พิมพ์หน้านี้
|
โลกนี้มีคนเหงาที่ถูกกักขังในความมืดมน รอคอยใครสักคนเข้ามาเคียงข้าง ให้กำลังใจและให้ความรัก มากมายเท่าไหร่กันนะ? สำหรับ Sun-hwa ผู้หญิงที่มีอดีตซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าที่ไม่เคยยิ้มของเธอ ก็เป็นหนึ่งในกลุ่มคนอ้างว้างที่คิดว่าตัวเองเป็น "บ้านที่ว่างเปล่า รอคอยใครสักคนถอดสลักกลอน ปลดปล่อยให้เป็นอิสระ" จนในที่สุดมี *ชายหนุ่มปริศนา* ล่องลอยพลัดหลงเข้ามาในชีวิตSun-hwa ไม่ว่าพรหมลิขิตมีจริงหรือไม่ เขาพาเธอไปพบโลกใบใหม่จริง ๆ เขาเป็น "ผี" หรือเปล่า? พฤติกรรมไม่ต่างกับวิญญาณเร่ร่อน ดูเผิน ๆ อาจเป็นแค่คนจรควบมอเตอร์ไซค์ ยังชีพด้วยการแจกใบปลิวตามบ้าน จากนั้นก็ฉวยโอกาสแอบเข้าไปเยี่ยมชมราวกับเป็นสถานที่ท่องเที่ยว พร้อมสำรวจตรวจตราใช้เป็นที่พำนักพักพิงจนกว่าเจ้าของบ้านจะกลับมา
แต่ทุกครั้งเขากลับมองเห็นสิ่งที่ต้องแก้ไข-ซ่อมแซม-เยียวยาเสมอ....ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาตาย เครื่องชั่งน้ำหนักรวน หรือแม้แต่จิตวิญญาณที่บอบช้ำ และเมื่อได้พบกับ "คน" ที่แอบซ่อนอยู่ในบ้านที่คิดว่าน่าจะ "ว่างเปล่า" เขาสัมผัสถึงความเจ็บปวดของ Sun-hwa ที่ก็ไม่มีใครรู้ตื้นลึกหนาบางมากไปกว่าเธอมีผลงานภาพนู้ด แต่งงานแล้ว แต่ไม่มีความสุขเพราะปีนเกลียวกับสามี ถึงขึ้นลงไม้ลงมือกัน โดยเธอเป็นฝ่ายถูกกระทำ ......สุดท้ายเขาก็นำเธอออกมาจากบ้านหลังนั้น ความจริงชายหนุ่มปริศนาผู้นี้ไม่จำเป็นต้องมีชื่อใด ๆ แม้เราจะรู้ภายหลังด้วยความบังเอิญว่าเขาคือTae-suk เพราะเขากับเธอไม่เคยพูดกันเลย ได้แต่มองตาสัมผัสด้วยใจ ปลอบประโลมซึ่งกันและกัน เป็นดั่งภาพขัดแย้งของตัวแทนชีวิตคู่อย่างเป็นทางการจากบ้านที่พวกเขาได้เข้าไปสัมผัส ล้วนแต่มีทะเลาะเบาะแว้งมีปากเสียง เรียกร้องให้อีกฝ่ายเป็นไปตามความต้องการของตัวเอง ....ราวกับ Kim Ki-duk ต้องการสะท้อนว่า "มนุษย์ทั้งหลายก็เอาแต่พูดนั่นแหละ แต่ไม่ยอมเข้าใจอะไรเลย"
3-IRON (2004) เป็นชื่อสากลของภาพยนตร์เรื่องนี้ ภาษาเกาหลีคือ "Bin-Jip" หมายถึง "บ้านที่ว่างเปล่า" ตรงกับความหมายที่รอคอยคนมาเปิดประตู เข้ามาสำรวจตรวจตราและปลดปล่อยเป็นอิสระ ขณะที่ชื่อภาษาอังกฤษเชื่อมโยงกับไม้กอล์ฟ ที่ใช้เป็นเครื่องมือในการพิพากษามนุษย์(ในเรื่อง) ตัวเอกของ KKD มักจะเป็น "คนนอกกรอบ" มีลักษณะวิพากษ์สังคม มีระบบพิพากษาในแบบของตัวเองที่ไม่อยู่ภายใต้ระเบียบกฏหมายใด ๆ โชคชะตาจึงเล่นตลกกับคนทั้งคู่ เมื่อเข้าไปพัวพันกับการตายของชายชราที่ถูกลูกหลานทิ้งให้อยู่อย่างอ้างว้าง ส่งผลให้คนทั้งคู่ต้องแยกจากกัน Sun-hwa ต้องกลับไปอยู่กับสามีเจ้าอารมณ์ตามเดิมในคุกที่เป็นบ้าน ส่วนชายที่ปลดปล่อยเธอเป็นอิสระต้องไปอยู่ในคุกจริง ๆ
อย่างไรก็ตาม อย่าคิดว่าเรื่องราวจะจบลงอย่างง่ายดายเพียงแค่นั้น เพราะนี่คือหนังของ KKD แม้อาจจะมองโลกในแง่ดีกว่าเรื่องอื่น ๆ ของเขา แต่ย่อมต้องมี "เซอร์ไพรส์" อย่างแน่นอน ที่เป็นเหมือนคลื่นคัดค้านระบบตรรกะ..โถมท้าให้ขบคิดลูกแล้วลูกเล่า ที่สร้างความประหลาดใจให้กับดิฉันเสียยิ่งกว่าไคลแมกซ์ไหน ๆ ก็คือช่วงเวลาไม่กี่วินาทีที่โปรยว่า.. "...มันยากจะบอกว่าเราใช้ชีวิตอยู่ในความจริงหรือความฝัน" ทำให้ชวนคิดใหม่ว่า.....บางทีเรื่องทั้งหมดอาจเกิดขึ้นจริง ๆ กับชีวิตของ Sun-hwa หรือ "เขาคนนั้น" อาจเป็นเพียง "จินตนาการ" ทั้งหมดของเธอ......ที่คอยหล่อเลี้ยงเติมเต็มให้ตัวเองใช้ชีวิตอยู่ในโลกที่ทุกข์ระทมอย่างมีความสุข?
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - ภาพประกอบบางส่วนจากเว็บไซต์ http://www.sonyclassics.com/3iron/ เพลงประกอบภาพยนตร์ที่โหยหวนเอื้อนเอ่ยแบบคนแขกนี้ร้องโดย Natacha Atlas สาวสวยวัย 40 กว่า ๆ เชื้อชาติโมรอกโก-อียิปต์ และยิว แต่ตัวเธอนับถือศาสนาอิสลามตามมารดาชาวอังกฤษ ...หน้าตาเป็นแบบนี้จ้ะ
สำหรับคนที่ยังไม่เคยดู....ลองชมหนังตัวอย่างก่อนตัดสินใจ |
| kim ki duk | ||
kim ki-duk's sad dream |
||
|
View All |
||
| << | ธันวาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||