พิมพ์หน้านี้
|
คนอื่นอาจจะให้ดาวทั้งดวงบนท้องฟ้า แต่สำหรับดิฉัน The Matrix (1999)ไม่ได้เลวร้าย และเป็นหนังแนวไซไฟแอ๊คชั่นที่ชื่นชอบเรื่องหนึ่ง เพียงไม่เคยคิดจะซื้อหามาประดับบ้าน เนื่องจากนานวันรู้สึกว่าคุณค่า "ความเป็นปรัชญาแฝง" ของมันลดถอยลง อิงไปกับการให้ความสำคัญกับตัวเองมากไป(Self-importance) .......ดูได้จากภาคต่อ 2 + 3 ที่ทำลายตัวเองในที่สุด เหลือเพียงราคาซากกลายเป็นหนังที่มี "แอ๊คชั่นดีไซน์" ที่เนียนและลงตัว ส่วนแนวความคิด "มิติที่ไม่จำกัดแค่อยู่ในร่าง" นั้น ใคร ๆ ก็รู้กันทั่วแล้วว่ามาจากอะนิเมะเรื่อง Ghost In the Shell (1995) ที่ดิฉันเลือกมาประดับไว้บนหิ้งแทน แต่เรื่องนี้สิคะ ตอนออกฉายนั้นแป้กเอาเรื่อง! Equilibrium(2002) ถูกนักวิจารณ์สับแหลก มองว่าอยู่ภายใต้เงาของกระแส The Matrix ไม่ว่าจะการออกแบบเสื้อผ้าอาภรณ์ ช่างละม้ายคล้ายคลึงกัน แค่บางช่วงเปลี่ยนจากดำเป็นขาว ดังนั้น Christian Bale ก็ถูกเอาไปเปรียบกับ Keanu Reeves ...แน่นอน ชื่อตัวละครในหนังเรื่องนี้ ก็ธรรมด๊า ไม่ได้เท่เทพอย่าง The Matrix ซะด้วย
John Preston v.s. Neo มองกลับกันชื่อ Preston สะท้อนให้เห็นความเป็นคนสามัญธรรมดาที่คนดูจับต้องได้มากกว่า Neo ผู้ซึ่งมีชื่อฟังดูทันสมัยเข้ากับความเป็นกระด้าง+ละมุนภัณฑ์ (hardware & software) แต่นีโอเป็นใครกันนะ เหมือนโบยบินลิบ ๆ ระยิบระยับอยู่ในจินตนาการ ส่วนเนื้อเรื่อง Equilibriumก็ซับซ้อนน้อยกว่า เพราะไม่ได้*จงใจ*สร้างปรัชญาสมัยใหม่ใด ๆ แต่เป็นเรื่องโลกอนาคตที่ไม่พึงปรารถนา ที่รัฐ Libria มนุษย์ทุกคนไม่อาจครอบครองวัตถุใด ๆ ที่กระตุ้นยั่วยวนความอยากมีอารยธรรม คล้าย ๆ กับยุคหนึ่งของคอมมิวนิสต์ที่ต้องกำจัดทำลายศิลปะแขนงต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพวาด วรรณกรรมหรือดนตรีที่ขับกล่อมใจให้เคลิบเคลิ้มก่อให้เกิดความอยากได้อยากมี ตามมาด้วยการแบ่งแยกทางชนชั้น ดังนั้น การจะทำลาย "อารมณ์และตัณหาของมนุษย์" ให้สิ้นซาก ทุกคนจำต้องได้รับยาควบคุมเรียกว่า Prozium! แน่นอน ไม่ค่อยมีหนังเรื่องไหนเอาใจรัฐบาลเผด็จการ ต้องมีกลุ่มใต้ดินขอแหกคอก ทวงสิทธิความเป็นมนุษย์ และเจ้าหน้าที่ผู้ฝึกทางด้านการรบและการอ่านใจมนุษย์(ว่ากำลังถูกกิเลสหรืออารมณ์กล่อมเกลาจิตใจอยู่หรือไม่) มาอย่างดีอย่าง John Preston ก็ต้องต่อสู้กับตัวเองว่าอะไรคือสิ่งที่เขาต้องการ ...และอะไรคือความหมายของ "การมีตัวตน" อยู่บนผืนโลก ทำให้ Preston มีเงาของฮีโร่และแอนตี้ฮีโร่ผสมผสานจนยากยิ่งจะแยกออก
ด้วยคิวบู๊สวยชัดเจน ไม่ต้องแอ่นตัวสะพานโค้งหลบกระสุน บวกกับเนื้อเรื่องเข้าใจง่าย เชื่อมโยงกับโลกอนาคตที่มีความเป็นไปได้ ทำให้นานวัน Equilibrium กลับได้รับความชื่นชมมากขึ้นจากกลุ่มคนดูที่เป็นสามัญชน ....ผู้ไม่อยากหลงคิดมากตีความปรัชญา แล้วรู้สึกเหมือนโดนหลอกภายหลังเมื่อได้ดูหนังภาคต่อ |
| kim ki duk | ||
kim ki-duk's sad dream |
||
|
View All |
||
| << | กุมภาพันธ์ 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | |