| oh.......my buddha!!! | ||
THX>>[wiki] [p'tia] [p'sos] [untoneo] & [p'gone] |
||
|
View All |
||
| << | ธันวาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||
พิมพ์หน้านี้
|
เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมามีฝนดาวตก "ลีโอนิดส์" ฉันกับเด็กๆ วางแผนจะนอนดูดาวตกกันที่สนามหญ้า ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสักนิด กับการจะนอนดูดาวกลางกรุง ในยามที่สรรพชีวิตหลับใหล แต่แสงไฟนีออนและสปอตไลท์กลับตื่นเพริดเจิดจ้ากันทั้งเมืองแบบนี้ แล้วดาวที่ไหน จะทอแสงสู้แรงการไฟฟ้าฯ ได้ ครั้นจะขอให้ทุกคนช่วยกันปิดไฟให้หน่อย "จะดูดาว" ....ยิ่งยากกว่านัก นักดาราศาสตร์กล่าวว่า การดูดาว ต้องดูในที่โล่ง ไร้สิ่งกีดขวาง และไม่มีแสงไฟรบกวน เมื่อสามปีก่อน ฉันหาที่ดีดีแบบที่นักดาราศาสตร์บอกไม่ได้ จึงต้องตะกายขึ้นไปบนดาดฟ้าหอพัก (10 ชั้น) เพื่อไปนอนดูดาว ...คืนนั้นโรแมนติกมาก แสงดาวที่พุ่งทะยานตัดกับพื้นดำสนิทของท้องฟ้ายามดึก เมื่ออยู่บนที่สูงแบบนี้ ราวกับว่าดาวน้อยพุ่งผ่านหน้าเราไปใกล้แค่เอื้อมเท่านั้น สวยมากจริงๆ... ทุกวันนี้ เราอาจคุ้นชินกับถ้อยคำเดิมๆ ว่า ควรช่วยกันปิดไฟที่ไม่ใช้ หรือใช้หลอดไฟประหยัดพลังงาน เพื่อลดค่าไฟ ลดการใช้พลังงาน แม้กระทั่งเลยเถิดไปถึงว่า ช่วยแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน... ที่กล่าวมานี้...ทำยากจริงๆ เห็นพูดกันมาหลายปากแล้ว ยังไม่ค่อยจะได้ผล แต่...พวกเราไม่เคยรู้เลยว่า เหตุผลที่เราควรจำกัดแสงไฟในยามค่ำคืนนั้น มันมีอะไรที่น่าจูงใจยิ่งกว่า ครั้งหนึ่ง เจนิค ฮอลแลนด์ นักดาราศาสตร์แห่งหอดูดาวโคเปอร์นิคัส ได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลของสาธารณรัฐเชคลงมือทำอะไรสักอย่างเพื่อปกป้องความมืดและความเงียบสงบของท้องฟ้ายามค่ำคืน ฮอลแลนด์ให้เหตุผลว่า มลภาวะทางแสงยามค่ำคืนนี้ ทำให้มนุษย์นอนไม่หลับ และมีปัญหาทางสายตามากขึ้น อันเนื่องมาจากแสงทำให้เราไม่สามารถผลิตฮอร์โมนเมลาโทนินได้เพียงพอ ทั้งยังส่งผลให้เกิดการทำลายระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอีกด้วย ไม่เพียงแต่มนุษย์เท่านั้น หากแต่แสงไฟเหล่านี้ ยังส่งผลต่อนกอพยพที่อาศัยแสงดาวในการนำทาง และไฟเจิดจ้าบนตึกสูง ทำให้พวกมันหลงทางและร่วงลงมาเพราะความเหนื่อยล้า ยิ่งไปกว่านั้น พวกมันอาจจะบินชนเข้ากับแสงไฟโดยที่ไม่รู้ว่าแสงนั้นคืออะไร นอกจากนี้ ฮอลแลนด์ยังยกเหตุผลขึ้นมาปกป้องความสุนทรียะอีกข้อหนึ่งว่า แสงไฟที่มากเกินไปนี้ ทำให้เรามีโอกาสเห็นท้องฟ้ามืดสนิทน้อยลง โดยจากการสำรวจพบว่า ในประเทศอังกฤษมีพื้นที่เพียงร้อยละ 11 เท่านั้น ที่มีท้องฟ้ามืดสนิท
ในที่สุดสาธารณรัฐเชคก็เห็นความพยายามของฮอลแลนด์ โดยได้ประกาศตัวเป็นประเทศแรกในโลกที่ออกกฎหมายมาควบคุมมลภาวะทางแสงไฟ เมื่อเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2002 ซึ่งกฎหมายที่ว่าก็คือ หลอดไฟบนเสาไฟตลอดจนหลอดไฟที่ไหนๆ ก็ตาม ต้องมีที่กั้นแสงไฟให้ตกกระทบลงบนพื้นเท่านั้น ส่วนบรรดาหลอดไฟบนป้ายโฆษณาต่างๆ ก็ต้องส่องจากบนลงล่างเท่านั้น หากฝ่าฝืนมีโทษปรับคิดเป็นเงินไทยราวสองแสนกว่าบาท ต่อมาแคว้นคาตาโลเนียในประเทศสเปน และเมืองลอมบาดี้ในประเทศอิตาลี ก็ได้นำกฎหมายสร้างสรรค์นี้เข้ามาใช้บ้าง โดยเฉพาะในเมืองลอมบาดี้ขณะนั้น มีประชาชนถึง 25,000 คน ลงชื่อว่าต้องการกฎหมายนี้อย่างเร่งด่วน ในที่สุด ทุกอย่างก็ราบรื่น นักดาราศาสตร์ในหลายๆ เมืองของสาธารณรัฐเชครายงานว่า หลังจากกฎหมายนี้มีผลบังคับใช้ ยามค่ำคืนท้องฟ้าก็สว่างสดใสขึ้นทันตาเห็น เห็นหรือยังว่า...การได้เห็นดาวบนท้องฟ้าอาจไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่มันก็เป็นความสุขเล็กๆ น้อยๆ ของเราไม่ใช่หรือ ทีนี้พอเข้าใจแล้วหรือยังว่าทำไมเราต้องมีท้องฟ้ามืดๆ เงียบๆ ลองนำวิธีนี้มาใช้ในบ้านเราบ้างก็ดี นอกจากประหยัดค่าไฟแล้ว เมืองก็ยังสว่างเหมือนเดิม และยังได้เห็นท้องฟ้ามืดสนิท พร้อมกับดวงดาวมากมายที่แข่งกันทอแสงอยู่ทุกค่ำคืน เพื่อรอให้เราได้มีโอกาสชื่นชมความงดงามบ้างเท่านั้น อย่าปล่อยให้ดาวรอเก้อนะคะ....
...ส่วนเดือนนี้มีฝนดาวตก "เจมีนิดส์" ซึ่งสามารถดูได้ตั้งแต่ วันที่ 7 ธันวาคม ถึงวันที่ 18 ธันวาคม โดยจะเห็นเป็นจำนวนมากที่สุด (นาทีละ 1-2 ลูก) ในค่ำคืนวันศุกร์ที่ 14 ธันวาคม ตั้งแต่หัวค่ำไปจนถึงเช้าวันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม ซึ่งปีนี้ตรงกับวันขึ้น 5 ค่ำ ดวงจันทร์เสี้ยวใหญ่จะตกลับขอบฟ้าก่อนเที่ยงคืน จึงไม่รบกวนการดูฝนดาวตกจำนวนมากหลังเที่ยงคืน นอกจากนี้...หากใครเตรียมตัวดีพอ โดยเริ่มนอนเฝ้าดูตั้งแต่ช่วงหัวค่ำอาจโชคดีได้เห็นฝนดาวตกชุดนี้ตกใส่พื้นผิวดวงจันทร์ด้วย (ต้องสังเกตการณ์ผ่านกล้องดูดาว) ฝนดาวตกเจมินิดส์ เกิดจากเศษฝุ่นจากเทห์ฟ้าชื่อว่า 3200 เพอาตอน ที่ยังไม่มีใครทราบแน่ชัดว่าเป็นดาวเคราะห์น้อยแบบหินหรือดาวหางเก่าที่ไม่มีการปล่อยหางออกมาอีกแล้วกันแน่ ฝนดาวตกชุดนี้ไม่ได้เกิดจากฝุ่นดาวหางเหมือนฝนดาวตกทั่วไป จึงมีแนวโน้มว่าจะเกิดเป็นดวงใหญ่หรือที่เรียกว่า ไฟร์บอลล์ ได้มาก และมีทิศทางมาจากกลุ่มดาวคนคู่ค่ะ เรื่อง mayjune |