• เสลดพังพอน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nuniranun@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-12-17
  • จำนวนเรื่อง : 35
  • จำนวนผู้ชม : 5587
  • จำนวนผู้โหวต : 47
  • ส่ง msg :
jummum
ความรัก..แม้ไม่ได้เติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่อวดสายตาใคร แต่อย่างน้อย..มันก็ได้งอกเงยขึ้นในจิตใจเรา
Permalink : http://www.oknation.net/blog/jummum
วันเสาร์ ที่ 29 มีนาคม 2551
เด็กๆ และการติดเกมส์
Posted by เสลดพังพอน , ผู้อ่าน : 178 , 17:24:53 น.   | หมวดหมู่ : ไดอารี่  
พิมพ์หน้านี้


 

วันนี้คอมพิวเตอร์ที่บ้านเสีย(ความจริงมันก็เสียได้หลายวันแล้วล่ะแต่ไม่มีเวลาไปซ่อม แหะๆๆ)  ดิฉันก็เลยต้องจรลีออกมาเล่นที่ร้าน  ไม่นึกเหมือนกันว่าลูกค้าจะเยอะมากโดยเฉพาะพวกเด็กๆ  ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะมาเล่นเกมส์กัน  เชื่อมั๊ยคะว่าดิฉันอ่านเรื่องราวใน blog แทบจะไม่รู้เรื่องเพราะมัวแต่ตกใจเสียงแผดร้องของพวกเด็กๆยามที่เล่นเกมส์  ไม่ว่าจะเล่นแพ้หรือชนะพ่อเจ้าประคุณก็จะร้องซะดังลั่น  แค่นั้นยังไม่พอพวกเพื่อนๆยังมาร่วมแรงร่วมใจกันเชียร์แบบออกหน้าออกตาอย่างไม่เกรงใจคนอื่น  เฮ้อ  สรุปว่าวันนี้แทนที่จะได้โพสต์เรื่องดีๆ  (ถึงจะไร้สาระบ้างก็เหอะ)  กลายเป็นว่าต้องบ่นแทน

 

          ดิฉันก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าการเล่นเกมส์จะทำให้เด็กที่เล่นเป็นไปได้ถึงเพียงนี้  บางคนเล่นเกมส์ติดต่อกันหลายชั่วโมงตั้งแต่เปิดร้านยันร้านปิด  ยิ่งไปกว่านั้นยังมีพวกผู้ใหญ่ที่บ้าเกมส์ไม่แพ้เด็ก  ดูได้จากสีหน้าที่เล่นอย่างเอาเป็นเอาตาย  มองไปทางขวาก็เล่นเกมส์ ทางซ้ายก็เกมส์  เฮ้อ  ท่าทางดิฉันจะแก่เร็วซะแล้วมั้งเนี่ยเพราะถอนหายใจหลายทีแล้ว  คิดแล้วก็น่าเสียดายเวลาแทนเด็กๆพวกนี้จริงๆค่ะ 

 

          นอกจากนี้  สำนักวิจัยเอแบคโพล มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ หัวหน้าโครงการวิจัยพฤติกรรมการติดเกมออนไลน์ในกลุ่มเด็กและเยาวชนไทย ยังเปิดเผยว่า ได้สุ่มตัวอย่างประชาชนที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไป จำนวน 1,882 ตัวอย่างในเขต กทม.และปริมณฑลพบว่า ร้อยละ 21.4 เล่นเกมออนไลน์ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ร้อยละ 14.6 ที่เล่นเกมออนไลน์ทุกวัน ขณะที่ร้อยละ 58.6 ระบุว่า ระยะเวลาในการเล่นเกมแต่ละครั้งนาน 1-2 ชั่วโมง กับร้อยละ 6.3 ที่เล่นเกมแต่ละครั้งนานกว่า 5 ชั่วโมง ผลวิจัยยังระบุอีกว่า ค่าเล่นเกมโดยเฉลี่ยในแต่ละเดือนจะตกอยู่ที่คนละ 759.74 บาท


 ประเด็นสำคัญที่พบจากการวิจัยในครั้งนี้คือ กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 70.9 ยอมรับว่า การเล่นเกมออนไลน์ทำให้เกิดการติดเกมอยากเล่นบ่อยๆ ส่วนประเภทเกมที่ได้รับความนิยมคือเกมต่อสู้ มีจำนวนร้อยละ 37.7 รองลงมาคือเกมกีฬา ขณะที่เกมแร็กนาร็อก ยังได้รับความนิยมอยู่ที่ร้อยละ 22.7 และร้อยละ 69.0 เล่นเกมตามเพื่อนและเล่นตามแฟชั่น โดยสถานที่เล่นเกมส่วนใหญ่จะเป็นร้านอินเตอร์เน็ต นอกจากนี้ ร้อยละ 56.9 ระบุว่าการเล่นเกมออนไลน์สามารถนำไปสู่การพนันแบบต่างๆได้ เมื่อถามว่าอยากให้รัฐบาลมีมาตรการอย่างไร ร้อยละ 80.2 ระบุว่า อยากให้รัฐบาลออกมาตรการควบคุมร้านคอมพิวเตอร์ให้เปิด-ปิดเป็นเวลา

 

ความจริงการเล่นเกมส์ไม่ใช่เรื่องที่เลวร้ายถ้ารู้จักเล่นให้เป็น  เกมส์จะกลายเป็นเพียงสิ่งที่ช่วยผ่อนคลายความเครียดที่เราสามารถควบคุมมันได้ไม่ใช่ให้มันควบคุมเรา   เพราะถ้าเมื่อไหร่ที่มันมีอำนาจเหนือเรา “เราก็จะกลายเป็นทาสของมัน...อย่างถาวร”  ยิ่งเทคโนโลยีทุกวันนี้เจริญอย่างรวดเร็วจนคนที่เป็นผู้ปกครองตามจะแทบไม่ทัน  นี่คงเป็นอีกปัญหาสำคัญทีเดียวที่ผู้ปกครองและสังคมควรจะให้ความสนใจและหาทางออกกับเรื่องนี้  ไม่เพียงเพื่อเยาวชนของเราเท่านั้นแต่เพื่อประเทศชาติของเราด้วย


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5
After-PostModern วันที่ : 31/03/2008 เวลา : 19.00 น.
http://www.oknation.net/blog/lightcircle

ควบคุมเงิน..หากควบคุมได้ ก็ลดปัญหาได้ระดับหนึ่ง
ส่วนควบคุมเวลานี่ตัวใครตัวมัน คือ ใครทำได้คนนั้นก็สำเร็จ..

ว่าแต่ว่า กิจกรรมสร้างสรรค์อื่นๆสำหรับเด็ก ในเมืองไทย ไม่มีเลย อีกหน่อยโตขึ้น เป็นวัยรุ่นก็ติดเพลง ศิลปินดารานักร้อง ต่อไปอีก รับเป็นทอดๆ เฮ้อ
ความคิดเห็นที่ 4
แน่นนอน วันที่ : 30/03/2008 เวลา : 21.18 น.
http://www.oknation.net/blog/eazy


ความคิดเห็นที่ 3
นักฆ่าเงินเฟ้อ วันที่ : 29/03/2008 เวลา : 22.26 น.
http://www.oknation.net/blog/dome
FLATION   KILLER

สำหรับลูกผม ติดเกมส์ได้ แต่ต้องรู้จักหน้าที่ ของ เด็ก

ซึ่งถ้าเราสนใจแยกแยะ หน้าที่ของ เด็ก และ เวลาสำหรับเล่นเกมส์ ก็จะทำให้เด็กรู้ว่า อะไรต้องทำก่อน และ หลังเล่นเกมส์

ข้อดีของการเล่นเกมส์ คือ จากการสังเกตพบว่า เด็กสามารถสร้างจินตนาการ และ จดจำได้ดี เมื่อเทียบกับเด็กคนอื่นที่ไม่ได้เล่นเกมส์

เพราะผลการสอบของลูกชายผมได้ อันดับหนึ่ง ของห้อง ผมไม่แปลกใจเลยที่ลูกชายทำคะแนนได้ดี เนื่องจากเวลาเล่นเกมส์ลูกชายจะจำได้ว่า ต้องเล่นอย่างไร ตามกฏของเกมส์ แต่ละเกมส์ และสามารถเล่นเกมส์ได้ดี เพราะจากการสังเกตพบว่า ลูกชายสามารถแก้ไขสถานการณ์ในเกมส์ได้อย่างต่อเนื่อง

ผมก็เป็น คอเกมส์เหมือนลูกชาย จึงปรึกษากันได้ แต่ตอนนี้ลูกชายไม่ค่อยเล่นบ่อย เพราะเกมส์บางเกมส์มีภาพต่อสู้ที่ดุเดือด หรือ รูปลักษ์ของตัวละครที่น่ากลัว จึงทำให้เด็ก อายุ 5 ขวบเกิดความกลัว จึงต้องข้อร้องให้พ่อ เล่นให้แทน ผมก็พึ่งรู้ว่า เด็กก็อ่อนไหวเหมือนกัน แม้จะเคยเล่นอยู่บ่อย ๆ
ความคิดเห็นที่ 2
aey_yea_yea วันที่ : 29/03/2008 เวลา : 20.15 น.
http://www.oknation.net/blog/iamaey

เด็กติดเกมเป็นเรื่องที่อันตรายและน่ากลัวกว่าที่คิดจริงๆค่ะ น้องที่บ้านก็ติด จากเมื่อก่อนที่ไม่เคยออกไปเล่นเกมข้างนอก แต่ตอนนี้ต้องแอบออกไปก่อน แล้วพอกลับบ้านมาค่อยบอก เพราะเขารู้ว่าถ้าบอกก่อนจะไม่ให้ไป
จะบอกจะห้ามยังไงก็ไม่เชื่อกันแล้ว เฮ่อ...เศร้าค่ะ
ความคิดเห็นที่ 1
sixty วันที่ : 29/03/2008 เวลา : 17.53 น.
http://www.oknation.net/blog/4teen
อย่านำความขาดแคลนมาเป็นอุปสรรคในการทำงาน

เดี๋ยวนี้เด็กๆบ้านเรากำลังจะกลายพันธุ์เป็นมนุษย์ที่ไร้กล้ามเนื้อที่ขา จะกลายมาเป็นกล้ามเนื้อข้อมือ และนิ้วใหญ่แทน

แต่ขอโทษครับ...มันคงไม่เป็นอย่างที่คิด เพราะเมื่อเล่นเกมส์มาก ใช้นิ้วมาก แทนที่จะดี กลับจะกลายเป็นโรคข้อมือ และนิ้วเสื่อม จะเกิดการชา ตามมา แล้ววันนั้นเด็กๆทั้งหลายจะต้องนั่งเสียใจที่ทำกับตัวเองได้ลงคอ....
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มีนาคม 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31