|
ตั้งงี่สุน อุดรเข็นโชวห่วยไทย + จับมือซัพพลายเออร์สร้างสถาบัน ยกระดับแข่งโมเดิร์นเทรด

ตั้งงี่สุน อุดร คิดการใหญ่ จับมือซัพพลายเออร์ทั่วประเทศ ผุด "เปี๊ยกมาร์ท" เป็นต้นแบบ มุ่งสู่สถาบันอบรมโชวห่วยอีสาน ถ่ายทอดงี่สุนโมเดล ยกแรกเจาะชุมชนเป้าหมาย 60แห่ง หวังเป็นฐานสร้างตำนานโชวห่วยเบอร์หนึ่งประเทศไทย นางเสาวลักษณ์ วีระรัตนโรจน์ ผู้บริหารตั้งงี่สุน ซูเปอร์สโตร์ อุดรธานี เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ผลจากที่ทางบริษัทได้ขยายสาขาสองไปยังอำเภอนาดี และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ทางบริษัทจึงได้ตั้ง "เปี๊ยกมินิมาร์ท" เพื่อเป็นมินิมาร์ทต้นแบบในการที่จะอบรมและพัฒนาผู้ประกอบการค้าปลีกรายย่อยในจังหวัดอุดรธานีและพื้นที่ใกล้เคียง กว่า 60 ชุมชนเพื่อให้สามารถปรับตัวท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงได้
ที่สำคัญทางบริษัทให้ความสำคัญกับซัพพลายเออร์ทุกรายในฐานะผู้มีความรู้ในเรื่องสินค้า การตลาดที่ดี จึงได้จัดโครงการความร่วมมือนี้ขึ้นมาโดยทางตั้งงี่สุ่นเป็นผู้ดูแลในเรื่องสถานที่ ผู้เข้าอบรม ส่วนซัพพลายเออร์จะเป็นผู้ให้ความรู้ทางด้านวิชาการกับผู้ประกอบการรายย่อย
"ก่อนที่เราจะเปิดสาขาที่นี่เราก็ได้ให้คำปรึกษาและช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านค้าปลีกจำนวนไม่น้อยทั้งที่ในจังหวัดอุดรธานี เวียงจันทน์ หรือแม้กระทั่งจังหวัดอื่นๆ เพื่อให้เขาสามารถยืนหยัดแข่งขันได้ โดยยึดแนวทางของเราเป็นต้นแบบในการพัฒนา แต่เราก็ทำได้ไม่เต็มที่มากนักเพราะยังไม่ได้เริ่มต้นรูปแบบที่ชัดเจน แต่มาในปีนี้เราพร้อมแล้วที่จะถ่ายทอดแนวทางของเราให้กับผู้ประกอบการรายย่อยเพราะดิฉันต้องการให้ตั้งงี่สุนเป็นตำนานแห่งโชวห่วยไทย"
ตนมองว่าถ้าโครงการนี้ตั้งงี่สุนทำสำเร็จจะช่วยเหลือทั้งผู้ประกอบการและรัฐบาลอย่างชัดเจน เพราะถ้าเราสามารถอบรมเสริมสร้างศักยภาพให้ร้านค้าชุมชนได้ ลูกค้ารายย่อยก็จะไม่ต้องเดินทางออกมาจากบ้านซึ่งอยู่ต่างอำเภอให้เปลืองน้ำมันเพราะในพื้นที่นั้นมีร้านค้าชุมชนที่มีความพร้อมทั้งยังมีศักยภาพคอยบริการ
ต่อข้อซักถาม จุดเด่นโมเดลของตั้งงี่สุน ต่างกับรายอื่นอย่างไร นางเสาวลักษณ์ กล่าวว่า ของตั้งงี่สุนจะมุ่งเน้นในเรื่องค้าปลีกในราคาค้าส่ง และการมุ่งเน้นในเรื่องการบริการที่ดีที่สุดเพื่อเป็นการรักษาความรู้สึกของลูกค้า เช่น สินค้าเขาซื้อไปแล้วมีปัญหาก็สามารถนำมาเปลี่ยนคืนได้ทันทีโดยไม่ต้องรอถามซัพพลายเออร์
"หลักสูตรของเราจะเน้นในเรื่อง
การบริหารจัดการภายในร้าน การสั่งซื้อสินค้า การจัดเรียงสินค้า การสต๊อกสินค้า ระบบการทำบัญชี และการเสียภาษี
รวมไปถึงหลักสูตรต่างๆจากทางซัพพลายเออร์ที่จะเข้ามาเสริมและพัฒนาความรู้ใหม่ๆ"
ด้านนายชนินทร์ อรรจนานันท์ รองประธานกรรมการฝ่ายพัฒนาลูกค้า บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด กล่าวว่า ทางยูนิลีเวอร์ได้มีโครงการพัฒนาพันธมิตรค้าปลีกโดยเริ่มตั้งแต่เมื่อ 5 ปีก่อนโดยมุ่งเน้นไปที่ลูกค้าท้องถิ่นซึ่งถือว่าเป็นเสาหลักการค้าของแต่ละจังหวัดซึ่งลูกค้าพันธมิตรของยูนิลีเวอร์เหล่านี้ล้วนแต่ประสบความสำเร็จในระดับที่น่าพอใจ
"ตั้งงี่สุนต้องการพัฒนาลูกค้าของเขาให้มีศักยภาพ ส่วนเราต้องการพัฒนาลงสู่ระดับรากหญ้าให้มากยิ่งขึ้นซึ่งทางเราได้ตั้งโครงการพัฒนาพันธมิตรคู่ค้าในท้องถิ่นขึ้นมาเพื่อที่จะเพิ่มขีดความสามารถทางด้านการแข่งขันให้กับลูกค้ารายย่อยของเรา โดยทางยูนิลีเวอร์เป็นผู้สนับสนุนในเรื่องข้อมูลต่างๆ โดยเฉพาะความรู้ในเรื่องสินค้า หมวดหมู่สินค้าและพฤติกรรมผู้บริโภค ซึ่งในอนาคต 2-3 ปีถ้าโครงการนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีและมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องเราเชื่อมั่นว่าโชวห่วยไทยจำนวนไม่น้อยที่จะสามารถยกระดับตัวเองขึ้นมาให้สามารถแข่งขันและอยู่รอดในเวทีการค้าได้อย่างแน่นอน" นายชนินทร์ กล่าวปิดท้าย จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2301 02 มี.ค. - 05 มี.ค. 2551 http://www.thannews.th.com/detialnews.php?id=M2723011&issue=2301
|