พิมพ์หน้านี้
|
อีกมุม ที่สงบและงดงาม บ้านเก่าน้อยตอนที่ 2 ในตอนที่2 นี้จะกล่าวถึงประวัติความเป็นมาของบ้านเก่าน้อยค่ะ เดิมทีบริเวณบ้านเก่าน้อยนี้เป็นเพียงป่าทึบธรรมดาเท่านั้นเอง ยังไม่มีผู้คนเข้ามาอยู่อาศัย จึงทำให้พื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์ค่อนข้างมาก หลังจากนั้นก็ได้มีชาวบ้านชื่อนายน้อยที่อพยพมาจากบ้านน้ำอ้อมเพื่อมาตั้งบ้านเรือนบริเวณพื้นที่บ้านเก่าน้อย เนื่องจากบ้านน้ำอ้อมนั้นมักจะเกิดน้ำท่วมอยู่บ่อยครั้ง อีกทั้งเวลาเกิดน้ำท่วมหมู่บ้านก็จะถูกตัดขาดทำให้คนในหมู่บ้านไม่สามารถออกไปนอกหมู่บ้านได้ จึงมีชื่อเรียกว่า บ้านน้ำอ้อม ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นหมู่บ้านร้างไปแล้วเรียบร้อย
ภาพนี้ไม่ได้รับค่าลงโฆษณาแต่อย่างใดที่เอาลงเพราะเห็นว่าเพื่อนดูดีกันทั้งนั้น (ดูดีๆ เอ๊ะนี่ตัวอะไร อิอิอิ) เมื่อนายน้อยเห็นว่าบริเวณพื้นที่นี้ปลูกอะไรก็งามได้ผลผลิตมาก จึงได้ชักชวนนายเก่าซึ่งเป็นเพื่อนสนิทมาตั้งบ้านเรือนอยู่บริเวณเดียวกัน เมื่อข่าวแพร่ออกไปว่าบริเวณที่นายน้อยและนายเก่ามาตั้งบ้านเรือนอยู่นี้มีความอุดมสมบูรณ์ เพาะปลูกอะไรก็งามจึงทำให้มีชาวบ้านจากบ้านน้ำอ้อม อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานภายในบริเวณนั้นจำนวนหนึ่ง เมื่อมีผู้คนอพยพเข้ามาอยู่มากการแต่งงานข้ามหมู่บ้านจึงเกิดขึ้น แต่ในหมู่บ้านนี้มีอาถรรพ์อยู่ว่า คนภายนอกที่เข้ามาเป็นลูกเขยหรือลูกสะใภ้จะไม่สามารถอยู่ในหมู่บ้านได้อย่างเป็นสุข เช่นว่า อาจจะเกิดอาการเจ็บป่วยโดยไม่มีสาเหตุจนไม่สามารถทำงานได้ ดังนั้นคนส่วนใหญ่ที่แต่งงานแล้วจึงมักจะออกไปสร้างบ้านหรือมีถิ่นที่อยู่อาศัยในหมู่บ้านอื่นมากกว่า อ้อ! ลืมพูดถึงที่มาของชื่อบ้านเก่าน้อย ค่ะที่มาก็มีอยู่สองที่มาด้วยกันสำหรับที่มาแรกก็คือ ตั้งชื่อว่าบ้านเก่าน้อยเพราะคนที่เข้ามาอยู่อาศัยในบริเวณนั้นเป็นคนแรกๆก็คือนายน้อยและนายเก่า ชาวบ้านก็เลยเรียกว่า บ้านเก่าน้อย ส่วนอีกที่มาหนึ่งชาวบ้านเชื่อกันว่าพื้นที่ภายในหมู่บ้านเป็นพื้นที่ร้อน ก็คือจะทำให้ผู้ที่เข้ามาอยู่อาศัยเกิดอาการเจ็บป่วย อยู่ไม่เป็นสุข ดังนั้นคนที่แต่งงานแล้วส่วนใหญ่ก็จะอพยพไปอยู่ที่อื่นมากกว่า ทำให้หมู่บ้านนี้ยังคงเป็นหมู่บ้านเล็กๆและยังคงความเป็นวิถีชาวบ้านอยู่เหมือนเดิม จึงเข้า concept บ้านเก่าน้อย...อย..อย (เสียงเเอคโค่)ที่ยังไม่ค่อยเจริญและเป็นเพียงหมู่บ้านเล็กๆ เท่านั้น
นายแบบสุดหล่อของเรา!!! ประวัติความเป็นมาของบ้านเก่าน้อยก็เป็นประการฉะนี้แหละเจ๊า และปัจจุบันจำนวนประชากรในหมู่บ้านก็มีเพียง 222 คน มีบ้านเรือน 55 หลังคาเรือน แต่คนหนุ่มสาวส่วนใหญ่มักจะออกไปทำงานที่ต่างจังหวัดมากกว่า จึงทำให้ภายในหมู่บ้านเหลือแต่เพียงคนรุ่นแรกเท่านั้น และเหนืออื่นใดชาวบ้านยังคงรักษาวิถีชีวิตที่เรียบง่าย และความมีน้ำใจไว้เหมือนเดิม ดูได้จากภาพต่อไปนี้ค่ะ อยากจะบอกว่าเบื้องล่างของรูปนี้มีทั้งมะม่วงและส้มโอ ที่ชาวบ้านเอามาให้กิน ขอบอกว่าอร่อยมากค่ะ (ก็ของฟรีนี่ อิอิๆๆ) ขนาดกินทั้งส้มโอและมะม่วงมาแล้ว ยังสามารถอีก ข้าน้อยขอคาราวะ *************** ตอนที่2 ขอจบเพียงเท่านี้ก่อนนะคะ กรุณาติดตามตอนต่อไป
|
| ทัวร์ 9 วัดในจังหวัดอุบลราชธานี | ||
ไปทริป 9 วัดซึ่งแต่ละวัดล้วนเป็นวัดที่เก่าแก่ สวยงามและอยู่คู่กับเมืองอุบลฯ มาช้านาน |
||
|
View All |
||
| << | มีนาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||