• johnrit
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2008-07-02
  • จำนวนเรื่อง : 428
  • จำนวนผู้ชม : 555143
  • ส่ง msg :
  • โหวต 64 คน
kajohnrit
ว่าด้วยเรื่องการเขียนและการอ่าน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/kajohnrit
วันจันทร์ ที่ 11 ตุลาคม 2564
Posted by johnrit , ผู้อ่าน : 418 , 09:59:11 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน อดุลย์ โหวตเรื่องนี้

10 กันยายน
หนังสือเล่มหนึ่งพูดถึงความสัมพันธ์ที่หลากหลาย เล่าถึงชีวิตของผู้หญิงห้าคนที่ประสบปัญหาเฉพาะตัว และตอนท้ายเขียนถึงพี่น้องสองคนที่เกิดในครอบครัวของนักดนตรีคลาสสิก พี่กับน้องหมางเมินกันตั้งแต่เด็ก ต่างคนพยายามที่จะเรียกร้องความรักจากพ่อแม่ น้องสาวนั้นเป็นนักแสดงมาตั้งแต่กำเนิดจึงเป็นที่โปรดปรานของพ่อแม่ ขณะที่พี่สาวนั้นเป็นเด็กดื้อด้านเจ้าปัญหาต่อต้านขัดขืนทุกคำสั่งที่พ่อแม่บอกให้ทำ แต่ท้ายที่สุดเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่น้องสาวได้เป็นดารา ขณะที่พี่เป็นครูสอนดนตรี สองคนมีปัญหากับชีวิต พี่แต่งงานแล้วก็หย่า น้องสาวมีลูกสามคนและหย่าถึงสามครั้ง น้องสาวต้องการความช่วยเหลือจากพี่ให้มาช่วยกันดูแลเด็ก ขณะที่พี่สาวต้องการมีลูกแต่ก็ไม่มี สองคนพี่น้องจึงได้มาอยู่ด้วยกัน พึ่งพาซึ่งกันและกัน น้องสาวมักหายไปหาผู้ชายตอนกลางคืนและอ้างเสมอว่าเพราะตัวเองเป็นสาว ขณะที่พี่สาวต้องอยู่ดูแลหลานทั้งสามคน สองพี่น้องพยายามที่จะฟื้นฟูความสัมพันธ์ด้วยการกอดและพูดจากันอย่างเปิดอก น้องสาวพูดกับพี่ว่า “เราควรจะเล่าเรื่องต่างๆสู่กันฟัง เพราะเรื่องเล่านั่นทำให้เรารู้จักกันดีมากขึ้น”

อ่านถึงตรงนี้ก็มาครุ่นคิดเรื่องการแลกเปลี่ยนเรื่องเล่าต่อกัน เราไม่อาจจะรู้สึกสนิทสนมและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้เลยถ้าไม่เล่าเรื่องของตัวเองให้เพื่อนฟังหรือรับฟังเรื่องเล่าของเพื่อนอย่างจริงใจ โดยเฉพาะคนที่เป็นแฟนกันหรือกำลังที่คิดจะเป็นแฟนกัน เราต้องแลกเปลี่ยนเรื่องเล่ากันตลอด

ดังนั้นจึงไม่แปลกในช่วงที่รักกันใหม่ ๆ เราจะพูดกันแทบทุกเรื่องตั้งแต่เช้านี้ตื่นนอนกี่โมง กินอะไรหรือยัง จะไปไหน กับใคร ทำอะไร หรือพูดเรื่องใดกันบ้าง เราต่างฝ่ายต่างเล่าเรื่องส่วนตัวกันละเอียด แม้กระทั่งสีของพัดลมที่ซื้อมาใหม่

"ทำไมเลือกสีนั้นล่ะ /ไม่รู้สิชอบสีเขียวมันให้ความรู้สึกเย็นสบายตาดี /ร้านอาหารที่เราไปกินมาก็อร่อยดีนะ ปลากระพงนึ่งมะนาวเขาสดมาก แทบจะได้กลิ่นน้ำทะเลเลยทีเดียว /วันหลังเราไปกันอีกนะ เด็กเสิร์ฟก็น่ารักดี ยิ้มมีเสน่ห์ มีลักยิ้มที่ข้างแก้ม ดูแล้วไม่เบื่อเลย /นี่ตกลงจะไปกินปลาหรือไปมองเด็กเสิร์ฟ ไม่อยากไปแล้วล่ะ ร้านอะไรก็ไม่รู้ หนวกหูจะตาย/ ไม่ได้จีบเด็กเสิร์ฟ แค่ชมว่าลักยิ้มสวย/ อ้าว ชอบคนมีลักยิ้มก็ไม่บอก จะได้หลีกทางให้/ ไม่ใช่อย่างนั้น แค่บอกว่าน้องเขามีลักยิ้ม /มีใครถามหรือยัง ไม่เห็นจะอยากรู้เลย ไม่ต้องพูดอีกนะ ไม่ชอบ/ ก็ได้ วันหลังเราไปดื่มกาแฟที่ร้านเปิดใหม่กันนะ ได้ข่าวว่าเขาให้ยืมชุดอินเดียถ่ายภาพด้วย เราไปถ่ายชุดแต่งงานแบบอินเดียกันไหม/ โอย ให้พ่อแม่มาขอก่อนได้ไหม แล้วค่อยไปหาชุดแต่งงานกัน แต่พูดก็พูดนะ ชอบความเป็นอินเดียมานานแล้ว เคยไปกินข้าวในร้านอาหารอินเดียกับเพื่อนคนหนึ่ง เขาชอบไก่ทอดคลุกขมิ้นแบบอินเดียมาก โรตีร้านนั้นก็อร่อย แป้งนั้นหนาหนุ่มและหอมจนจำได้เลย/ อ้าวเธอไปกับใครไม่เห็นบอก /ไปกับเพื่อน/ หญิงหรือชาย/ ชาย /ใคร/ เพื่อน /ไหนพูดชื่อมาสิ /จำไม่ได้แล้ว /อะไร ทีหลังอย่าเอ่ยคำว่าอินเดียอีกนะ ไม่ชอบ /อ้าว ไหนบอกว่าจะไปกินกาแฟแต่งชุดอินเดียถ่ายรูปกัน/ ไม่ทงไม่ถ่ายแล้ว เบื่อ พูดทีไรก็มักจะลากไปหาแฟนเก่าอยู่เรื่อย/ ก็เห็นเธอพูดเรื่องเด็กเสิร์ฟ เราก็พูดเรื่องเพื่อนบ้างไม่ได้หรือ/ ถามจริงมีอะไรกันหรือยัง /บ้า แล้ว ผู้ชายอะไรถามแบบนี้ ไม่ให้เกียรติกันเลย /ขอโทษ ก็มันน่าโมโหนี่ /โมโหแล้วมาถามแบบนี้ได้อย่างไร ผู้หญิงนะ เขาไม่ตอบเรื่องแบบนี้กันหรอก/ ตกลงนอนกันแล้วใช่ไหม/ ถามทำไม/ ก็อยากรู้ /อยากรู้เรื่องอื่นไม่ได้หรือ / ก็อยากรู้ทุกเรื่อง /งั้นถามเรื่องอื่นมา/ เขาหล่อไหม/ หล่อ/ ทำงานอะไร /เป็นนักกฎหมาย/ ดีเนอะ นักกฎหมาย / ก็ดีสิ แต่ไม่ได้คบกันแล้ว /ทำไมล่ะ/ ไม่รู้สิ เขาเจ้าชู้มั้ง /ตกลงเพื่อนหรือแฟน /เพื่อน /เอาให้ดี เพื่อนหรือแฟน /.อย่าเซ้าซี้ได้ไหม/ ก็ได้ แต่ขอถามอีกคำเดียว/ ว่ามา /ตัวเองรักเค้าไหม /รักสิ /งั้นตอนเย็นเลิกงานแล้วเจอกันนะ /ไปล่ะ ทำงานก่อน/ บาย..

..
หนังสือเล่มหนึ่งเล่าว่า ก่อนตายแม่ฝากจดหมายไว้ให้ลูกสาวและกำชับว่าให้เปิดอ่านหลังจากที่แม่สิ้นใจแล้ว ขอให้ลูกสัญญาว่าจะไม่เปิดก่อนที่แม่จะจากไป ลูกรับปาก จนกระทั่งแม่สิ้นลม ร่างถูกนำไปฝังเรียบร้อย กลับมาลูกเปิดจดหมาย และพบความลับอย่างหนึ่งว่า เธอมีน้องสาวอีกคน ตอนหย่าพ่อได้พาหนีไป หลุมศพที่เธอไปวางดอกไม้นั้นปลอม แท้จริงพ่อยังมีชีวิตอยู่ แม่ตั้งใจโกหกเธอมาตลอดชีวิต แม่เขียนไว้ว่า "ทุกครั้งที่ลูกคิดถึงแม่จงเขียนลงในสมุดบันทึก เล่าทุกอย่างให้แม่ได้อ่าน ขอให้ลูกจงเชื่อว่า แม่นั้นรับรู้ได้จากข้อเขียนทั้งหมดของลูก เล่าให้แม่ฟังทุกอย่างที่ลูกอยากจะเล่า และขอให้ลูกจงเป็นนักเขียนอย่างที่ลูกฝันไว้ตั้งแต่เด็ก"

“โปรดอย่าลืมบอกให้แม่รู้ว่าลูกเป็นอย่างไรบ้างในบางครั้งบางคราว เขียนบางสิ่งถึงแม่ในสมุดบันทึกของลูก เขียนเรื่องราวของแม่ ทันทีที่ลูกรู้วันสำเร็จการศึกษา บอกแม่ด้วย และอย่าเลิกเดินในตอนเย็น บอกข่าวการสมัครงานของลูก ที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด ได้โปรดเล่าให้แม่ฟังทันทีที่ลูกเริ่มงานเขียนอันละเมียดอีกครั้งดังที่ลูกเคยเขียน ใครจะรู้ บางทีในไม่ช้านี้ลูกอาจบอกข่าวอันแสนวิเศษว่า ในท้ายที่สุดแล้วลูกตัดสินใจเป็นนักเขียนก็ได้ ลูกรัก อะไรหรือที่จะขวางกั้นไม่ให้ลูกเดินตามความฝันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของลูก แต่ก็เช่นเคย เป็นตัวลูกเองที่ต้องเลือก ทั้งหมดที่แม่ต้องการคือความสุขของลูก”

หนังสือเล่มนี้เล่าเรื่องของผู้หญิงที่เขียนจดหมายถึงแม่ซึ่งได้ตายจากไปแล้วบ่อย ๆ เธอเล่าถึงราวราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิต เล่าตั้งแต่เรื่องเล็กที่ไม่วลักสำคัญเช่นการเดินในสวนสาธารณะ การพบคนแปลกหน้า ความรู้สึกที่อยากอยู่ตามลำพัง และความคิดที่อยากจะเขียนหนังสือ ทั้งหมดนี้ได้บรรจุเป็นเรื่องราวที่น่าอ่านให้ความรู้สึกอบอุ่นในหัวใจอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว

คนเราจะรักกันไม่ได้ถ้าไม่มีเรื่องเล่าสู่กันฟัง กับการบอกว่าคิดถึงนั้นไม่เพียงพอ ไม่ให้ความรู้สึกลึกซึ้ง แต่เราต้องเล่าเรื่องของเราให้เขาฟัง และเช่นเดียวกันเราก็ต้องได้รับรู้เรื่องเล่าของเขาด้วย เพื่อนที่คบหากันมายาวนานและไม่เคยเล่าเรื่องอะไรต่อกัน นอกจากเขียนสั้น ๆ ว่าคิดถึงนั้นหาใช่เพื่อนสนิทอีกต่อไปแล้ว เพื่อนที่รักกันต้องเล่ากันได้ทุกเรื่อง แม่ป่วย ลูกไม่สบาย มีปัญหาเรื่องสุขภาพ หรือประสบเคราะห์ร้าย ทั้งหมดนี้ก็คือเรื่องเล่าที่เปิดใจให้เพื่อนฟัง แต่ถ้าปิดบังไม่อยากให้รู้ ไม่อยากเล่า ไม่อยากบอก นั้นขอให้รู้เถอะว่าความสัมพันธ์ได้ถ่างกว้างออกไปเรื่อย ๆ จนยากที่จะกลับมาเหมือนเดิมอีกแล้ว

เรารู้ได้ว่าใครคือเพื่อน ใครคือคนรู้จัก และใครไม่ใช่เพื่อนก็จากเรื่องเล่าของเราว่า เราอยากจะบอกเขาไหมว่าภรรยาเราป่วยหนัก ลูกเรากำลังมีปัญหา หรือเราเพิ่งถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่หนึ่ง ถ้าเรากล้าบอกกับใครสักคน ทั้งความโชคร้ายและความโชคดี นั้นแหละคือเพื่อน

เหมือนที่น้องสาวซึ่งเป็นนักแสดงพูดกับพี่สาวว่า เราต้องมีเรื่องเล่ามาแลกเปลี่ยนกันเพื่อนฝให้ความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องของเรากลับมาแน่นแฟ้นและสนิทสนมยิ่งขึ้น

นึกถึงเรื่องนี้บางทีก็รู้สึกเสียดาย ผมไม่เคยฟังเรื่องเล่าจากปากของน้องชายของผมทั้งสองคนนานหลายปี ส่วนใหญ่มักจะโทรคุยกับพ่อและพ่อก็มักจะเล่าถึงเรื่องน้องชายให้ฟังว่าแต่ละคนทำอะไรที่ไหนหรือเป็นอย่างไรกันบ้าง บางครั้งก็ถามตัวเองเหมือนกันว่า เคยเล่าอะไรให้เขาสองคนฟังหรือไม่ คำตอบเดียวก็คือไม่ เราไม่มีเรื่องเล่าแลกเปลี่ยนกันนานหลายสิบปี แต่ความรู้สึกรักและผูกพันนั้นยังคงเดิม

ทั้งหมดนี้เป็นความผูกพันของสายเลือด แต่กับ” คนรัก”หรือกับ "เพื่อน" เมื่อไม่มีเรื่องเล่าต่อกันนาน ๆ นั้นกลับทำให้เหินห่างอย่างชนิดที่เจอกันอีกทีก็รู้สึกไม่สนิทสนมรักใคร่เหมือนเดิมอีก... 




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน