พิมพ์หน้านี้
|
เรื่องจะเขียนเมื่อไหร่ สำหรับดิฉันไม่ใช่เรื่องยากแล้วล่ะ หลังจากใช้วิธีจองไว้ก่อนเพื่อเรียกน้ำย่อยให้ตัวเอง จากนั้นค่อยมาเขียนทีหลัง(เอนทรีนี้จั่วหัวไว้วันปีใหม่ แต่เขียนวันอาทิตย์ที่ 6 มกราคม) ถือเป็นการหาหนทางสนุกสนานกุ๊กกิ๊กกับตัวเองเล็ก ๆ น้อย ๆ ...จะสนเรตติ้งว่ามีชื่อเรื่องอยู่แถวบนของหน้าภาพยนตร์/ละครชนิดใหม่หมาด ๆ ไปทำไม ตราบใดที่ดิฉันเชื่อว่าคนที่เข้ามาอ่านก็คงเป็นเพื่อนที่ตั้งใจแวะเวียนมาเยี่ยมชมจริง ๆ :-) แต่...บอกตรง ๆ ว่า วันนี้กลับรู้สึกหนักใจในการเลือกเรื่องที่จะเขียนเหลือเกิน เพราะพวกเราอยู่ในระหว่างไว้อาลัย ขณะเดียวกันก็ขัดแย้งกับช่วงปีใหม่หมาด ๆ ....แถมหนังที่ดิฉันดูหลายเรื่องก็ออกแนวหมิ่นเหม่ศีลธรรมเกินไปเสียด้วย นอกจากนี้ แม้ว่าดิฉันชื่นชอบเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์อยู่บ้าง แต่ก็ยอมรับว่าการเขียนจากความทรงจำย่อมมีผิดพลาด กอรปกับนิสัยขี้เกี๊ยจขี้เกียจกลับไปรื้อกองหนังสือ(ที่ไร้ระเบียบ) ทำให้จบลงด้วยการล้มเลิกโครงการไปดื้อ ๆ เสียหลายครั้ง งั้นเริ่มพ.ศ.ใหม่ด้วยการเล่าถึงนักรบมองโกลผู้ยิ่งใหญ่ "เจงกิสข่าน" (Genghis Khan) ผู้มีนามเดิมว่า "เตมูจิน" (Temujin) ดีกว่า ...ชื่อนี้ไม่เพียงรู้จักกันดีในเอเชียอาคเนย์ แต่ยังได้รับการยกย่องโดยหมู่ชนผิวขาวในฐานะที่สามารถรุกคืบครอบครองดินแดนกว้างขวางไปถึงรัสเซีย ตะวันออกกลาง รวมถึงยุโรปตะวันออกโน่น ทำให้เจ้าพ่อเครื่องบินอย่าง Howard Hughes (รู้จักไหม? ถ้าคุ้น ๆ แต่ขี้เกียจอ่านหนังสือก็ให้ดูหนังเรื่อง Aviator - นั่นเป็นเรื่องราวของเขา) ทนไม่ไหวต้องสร้างหนังเรื่อง The Conqueror (1956) ให้คาวบอย-อมตะนิรันดร์กาล John Wayne มารับบทจอมทัพผู้นี้ ซึ่งก็พอทนได้ไม่น่าเกลียดจนเกินไป เพราะดวงตา(ที่ดูเล็กว่าฝรั่งทั่วไป)ของจอห์น เวย์นก็แลดูกล้อมแกล้มให้เหมือนชาวเอเชียได้บ้าง แต่โดยรวมหนังก็โดนสับแหลกเพราะดูเป็นเจงกิสข่านสไตล์ลูกทุ่งบนหลังม้าแถบเท็กซัสมากกว่านักรบผู้เกรียงไกรบนทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ กลายมาเป็นประวัติศาสตร์อีกหนึ่งหน้าในวงการมายาฐานะ "หนังดับของจอห์น เวย์น"
ท่านข่านฉบับจอห์น เวย์น ทว่าคนผิวขาวยังไม่หมดความพยายามที่จะสร้างหนังเกี่ยวกับเจงกิสข่าน หลังจากสร้างมาหลายเรื่องในยุค50s ไม่เพียงแต่ฮอลลีวู้ด เพราะฉบับฝรั่งเศส/อิตาลีก็ยังมีเช่น Les Mongols หรือ I Mongoli (=The Mongols) ในปี1961 สวมบทโดย Gabriele Antonini เป็นตอนเจงกิสข่านนำทัพบุกประเทศโปแลนด์
Les Mongols หรือ I Mongoli (1961) จากนั้น Genghis Khan (1965) ก็ผุดขึ้นมา รับบทโดยดาราอมตะอีกคนชื่อว่า Omar Sharif มาครั้งนี้แม้จะหน้าตาสไตล์แขก แต่มีผู้ชมยอมรับมากขึ้นกว่าจอห์น เวย์น กลายเป็นเวอร์ชั่นหนังใหญ่ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด แม้ยังถือกันว่าเป็นเจงกิสข่านกลิ่นตะวันตกมากเกินไปอยู่ดี
ท่านข่านฉบับโอมาร์ ชารีฟ ความจริงย่อมมีหนังในแบบจีน/มองโกลสร้าง แต่ชนชาติอื่นในเอเชียก็อยากช่วยสร้างด้วย อย่างเช่นเจงกิสข่านฉบับญี่ปุ่น Genghis Khan:To the Ends of the Earth and Sea (2007) กำกับโดย Shinichiro Sawai กลายเป็นผลงานทุนสร้างมโหฬาร ถ่ายทำในประเทศมองโกเลียทั้งเรื่อง และหน้าตาท่านข่านกลายเป็น Takashi Sorimachi ที่หลายคนอาจคุ้นตากับบทครูสุดกวนแต่ใจกว้างจากเรื่อง GTO หรือทีวีซีรี่ส์ยอดฮิต Beach Boy ..ท้ายที่สุดหลายคนวิจารณ์ว่าตำน้ำพริกละลายแม่น้ำมากไปหน่อย ขณะที่เนื้อหากลับยังทำได้ไม่ "ถึง" พอ
ท่านข่านฉบับทาเคชิ โซริมาจิ ทั้ง ๆ ที่เรื่องราวของเจงกิสข่านมีรายละเอียดมากเกินกว่าจะบรรจุหมดภายใน 1 - 3 ชั่วโมงได้ ฉบับที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในยุคหลังคือหนังผสมสารคดีความยาวเพียง 58 นาทีชื่อว่า Genghis Khan (2005) ที่สรรเสริญความเกรียงไกรเก่งกาจของจอมทัพผู้นี้และสวมบทโดย Orgil Makhaan ...ท่าทางมีบุคลิกจะเหมาะกับการเป็นนักรบจริง ๆ เพราะได้รับบทข่านอีกใน By the Will of Chingis Khan (2008)
ลองเปรียบเทียบหน้าตา-ท่าทาง-รัศมีของ Orgil Makhaan กับเจงกิสข่านตัวจริง (1162 - 1227)ที่เป็นภาพวาดนี้ดูเถิด
ตามตำนานย่อมมีเรื่องเล่ามหัศจรรย์เช่นเดียวกับกษัตริย์นักรบเปี่ยมแสนยานุภาพอื่น ๆ บนผืนโลก หากสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชของเรามีงูมาพันขดโดยรอบตอนท่านประสูติใหม่ ๆ - เจงกิสข่านก็เกิดมาพร้อมเลือดก้อนหนึ่งในกำมือราวกับเป็นการทำนายว่าเมื่อเติบใหญ่ขึ้นจะสู้รบฆ่าฟันไปค่อนโลก! แต่หากไม่คิดถึงนิยายปรัมปรา พิจารณาจากสภาพภูมิศาสตร์และการใช้ชีวิตที่เร่ร่อนล่าสัตว์บนหลังม้าของชาวมองโกล ย่อมไม่น่าแปลกใจว่าทำไมพวกเขาเป็นชนเผ่าที่มีความเข้มแข็งพร้อมสู้รบเป็นทุนเดิม และเจงกิสข่านใช้เวลาในสนามรบอยู่ถึง 21 ปี ก่อนจากโลกนี้ไปอย่างชายชาตินักรบในช่วงระหว่างสงคราม (อ้างจาก "ประวัติศาสตร์จีน" ของทวีป วรดิลก)
เจงกีสข่านในธนบัตรมองโกเลีย (ภาพจาก banknotes.com) มาถึงตอนนี้ ดิฉันกลับคิดเรื่อยเปื่อยไปว่าคนไทยจำนวนไม่น้อยอาจจะจำ*ภาพลักษณ์* ของเจงกีสข่านได้จากนิยายกำลังภายในของกิมย้ง(จินหยง) เรื่อง "มังกรหยก" ในฐานะที่เกือบจะเป็นพ่อตาของจอมยุทธยิงอินทรีนามว่าก๊วยเจ๋ง(กั๋วจิง)ก็เป็นได้ แม้เรื่องจริงมีแต่ในนิยาย แต่ตามพงศาวดารราชวงศ์หยวน/มองโกลเล่าว่าเจงกิสข่านเคยมีแม่ทัพแซ่ก๊วย(กั๋ว) เก่งกาจขนาดไปบุกตีดินแดนไกลถึงเกาะไซปรัส ยุโรป เป็นเค้าโครงที่ทำให้กิมย้งไปผูกโยงเป็นนิยาย ...ถ้าเป็นอย่างนั้นก็คงต้องลองย้อนไปยุคหนังทีวีฮ่องกงที่แสนโด่งดังว่าเจงกิสข่านฉบับทีวีฮ่องกงหน้าตาแบบนี้ ก๊วยเจ๋ง-อึ้งย้งและเจงกีสข่านฉบับทีวีได้รับการยอมรับมาจนปัจจุบัน เขาอาจเป็นจินตนาการของเจงกิสข่านที่คุ้นตาคนไทยมากที่สุด? :-D |
| kim ki duk | ||
kim ki-duk's sad dream |
||
|
View All |
||
| << | มกราคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||