนยังพาเที่ยวรอบเมือง พาไปชมวัดพระธาตุดอยกองมู และ ขับรถไปส่งเราที่ถนนคนเดิน และมื้อเย็นเราฝากท้องไว้กับหมูกระทะ แล้วก็เดินเล่นรอบๆถนนคนเดิน ก่อนที่จะกลับไปพักเอาแรง เพื่อที่รุ่งเช้าจะไปลุยต่อที่ปางอุ๋ง
ที่พระธาตุดองกองมู : ปล่อยโคมแบบแม่ฮ่องสอน เวียนเทียน ไหว้พระประจำวันเกิด
ที่ถนนคนเดิน ผู้คนเยอะแยะมากมาย อาหารก็มากมายน่ากินทั้งนั้น โดยเฉพาะโรตีของโปรด เดินไปเดินมา ปวดเมื่อยเหลือเกิน กลับไปนอนที่บ้านดีกว่า ตีห้าครึ่งทุกคนยังอยู่ในผ้าห่มอุ่น แต่รถที่เรานัดไว้มาถึงแล้ว พอได้สติเราก็เรียบเก็บของ เก็บที่นอน เตรียมตัวไปดูความสวยงามของที่เที่ยวอันดับหนึ่งของปีนี้ ปางอุ๋งอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 45 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางชั่วโมงนึงก็ถึง ระหว่างการเดินทาง มีหมอกปกคลุมตลอดทาง สวยมากค่ะ อย่างกับอยู่บนสวรรค์
มาถึงปางอุ๋ง พระอาทิตย์ก็ขึ้นแล้ว ผู้คนต่างเดินทางมาชมความงามและธรรมชาติกันอย่างมากมาย กิจกรรมส่วนใหญ่ที่ทำนั้นก็คือ ถ่ายรูป ทั้งถ่ายเดี่ยว ถ่ายหมู่ ตามแต่สะดวก จากนั้นก็เดินชมรอบๆบริเวณนั้น ดิฉันใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงในการชมปางอุ๋ง แล้วก็ได้เวลาเดินทางกลับ กลับไปพักผ่อนกันจริงๆจังๆซะที รถออกจากแม่ฮ่องสอนตอน 10.30 น. ถึงเชียงใหม่ 5 โมงครึ่ง ตามที่คาดไว้เลย ทุกคนอยู่ในสภาพโทรมและเหนื่อยจากการเดินทาง แต่ดิฉันคิดว่าเราได้อะไรหลายๆอย่างจากการเที่ยวครั้งนี้ อย่างน้อยก็เป็นการโคจรมาพบกันของเพื่อนสนิท และได้ร่วมกันผจญภัยไปในเมืองสามหมอก เมืองที่ท้าทายนักเที่ยวได้เป็นอย่างมาก ถ้ามีโอกาสและเวลามากกว่านี้ ดิฉันคงต้องไปเยือนเมืองนี้อีกเป็นแน่ค่ะ :D |
| << | มกราคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||