| ซ้อมใหญ่ทีมโอยู | ||
ภาพบรรยากาศวันซ้อมใหญ่ |
||
|
View All |
||
| << | กรกฎาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||
พิมพ์หน้านี้
|
ยายดวน .. นักซิ่ง ... ปี๊น ๆๆ เสียงแตรรถมอเตอร์ไซด์ บีบไล่ดังมาแต่ไกล เด็กๆ ในซอยที่กำลังนั่งเล่นริมถนน วิ่งหนีแตกกระเจิง เมื่อเห็นว่าขาซิ่งประจำหมู่บ้านกำลังมา "เฮ้ย ๆ หลบหน่อยสิว่ะ" เสียงยายดวนตะโกนร้องบอก พร้อมบิดมอเตอร์ไซด์คู่ชีพผ่านไปโดยไม่ชะลอให้เสียยี่ห้อ ยายดวน นักซิ่งที่ใครๆ ในหมู่บ้านรู้จักดี ตอนยังวัยรุ่นสาวๆ แกเป็นเด็กแว๊นเด็กสก๊อยมาก่อน เรียกว่าเป็นรุ่นแรกเลยทีเดียว ยายดวน หรือยายด่วน เดิมแกชื่อลำดวน ส่วนสามีแกชื่อทองดี เสียชีวิตในสนามแข่งรถตั้งแต่ยังวัยหนุ่ม ทิ้งให้ยายดวนเลี้ยงลูกอยู่เพียงคนเดียว ยายดวนแกเปลี่ยนรถมาหลายคันแล้ว เพราะความที่แกชอบซิ่งนั่นเอง ทำให้รถพังไปหลายคัน แต่แกก็ไม่ค่อยเป็นอะไรมาก แค่บาดเจ็บเล็กน้อย ไม่นานแกก็กลับมาขี่ได้อีก ยิ่งตอนหลังๆ นี้ แกเริ่มดื่มเหล้า ทำให้แกซิ่งรถหกล้มคะเมนตีลังการาวด์ดอป แถมใส่เกลียวสองรอบครึ่ง เป็นประจำ ลูกหลานก็เคยห้ามปราม ไม่อยากให้ขี่มอเตอร์ไซด์อีก แต่ยายดวนแกก็ไม่ฟัง แกบอกเรี่ยวแรงแกยังดี ไปไหนมาไหนได้ ไม่ต้องการรบกวนคนอื่น เมื่อห้ามกันไม่ฟัง ก็เลยไม่มีใครอยากคัดค้านแกอีก ได้แต่เป็นห่วงยามแกออกบ้านไป บ่อยครั้งที่สายัณห์เอ้ย ... ยายดวน กลายเป็นขี้ปากของชาวบ้านแถวนั้น เสียงรถซิ่งผ่านไปเมื่อไร เสียงซุบซิบนินทา เสียงสรรเสริญให้แกไปตายไวๆ ก็ไล่ตามหลังแกไปติดๆ เป็นเงาเช่นกัน ความแก่ แต่ไม่เจียมบอดี้ซี่โครง ก็เป็นเหตุให้ยายดวนแกสร้างวีรกรรมได้อยู่บ่อยๆ ครั้งหนึ่ง แกขี่รถกลับจากตลาด โดนโจรกระจอก กระชากสร้อยคอ ความที่แกไม่ยอม ก็เลยซิ่งมอเตอร์ไซด์ไล่ถีบ จนโจรกระจอกตกถนนมาแล้ว คราวนั้นชาวบ้านฮือฮากันใหญ่ เล่าขานกันไม่จบสิ้นถึงความไม่ธรรมดา อื้อหือ ไม่ธรรมดา แม้ชาวบ้านส่วนใหญ่จะไม่ค่อยพอใจ การเป็นนักซิ่งประจำหมู่บ้านของยายดวนนัก แต่ไม่ถึงกับจงเกลียดจงชังเสียทีเดียว ก็เพียงแค่รำคาญหูรำคาญตา กับเสียงรถ รำคาญฝุ่นที่ตลบอบอวล ยามยายดวนผ่านหน้าบ้าน รวมไปถึงหมู เห็ด เป็ด ไก่ ที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้ ต้องเดทสะมอเร่ ไปหลายตัว เพราะฝีมือยายดวน อย่างเคยเกิดกรณีพิพาทมาแล้วกับบ้านยายเพียร ถึงกับไม่พูดไม่จา ไม่มองหน้ากัน แม้ว่าทั้งสองคนจะอยู่บ้านรั้วติดกันก็ตาม เพราะยายดวนไม่ยอมจ่ายค่าไก่ให้ยายเพียร ด้วยเหตุผลว่า ไก่ของยายเพียรมันวิ่งตัดหน้าเอง แกไม่ได้ตั้งใจจะชน ข้างยายเพียรก็กล่าวหาว่ายายดวนขับรถโดยประมาท แม้ชาวบ้านหลายคนจะพยายามช่วยไกล่เกลี่ยแล้ว แต่ก็ไม่เป็นผล จึงปล่อยให้คาราคาซังอยู่อย่างนั้น เสียงเอะอะชุลมุนดังมาจากทางบ้านยายเพียร จนยายดวนแกต้องชะเง้อข้ามรั้วมองไป ทั้งที่แกไม่อยากสนใจเท่าไหร่นัก แม้เวลาผ่านไปหลายนาทีแล้ว แต่ก็ยังไม่มีท่าทีจะเงียบลง "ไอ้น้อยโดนงูกัด" เสียงใครคนหนึ่งบอก "เออแล้วแม่มันก็ไม่อยู่ ใครช่วยพามันไปส่งโรงหมอหน่อยสิ" เสียงตะโกนกันโหวกเหวกเรียกหาความช่วยเหลือ เนื่องจากเวลานี้ ทุกคนยังคิดไม่ออก ว่าจะช่วยเหลือไอ้น้อยได้ยังไง ได้แต่เอาเชือกมัดขามันไว้กันพิษงูแล่นเข้าหัวใจก็เท่านั้น ยายดวนยืนฟังเสียงสนทนาอยู่เงียบๆ สลับเสียงร้องไห้ปนความเจ็บปวดของไอ้น้อยดังมา ช่างน่าเวทนา แต่ภาพสายตาชิงชังของแม่ไอ้น้อยที่มีต่อแกกลับผุดขึ้นในหัวสมองตลอดเวลา ข่าวไอ้น้อยโดนงูกัดหลายๆ คนในหมู่บ้านต่างเฝ้ารอฟังข่าวด้วยความเป็นห่วง ป่านนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง ระยะทางจากบ้านกว่าจะไปถึงโรงพยาบาล ก็ไกลไม่น้อย อีกถนนลูกรังยังเป็นหลุมเป็นบ่อ ยากสำหรับการเดินทาง ยิ่งในเวลาฉุกเฉินเช่นนี้ ที่ต้องแข่งกับเวลา แข่งกับความเป็นความตาย หน้าห้องพยาบาล หลายคนมานั่งรอคอย ด้วยสีหน้าอมทุกข์ บางคนมาหาหมอ บางคนมาเยี่ยมญาติ น้อยคนนักที่จะมีรอยยิ้มให้เห็น ที่นี่เป็นที่สำหรับคนทุกข์จริงๆ ไม่ต่างจากยายเพียรที่เพิ่งมาถึงได้ไม่นาน เฝ้ารอฟังข่าวอาการลูกชายด้วยใจจดจ่อ สายตาจับจ้องที่หน้าประตูห้องพยาบาลแทบไม่กระพริบ เวลาผ่านไปแต่ละนาทีช่างเชื่องช้า เหมือนเป็นชั่วโมง บีบรัดหัวใจคนคอยเหลือเกิน เมื่อประตูห้องพยาบาลแง้มออก ยายเพียรรีบปรี่เข้าถามอาการจากคุณหมอทันที "อาการตอนนี้ปลอดภัยดีแล้วครับ โชคดีที่มาทันเวลา หากช้ากว่านี้ไปสัก 5 นาที ผมยังไม่แน่ใจว่าอะไรจะเกิดขึ้น" "ขอบใจจ๊ะ คุณหมอ" ยายเพียรกล่าว พร้อมเสียงถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนหันหน้าไปสบตายายดวน เหมือนจะบอกความรู้สึกบางอย่าง
|