• WePlanMoneyBuddy
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2010-04-20
  • จำนวนเรื่อง : 321
  • จำนวนผู้ชม : 495476
  • ส่ง msg :
  • โหวต 7 คน
K-WePlan Money Buddy
ข่าวสารและสาระน่ารู้ทางเงิน การวางแผนทางการเงิน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/k-weplan
วันศุกร์ ที่ 23 มีนาคม 2555
Posted by WePlanMoneyBuddy , ผู้อ่าน : 1397 , 09:35:44 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

สำหรับทุกครอบครัวที่มีหรือกำลังจะมีทายาทตัวน้อยมาเติมเต็มครอบครัว แน่นอนว่านอกจากความใส่ใจเรื่องสุขภาพร่างกาย จิตใจและสติปัญญา ว่าลูกน้อยจะเกิดมาแข็งแรงสมบูรณ์แล้ว อีกเรื่องที่มีความสำคัญไม่แพ้กันก็คือ “อนาคตทางการศึกษาของลูก” ครับ และสิ่งที่เป็นอุปสรรคก็คงจะไม่พ้นเรื่องของเงินทุนการศึกษาที่กว่าจะจบปริญญาก็ต้องใช้เงินเป็นแสนเป็นล้าน ดังนั้น วันนี้ผมเลยมีอีกมุมมองหนึ่งสำหรับการออมเงินเพื่อการศึกษาของลูกในระดับอุดมศึกษามาฝากกันครับ

แนวทางที่ว่านั้นก็คือ การลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ หรือ RMF นั่นเองครับ อย่างที่เคยหยิบยกมาเล่าให้ฟังกันไปก่อนหน้านี้นะครับว่า RMF เป็นการออมระยะยาว ที่ผู้ออมจะได้รับเงินออมเป็นก้อนบวกกับผลต่างจากการลงทุนเมื่ออายุครบ 55 ปีบริบูรณ์และมีการลงทุนอย่างต่ำ 5 ปี ดังนั้น RMF จึงเหมาะเป็นอย่างยิ่งกับการออมเงินเพื่อการศึกษาระดับปริญญาของลูกครับ ซึ่ง ผมมีเหตุผลมาสนับสนุนแนวคิดนี้ 2 ข้อครับ ได้แก่  

1. การลงทุน RMF มีระยะเวลาที่สอดคล้องกับระดับการศึกษาของลูก 

โดยทั่วไปแล้ว เด็กไทยจะเริ่มเข้าเรียนในระดับปริญญาตรีเมื่ออายุ 18-19 ปี และจบในช่วงอายุ 22-24 ปี ซึ่งในปัจจุบันเด็กๆ จำนวนไม่น้อยที่มักจะเรียนต่อในระดับปริญญาโทหลังจากจบปริญญาตรีเลยทันที

หากเรานำข้อมูลช่วงอายุกับการศึกษาของลูกมาเทียบกับไลฟ์สไตล์ของคนไทยในปัจจุบัน ก็จะเห็นว่า ช่วงอายุที่คนเรานิยมแต่งงานสร้างครอบครัวเฉลี่ยอยู่ที่ 30-33 ปี และมีบุตรในช่วงอายุ 31-35 ปี ดังนั้น เมื่อครบเงื่อนไขของกองทุน RMF ตอนอายุ 55 ปี ลูกก็น่าจะมีอายุอยู่ราวๆ 20-24 ปี ซึ่งก็สอดคล้องกับช่วงอายุของลูกที่จะเข้าเรียนในระดับปริญญาตรีหรือโทพอดีครับ   

2. กองทุน RMF มีนโยบายการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ

ระดับความเสี่ยงในการลงทุนเป็นประเด็นที่ไม่ควรมองข้ามครับ เนื่องจากการออมระยะยาว ควรเน้นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ และกองทุน RMF ส่วนใหญ่มีนโยบายการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น ลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นและพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งจัดได้ว่ามีความผันผวนของราคาหรือความเสี่ยงสูญเงินต้นต่ำ โดยในกรณีของกองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้นและกองทุนรวมพันธบัตรรัฐบาลนั้น ตราสารที่ไปลงทุนมักจะเป็นตั๋วเงินคลังและพันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง และพันธบัตรธนาคารที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย จึงมีความเสี่ยงต่ำครับ

นอกจากนี้ อย่างที่ทราบกันนะครับ ว่าการลงทุนในกองทุน RMF สามารถนำมาประหยัดภาษีได้อีกด้วย เรียกได้ว่ามีประโยชน์ทั้งในระยะสั้นและในระยะยาวเลยนะครับ อย่างไรก็ตาม มีข้อพึงระวังที่ผมขอย้ำนะครับว่า เพดานการลงทุนในกองทุน RMF สูงสุดอยู่ที่ 15% ของรายได้ทั้งปี และสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ตามจริง แต่ไม่เกิน 500,000 บาทเมื่อรวมกับเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนบำเน็จบำนาญ และประกันชีวิตแบบบำนาญ นอกจากนี้ เราต้องรอให้ครบเงื่อนไขอายุ 55 ปีและลงทุนครบ 5 ปีก่อน เราจึงสามารถขายได้โดยที่กำไรจากการขายไม่ต้องนำมารวมคำนวณภาษี ทั้งนี้ หากลงทุนเกินสิทธิ (15% ของรายได้ทั้งปี และไม่เกิน 500,000 บาท) กำไรที่ได้จากส่วนที่ลงทุนเกินนั้นต้องนำมาคำนวณภาษีครับ

ทั้งนี้ นอกจาก RMF แล้ว ก็ยังมีทางเลือกการออมและการลงทุนอื่นๆ ที่สามารถช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายการออมเงินเพื่อการศึกษาของลูกในระดับต่างๆ ได้เช่นกันนะครับ ยกตัวอย่างเช่น 

  • สำหรับเป้าหมายระยะสั้นระดับอนุบาล เราอาจจะออมจากบัญชีเงินฝากประจำแบบ 12 หรือ 24 เดือน
  • สำหรับเป้าหมายระยะกลางระดับประถมและมัธยมนั้น เราอาจเลือกลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น หรือสลากออมสินที่มีอายุ 3-5 ปี หรือประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์บางแบบ
  • สำหรับเป้าหมายระยะยาวสำหรับการศึกษาลูกในระดับปริญญา นอกจาก RMF แล้ว ก็อาจลองพิจารณาประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์หรือกองทุนรวมที่ปรับพอร์ตการลงทุนให้ความเสี่ยงลดลงตามระยะเวลาที่เรียกว่า Life-style Funds และ Target-dated Funds ก็ได้ครับ     

และนี่ก็คือประโยชน์อีกมุมหนึ่งของการออมในกองทุน RMF ที่นอกจากจะช่วยประหยัดภาษีและเป็นการออมเพื่อชีวิตเกษียณแล้ว ยังสามารถนำมาปรับใช้กับการวางแผนการเงินเพื่อการศึกษาของลูกได้อีกด้วยนะครับ ทั้งนี้ หากใครมีข้อสงสัยเกี่ยวกับ RMF หรือการวางแผนการเงิน สามารถส่งอีเมล์มาปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญทางการเงินของ K-WePlan ได้ฟรีที่อีเมล์ [email protected] หรือจะไปหาสาระดีๆ ทุกเรื่องการเงินอ่านกันได้ที่ www.k-weplan.com ครับ

ก่อนจากกันไปวันนี้ ผมขอเชิญชวนให้ผู้อ่านลองไปใช้ “Tax Buddy โปรแกรมช่วยกรอกภาษี จาก K-WePlan” กันดูนะครับ ซึ่งโปรแกรมนี้จะช่วยให้การกรอกภาษีเป็นเรื่องง่ายๆ ไม่ซับซ้อน ไม่ว่าอาชีพอะไรก็ใช้ได้ โดยสามารถโหลดไปใช้กันฟรีๆ ได้ที่ www.k-weplan.com ตั้งแต่วันนี้ถึงสิ้นเดือนมีนาคม ศกนี้ครับ และอย่าลืมนะครับว่ากรมสรรพากรได้ขยายเวลาการยื่นแบบ ภ.ง.ด. 90/91 ผ่านช่องทางอินเตอร์เนทออกไปถึงวันที่ 10 เมษายน ส่วนการยื่นแบบปกติ สามารถยื่นได้ถึงวันที่ 2 เมษายน ศกนี้เท่านั้นนะครับ  

 

Credit: ขอบคุณภาพประกอบจาก www. marqui.com 




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน