วันอาทิตย์ ที่ 20 เมษายน 2551
ป๋าชี้...ปีนี้ต้องยูซีแอลเท่านั้น
Posted by
jvn10
,
ผู้อ่าน : 61
, 14:33:09 น.
| หมวดหมู่ :
เลิฟ มี เดอะ แมนฯยูฯ
พิมพ์หน้านี้
|
เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เผยอยากพาทีมคว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลนี้ เพื่อที่เขาจะแน่ใจได้ว่า หลังจากอำลา โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ไปแล้ว สโมสรยังคงเป็นมหาอำนาจลูกหนังของโลกต่อไป ชี้การรักษาความต่อเนื่อง เป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของทีมมาโดยตลอด เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีมชาวสกอตต์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จ่าฝูง พรีเมียร์ลีก มองการคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลนี้ เป็นมากกว่าแค่รางวัลเกียรติยศ โดยเชื่อว่า หากทำสำเร็จ จะเป็นการทิ้งรากฐานสำคัญให้สโมสรยืนหยัดอยู่บนจุดสูงสุดต่อไปในอนาคต เมื่อถึงเวลาที่เขาเลิกคุมทีมไปจริงๆ ถึงจะอายุอานามปาเข้าไป 66 ปี แต่ "เฟอร์กี้" ก็แทบจะไม่พูดถึงการอำลาอาชีพผู้จัดการทีม อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่ทีมเตรียมจะยกทัพออกไปเยือน บาร์เซโลน่า ในเกมถ้วยใหญ่ของยุโรป รอบตัดเชือก นัดแรก วันพุธนี้ เขาก็มีความปรารถนาที่อยากจะทิ้งมรดกชิ้นสำคัญเอาไว้ เมื่อได้หันหลังให้ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ไปแล้ว ปลายสัปดาห์ก่อน เฟอร์กูสัน เซ็นสัญญายาวกับนักเตะสำคัญในทีมชุดใหญ่อย่าง ริโอ เฟอร์ดินานด์, เวส บราวน์ และ ไมเคิ่ล คาร์ริค ซึ่งบ่งบอกว่า ทั้งกุนซือและสโมสรได้วางแผนอนาคตไว้แล้ว และหลังจากที่ได้เป็นแชมป์ยุโรป เมื่อปี 1999 เจ้าตัวยืนกรานว่า แรงกระตุ้นของเขาที่จะคว้าแชมป์อีกครั้ง 9 ปีต่อมาไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องส่วนตัว "ผมเคยได้แชมป์นี้มาแล้ว ตอนนั้นนี่คือประเด็นสำคัญ เพราะมักจะมีคำถามเสมอว่า "ผมไม่เคยได้ ยูโรเปี้ยน คัพ" แต่หลังจากที่ทำสำเร็จ มันก็ไม่ใช่ประเด็นอีกต่อไป ตอนนี้ประเด็นเป็นเรื่องของสโมสรมากกว่า คือพยายามทำสถิติของเราให้ดีขึ้นทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็น ยูโรเปี้ยน คัพ, พรีเมียร์ลีก และ เอฟเอ คัพ" "การรักษาความสำเร็จที่สร้างความต่อเนื่องถือเป็นเรื่องสำคัญ เมื่อถึงเวลาที่ผมจากไป มันจะต้องมีความต่อเนื่อง และเราก็กำลังวางแผนทำแบบนั้น เรามีทีมที่จะอยู่ด้วยกันไปได้อีกนาน อายุของทีมก็ถือว่าดี นอกเหนือจาก ไรอัน กิ๊กส์, แกรี่ เนวิลล์ และ พอล สโคลส์ สมาชิกที่เหลือถือเป็นส่วนประกอบที่ดี ความสมดุลของอายุ และตำแหน่งก็ดี" "เรามีความยืนยาวที่สโมสรแห่งนี้ ซึ่งนั่นเป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของสโมสร มันต้องมีแผนสำหรับในอนาคตอย่างไม่ต้องสงสัย ในอดีตมีหลายสโมสรที่ไม่รับรู้การเปลี่ยนแปลงในสโมสร และพวกเขาก็ต้องเจอปัญหา เราพยายามเดินไปข้างหน้าทีละก้าวเสมอ เรื่องนี้จึงเป็น 1 ในเหตุผลที่เราจับ คาร์ริค และ ริโอ เซ็นสัญญายาวกว่าเดิม เพราะมันทำให้เรามีความมั่นคง นักเตะเหล่านี้จะเก็บเกี่ยวประสบการณ์ และมาแทนที่ กิ๊กส์ และ สโคลส์" พร้อมกันนี้ เกมนัดแรกที่ คัมป์ นู ยังทำให้นายใหญ่จอมโวย ย้อนกลับไปนึกถึงชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของเขา เพราะนี่เป็นสนามที่ "ปีศาจแดง" พลิกจากตามหลังในช่วงนาทีเป็นนาทีตาย กลับมาเอาชนะ บาเยิร์น มิวนิค ในเกมรอบชิงชนะเลิศ เมื่อปี 1999 "มันเป็นสนามฟุตบอลที่ยอดเยี่ยม สนามมันสวยมาก ผมคิดว่าที่นั่นเป็นสนามกว้างที่สุดในยุโรป คือ 82 หลา ผมจำเกมนัดชิงฯ ได้ เราพอใจกับสนาม แต่ บาเยิร์น กลับประท้วง ยูฟ่า และพวกเขาทำให้สนามแคบลงเป็น 76 หลา แต่ บาร์ซ่า จะรักษาให้มันอยู่ที่ 82 เสมอ พวกเขาเป็นทีมฟุตบอลที่เล่นเกมฉีกกว้างมาก สไตล์ของพวกเขาเป็นแบบนั้น" "ยูฟ่า ได้ตัดวีดีโอในช่วง 3 นาทีสุดท้าย ซึ่งยอดเยี่ยมมาก ผมได้ดูมา 2-3 ครั้งแล้ว ผมไม่ได้ดูแค่เกม แต่ดูอารมณ์ของผู้ตัดสิน ปฏิกิริยาของนักเตะ บาเยิร์น ตอนเสียประตู มันค่อนข้างเป็นผลงานที่มีอารมณ์ร่วมมากมายทีเดียว" "ป๋าแพนด้า" ยังกล่าวถึงการพบกับ "บาร์ซ่า" ่ว่า "สื่อดูเหมือนจะคิดว่า เราเป็นทีมเต็ง เพราะฟอร์มของเราดี และสม่ำเสมอกว่า บาร์เซโลน่า เกมนี้เป็นเกมใหญ่ นักเตะ บาร์เซโลน่า จะพร้อมสู้เกมสำคัญ ซึ่งเราก็รู้เรื่องนี้ดี แดนหน้า พวกเขามีตัวเร็วๆ อยู่หลายคน อย่าง (เธียร์รี่) อองรี, (ซามูเอล) เอโต้, (ไอเดอร์) กุ๊ดยอห์นเซ่น และนักเตะที่พรสวรรค์สูงๆ แต่คุณก็คาดหวังจะเจอนักเตะแบบนั้นกับสโมสรอย่าง บาร์เซโลน่า อยู่แล้ว ผมคิดว่า พวกเขาจะเสียดายที่ไม่มี (คาร์เลส) ปูโยล เขามีอิทธิพลสำคัญในทีม และจะไม่ได้ลงเล่นนัดแรก" สุดท้าย เกมในรอบนี้ ยังทำให้ เฟอร์กูสัน นึกถึงการประจันหน้ากับ อองรี อดีตดาวยิง อาร์เซน่อล ที่เคยเป็นตัวแสบของพวกเขาเสมอ "เห็นได้ชัดว่า พวกเขาไม่ได้ส่งเขาลงเล่นเยอะเหมือน อาร์เซน่อล โดยเฉพาะตั้งแต่ที่ เอโต้ กลับมาสู่ทีม ผมมองผู้เล่นในแดนหน้าของพวกเขาเป็นตัวอันตราย เราต้องคิดหาทางรับมือตรงนี้ให้ดี หลักๆ แล้ว เรามีโอกาสดีที่จะทำแบบนั้นได้ แต่สิ่งสำคัญคือ พยายามไปชนะที่นั่น" ขอขอบคุณ...http://www.siamsport.co.th/home.html
|