|
หลังจากที่เขียนเรื่องวิธีแก้ปัญหาโลกร้อนอย่างเร่งด่วนไปแล้ว ซึ่งในคอมเม้นท์ได้แจ้งไว้ว่า อาจจะมีภาค 2 และก็มีจริงๆ แต่ขอดองไว้ก่อน เกริ่นให้นิดนึงว่า ภาคสอง คือ สถานการณ์โลกร้อน ซึ่งได้มาจากการสัมภาษณ์กูรูและสรุปจากงานประชุมวิชาการฯ อดใจรอกันหน่อยนะคะ เบรคนี้มาพักคลายเครียดกับบรรยากาศนัดพบครั้งล่าสุด ของเหล่าบรรณารักษ์พลัดถิ่นกันค่ะ อิอิ  (( ก่อนตัดเชือกเปิดหม้อ ))
เนื่องมาจากวันที่ 29 มีนาคมที่ผ่านมา ฉันนัดเพื่อนๆ ไปทานข้าวกัน วางโครงการไว้ร้อยแปดพันเก้า จะไปวัดไหว้พระ หาร้านอร่อยๆ กินกัน สุดท้ายเหลือเพียงนั่งลวกจิ้มต้มตุ๋นกันที่ร้านสุกี้ชื่อดัง และนี่คือที่มาของ "คนหน้าหม้อ" ((ดูจากในรูป มีตั้งสองหม้อแน่ะ อิอิ)) นัดครั้งนี้น้องพี่มากัน 10 คน + 1 เขย ((มีคนนึงมาไกลจากชะอำ)) หมายถึง 10 คนในสาขาเดียวกัน ส่วน 1 เขยนั้นเป็นแฟนรุ่นน้อง นัดกันเที่ยงตรงที่ร้านแม็คฯ ((โฆษณาอีกแล้ว)) พี่ต้น พี่ใหญ่ในกลุ่มรีบโทรบอกว่าจะมาช้าหน่อย เพราะอยู่ไกล ด้วยความที่ฉันเป็นตัวตั้งตัวตี จึงออกหน้าไปว่า มาก็ดีใจแล้ว ช้าเร็วก็มาเต๊อะ...  ((หลิว ตี๋ จูน วาย พี่ต้น อ๋อย แอ๊ด ปุ๋ม เอ้ และเล็กอยู่หลังกล้อง อิอิ))
ปรากฏว่าพี่ต้นมาถึงตอนเที่ยงตรง พร้อมกับที่คนอื่นๆ ทยอยมา ส่วนฉัน...((อายจัง)) มาถึงตอนเที่ยงสี่สิบนาที ไม่อยากจะอ้างว่ารถติด แต่มันก็ติดจริงๆ นั่งรถเมล์จากบางแค ขับโฉบวิ่งฉิวหนูช้อบชอบมาโดยตลอด กระทั่งเข้าสู่เส้นทางท่าพระ ((เริ่มคลาน)) และในที่สุดเมื่อข้ามสะพานพระปิ่นเกล้ามาแล้ว....ตายสนิท จากสะพานฯ เข้าสู่เส้นราชดำเนิน กว่าจะออกมาถึงศรีอยุธยา กินเวลากว่า 40 นาที ทั้งที่ใกล้แค่นั้น คิดว่าเดินคงจะเร็วกว่า แต่อากาศนอกรถ ปอ. ก็ร้อนตับแล่บ จึงต้องนั่งแช่ก้นต่อไป รวมเวลาเดินทางทั้งสิ้นราว 115 นาที  (( เอ้ เล็ก หลิว ตี๋ ))
พอรวมพลกันครบ 10 หน่อ ก็ลากขาไปกินสุกี้กัน เพราะไปไหนไม่ไหวแล้ว ไปไกลมากก็ไม่ได้ เพราะมีเพื่อนอีกคนจะตามมาตอนบ่าย 3 ว่ามันก็ไม่ได้นะ ไหนๆ ก็ตั้งใจจะมาแล้ว ไปถึงร้านรอคิวจองอีกชาติกว่าจะได้กิน เพราะไปกันสิบคน ทางร้านไม่มีโต๊ะที่สามารถรองรับโขลงพวกเราได้ จึงต้องยอมนั่งโต๊ะเสริมเก้าอี้หัวท้าย นั่งหน้าหม้อกันอยู่ราว 2 ชั่วโมง กินทุกอย่างที่ทางร้านมี โดยมีพี่ต้นเป็นคนตัดเชือกเปิดหม้อ อิอิ กว่าเพื่อนคนสุดท้ายจะมาถึง ก็เหลือแต่หม้อเปล่าๆ แล้ว  (( กรี๊ดดด ทำไมหน้าช้านอุบาทว์เยี่ยงนี้ : คนขวาสุดนั่นแฟนจูนเองค่ะ คิคิ ))
สิ้นสุดการบริโภค หลังจากล้างจาน เอ้ย เคลียร์บิลเรียบร้อย พวกเราก็อพยพไปงานสัปดาห์หนังสือกันต่อ แต่มีเพื่อนคนหนึ่งต้องไปทำงานต่อ เพราะออกมากินข้าวกลางวันนานเกินความจำเป็นแล้ว ส่วนรุ่นน้องกับคุณเขยลากลับก่อน เลยเหลือพวกเราอีก 7 คน ไปกันต่อ ผู้ร่วมชะตากรรม คือ พี่ต้น วาย จูน อ๋อย หลิว สาว ปุ๋ม  (( ถ่ายรูปก่อนมีการฆาตกรรมถีบเพื่อนตกรางรถไฟฟ้า ))
ไปถึงงานก็แยกย้ายกันเดิน เพราะขืนลากกลุ่มกันไป 3 ชั่วโมงก็เดินไม่ทั่วงาน แล้วก็มานั่งพักขา ณ ลานกิตติมศักดิ์ กินดื่มกันต่อ แน่นอนว่าฉันไม่ได้ซื้ออะไรเลย เพราะขี้เกียจหิ้วของหนัก ((ที่จริง ตั้งใจว่าจะไปอีกรอบ)) ส่วนเพื่อนๆ หอบหิ้วกันมาเพียบ  (( ณ ลานกิตติมศักดิ์ : คนเสื้อเหลืองนั่นใครฟระ ))
งานสัปดาห์หนังสือรอบนี้ ยังคงคึกคักไม่แพ้ครั้งก่อนๆ โดยเฉพาะบูธ P10 โซน C1 (ล่าง) อยากรู้ว่าบูธอะไร ไปดูเองนะคะ ^^ ฉันตั้งใจว่าจะไปอีกครั้งในวันอาทิตย์ที่ 6 เมษายน เพราะมีนัดกับนักเขียนและผองเพื่อนสมาชิกคนรักนักเขียน ส่วนนัดของพวกเราชาว OKNATION วันที่ 7 นั้น ยังไม่แน่ใจค่ะ เพราะที่บริษัทฯ ไม่หยุดชดเชย  (( น้องๆ หูกางนะ วะฮะฮ่ะ ))
ลากันด้วยภาพนี้นะคะ จุ๊บๆ ((ไปง่ายๆ งี้เลย 5555+)) 
|