|

"เจ๊ๆ เงินที่ยืมไปเมื่อไรจะให้"
"ต๊ายยย...เกือบลืม ยังไม่ได้กดเงินเลยจ้ะ"
วันต่อมา - -
"เจ๊ๆ กดเงินมายังอ่ะ หนูไม่มีจะกินแล้ว"
"ตู้มันยึดบัตรเอทีเอ็มอ่ะ ต้องไปติดต่อที่ธนาคาร"
กรรม! -_-' 
สามปีก่อน เจ๊เป็นคนมัธยัสถ์สุดๆ (ขี้เหนียว) เงินซักสลึงก็ไม่ยอมให้กระเด็นออกจากกระเป๋า ขณะเดียวกัน เจ๊ก็มีวิธีโกยเงินคนอื่นเข้ากระเป๋าตัวเองเสมอ ก่อนหน้านี้ หวยใต้ดินเป็นอาชีพเสริมที่ทำเงินมหาศาลให้แก่เจ๊ โดยเจ๊จะเก็บเงินค่าหวยตรงเวลา บางครั้งก็ดักเก็บมันหน้าตู้เอทีเอ็มหน้าบริษัทนั่นแหละ ทว่า...ใครที่ถูกรางวัล กว่าจะได้เงินจากเจ๊ก็ปาเข้าไปอีกงวดหนึ่งของวาระสลากกิน(ไม่)แบ่ง เจ๊ยึดอาชีพเจ้ามือหวยได้ไม่นานก็ถูกทางการกวาดล้าง เราเลยได้รู้ว่าบ้านเจ๊เป็นซุ้มโจรดีดีนี่เอง วันที่ตำรวจเข้ากวาดล้าง พบของกลางเป็นโพยหวยใต้ดินเป็นจำนวนมาก ประกอบกับจับคนเดินโพยได้ทั้งสาย หนำซ้ำน้องชายคนรองเจ๊ยังค้ายาเสพติด ส่วนน้องชายคนเล็กก็ปั๊มแผ่นซีดีผีจำหน่ายทั่วราชอาณาจักร เท่านั้นไม่พอ ป้าเจ๊ยังสามารถแปลงร่างเป็นเจ้าแม่ไทรงาม สามารถติดต่อกับเทพ เทวดา ฯลฯ อันนำมาซึ่งเลขเด็ดแต่ละงวดอีกด้วย หากินกันครบวงจรจริงๆ ทว่า...เจ๊และครอบครัวก็รอดปากเหยี่ยวปากกามาได้ด้วยอำนาจเม็ดเงินก้อนโต ที่ใส่กล่องยื่นลอดหว่างขาให้แก่เจ้าหน้าที่หน้าหนาแถวไหนบอกไม่ได้ เพราะเป็นความลับทางราชโกง เจ๊ยืดอกเหี่ยวๆ เข้าสู่วงการอีกครั้ง แต่คราวนี้มาในรูปของท้าวแชร์ เนื่องจากเจ๊ยังไม่เสื่อมอำนาจในหมู่ผู้แสวงโชคลาภ ลูกค้าเก่าของเจ๊ จึงยังสมัครใจทำธุรกรรมทางการเงินร่วมกันต่อไป ด้วยความที่เจ๊ต้องเสียเงินจำนวนมากจากความวินาศครั้งก่อน แต่เนื่องจากเครดิตยังดี เจ๊จึงหาเงินมาหมุนเวียนได้ตลอดเวลา เจ๊มีวิธีการยืมเงินที่แยบยลราวกับร่ายมนต์สะกดให้เจ้าหนี้ลุ่มหลงควักเงินให้โดยง่าย และแน่นอนว่าไม่มีปัญญาทวงคืน ลูกแชร์ของเจ๊หวังจะได้เงินก้อนมาปรนเปรอความหวังลมๆ แล้งๆ จึงพากันลงทุนอย่างหนักในเกมการแข่งขันเปียแชร์แต่ละครั้ง เมื่อประสบโชคบุญหล่นทับเปียแชร์ได้สำเร็จ ชีวิตก็ดิ่งลงสู่หุบเหวพร้อมกับความฝันพังทลาย เพราะเจ๊จะจ่ายเงินค่าแชร์เป็นงวดๆ งวดละพันสองพันตามกำลังเจ๊ (แล้วจะเล่นทำพระแสงของ้าวอะไรฟะเนี่ย) เจ๊ไม่เคยหนีหนี้ ไม่เคยเบี้ยวแชร์ แต่จะผ่อนจ่ายให้ และไม่ว่าจะอย่างไร เจ๊ก็ยังคงยืนหยัดสู้หน้าประชาราษฎรณ์ด้วยจิตใจเบิกบานเสมอ เจ้าหนี้ของเจ๊ต่างอับอายขายขี้หน้าที่ไม่มีปัญญาทวงหนี้ จึงได้แต่หุบปากเงียบ เลยไม่รู้ว่าบรรดาผู้มีรายได้ประจำกว่าค่อนบริษัท ต่างก็เป็นเจ้าหนี้เจ๊ทั้งนั้น (ถ้าทวงกันโต้งๆ ก็รู้กันไปนานแล้ว) ในที่สุดกรรมก็ตามทัน เจ๊เจอลูกแชร์เบี้ยวบ้าง เมื่อเจ๊โดนแบน เจ๊จึงจำต้องเลิกอาชีพเสริมนี้ในทันที ก่อนที่จะเสื่อมความนิยม ล่าสุด เจ๊หันมาทำธุรกิจด้านความงามของเครื่องสำอางยี่ห้อหนึ่งที่แปลว่า "ทางของฉัน" โดยเป็นหุ้นส่วนกับเพื่อน (ไมรู้จะไว้ใจกันได้อย่างไร) เจ๊ตระเวนออกรับทำหน้า (ให้มีหลายหน้าเหมือนเจ๊) ทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล ไม่ว่าจะพอกหน้า นวดหน้า ขัดหน้า ลอกหน้า แต่งหน้า เจ๊ทำหมด โดยเจ๊ขอเลิกงานก่อนเวลา โดยอ้างว่าไปเรียนต่อ โอ้วววว...ทำไปได้ เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ที่เจ๊นำมาขาย ไม่ได้ดีสมราคาคุยและราคาของ มันทำให้หน้าลูกค้าพังยับ โดยเจ๊อธิบายว่านั่นเป็นขั้นตอนการผลัดเซลล์ผิว เมื่อทำต่อเนื่องจะทำให้ผิวพรรณเนียนนุ่มชุ่มชื่น ซึ่งเป็นวิธีการของผลิตภัณฑ์พวกนี้นั่นเอง ในการทำให้หน้าคุณพังยับ แล้วค่อยๆ รักษาตัวเอง จนคุณรู้สึกว่ามันดีขึ้น ทั้งที่จริงก็ไม่ได้ต่างจากก่อนทำ บ้านไหนก็ตามที่เจ๊สนิทชิดเชื้อด้วย หากหลงกลเปิดประตูบ้านอ้าอกรับเจ๊เข้าไปนำเสนอผลิตภัณฑ์แล้ว ถือว่าเป็นคราวเคราะห์ เพราะคุณต้องเลือกระหว่าง เสียเงินซื้อของไม่ได้เรื่องและเกินความจำเป็น หรือจะยอมให้เจ๊ยืมเงินโดยใช่เหตุ หรือเรียกง่ายๆ ว่า เจ๊ขายของไม่ได้ มีเงินให้เจ๊ยืมก็ยังดี (นี่มันปล้นกันชัดๆ) 
เจ๊ที่รัก...
พวกเราน้องๆ ที่เคารพของเจ๊ชื่นชมในความระยำของเจ๊มาก และต่างก็ฉงนสนเท่ห์ว่า เจ๊เอาเงินมากมายไปทำอะไร ลูกก็ไม่มี สามีก็หาไม่ได้ พ่อแม่ก็ไม่ได้ส่งเสีย ทั้งที่เจ๊เป็นหัวหน้าพวกเรา กินเงินเดือนเยอะกว่า แถมทำงานมานานโข แต่เจ๊ก็ยังหยิบยืมเงินคนอื่นไปทั่ว ทำมาหากินแกมโกงสารพัด ทั้งยังเป็นหนี้บัตรเครดิตและธนาคาร รวมทั้งสถาบันการเงินเอกชนและนอกรีต พี่ๆ เพื่อนๆ ขอร้องให้หนูถามเจ๊แบบนี้ หนูอาจจะเกริ่นเรื่องยาวไปนิดนึง แต่หากเจ๊มาอ่านแล้ว ก็ช่วยบอกหนูด้วย เจ๊ไม่กล้าบอกดังๆ โทรมาก็ได้ ส่ง sms มาก็ดี สุดท้าย เจ๊กรุณาหอบสมุดบัญชีธนาคารไปถอนเงินมาคืนหนูและเจ้าหนี้ทุกท่านด้วย ไม่เช่นนั้น เจ้าหนี้จะทำการบุกบ้านและอายัดทรัพย์ 
ขอแสดงความนับถือ อีหนูของเจ๊
|