• johnrit
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2008-07-02
  • จำนวนเรื่อง : 428
  • จำนวนผู้ชม : 563431
  • ส่ง msg :
  • โหวต 64 คน
kajohnrit
ว่าด้วยเรื่องการเขียนและการอ่าน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/kajohnrit
วันจันทร์ ที่ 27 มิถุนายน 2565
Posted by johnrit , ผู้อ่าน : 365 , 17:14:35 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน อดุลย์ โหวตเรื่องนี้

พี่เต้ย บูรพาชวนไปทานข้าวที่ร้านพงหลีแถวอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ วันนี้นัดกอล์ฟชาครีย์นรทิพย์ไปพบกับหน่อยภูวนาถ พี่เต้ยพูดว่าอยากให้น้องสองคนได้เจอและคุยกัน
 
ร้านพงหลีนั้นเป็นร้านเก่าแก่ เรียกกันว่า ภัตคารพงหลี ยืดหยัดยาวนานรับใช้ผู้คนมาแล้ว 86 ปี เป็นร้านที่คนเก่าคนแก่ในแวดวงนักเขียน นักดนตรี นักร้องและศิลปินทั้งหลายต่างรู้จักกันดี ผมเคยมาทานข้าวที่ร้านนี้ครั้งแรกเมื่อสักสามสิบปีที่แล้ว มากับลุงชาลี เอี่ยมกระสินธุ์ ตอนนั้นลุงชาลีขึ้นไปพูดบนเวทีที่หอประชุมเล็กมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เกี่ยวกับวรรณกรรมเก่า ผมอยู่ในที่ประชุมด้วย เมื่อลงจากเวที ลุงชาลีก็เลยชวนไปทานข้าว สามสิบปีที่แล้ว รถราไม่ค่อยติดมากนัก เรานั่งแท็กซี่จากธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์มาไม่ถึงยี่สิบนาทีก็ขึ้นไปนั่งในภัตตาคารได้อย่างรวดเร็วว่องไว ลุงชาลีชวนเพื่อนสนิทชื่อลุงช่วย พูนเพิ่มมาด้วย ผมจำไม่ได้ว่าพวกลุง ๆ เขาคุยอะไรกันบ้าง และสั่งอาหารอะไรให้กิน จำได้แต่เพียงว่าเป็นการรู้จักและได้ร่วมโต๊ะกับลุงชาลีเป็นครั้งแรก จากนั้นก็ได้พิมพ์หนังสือของลุงอีกหลายเล่ม เวลานัดหมายกันเพื่อจะเอาหนังสือหรือค่าต้นฉบับไปให้ เราก็มักจะนัดทานข้าวกันที่ภัตตาคารพงหลี
 
ผู้ใหญ่อีกคนที่ชอบชวนผมไปนั่งพงหลีคือผู้ว่าปัญญา ฤกษ์อุไร จำไม่ได้เหมือนกันว่า ทำไมท่านจึงให้ความเมตตาสนิทสนมด้วย แต่เข้าใจว่าน่าจะมาจากการแนะนำของลุงชาลี ผู้ว่าเป็นข้าราชการผู้ใหญ่ระดับเจ้าเมือง รูปร่างก็สูงใหญ่แข็งแรง พูดจาไม่ออมเสียง หัวเราะร่าดังเหมือนฟ้าร้อง ผมไปทานข้าวกับท่านทีไรก็รู้สึกตัวลีบเล็ก ท่านว่า อยากสั่งอะไรก็สั่งมากินตามสบายนะไอ้น้อง แล้วก็ตบไหล่เสียงดังป๊าบ หัวเราะเฮฮา มีเรื่องพูดให้ขำขันตลอดเวลา ส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นเรื่องของลุงต่วยหรือคุณวาทิน ปิ่นเฉลียวเจ้าของนิตยสารต่วยตูน ซึ่งเป็นเพื่อนซี้สนิทสนมกันมายาวนาน
 
สนิทสนมกับท่านสักพักท่านก็เรียกตัวไปที่บ้าน ผมจำได้ว่า บ้านท่านหลังใหญ่เบ้อเริ่ม มีหมาอยู่สามสี่ตัว แต่ละตัวนั้นเป็นลูกรักของท่าน มีอยู่ตัวหนึ่งท่านบอกว่า ทุกเย็นนั่งดื่มเหล้าด้วยกัน ท่านรินใส่ขันให้มัน มีกับแกล้มอะไรก็ฉีกแบ่งปันให้ บางวันก็แบ่งไก่ให้ครึ่งตัว แล้วก็นั่งจิบด้วยกันเพลิน ๆ ไปจนค่ำ อยู่บ้านท่านนุ่งผ้าโสร่งผืนใหญ่นอนดูหนังจีนกำลังภายในจากม้วนวีดิโอ ต่อมาก็เปลี่ยนมาดูจากแผ่นซีดี ท่านอ่านสามก๊กจนทะลุปรุโปร่ง วิเคราะห์ตัวละครอย่างเล่าปี่ สุมาอี้ ซุนกวนได้อย่างน่าสนใจ ตอนที่เรียกผมเข้าไปพบก็พูดว่าอยากจะทำหนังสือธรรมแจกสักเล่ม ขจรฤทธิ์จะคิดราคาอย่างไร ผมว่า ท่านจ่ายแต่เฉพาะค่าโรงพิมพ์ค่ากระดาษก็พอแล้วครับ ที่เหลือผมจะช่วยจัดการให้เอง
 
หนังสือธรรมมะเล่มดังกล่าว ผมจำชื่อปกไม่ได้แล้ว จำได้แต่เพียงว่าหน้าปกเป็นรูปดอกบัว ผมออกแบบปกและตรวจบรู๊ฟเอง พิมพ์ไปตั้งสองพันเล่ม ไม่รู้ท่านเอาไปแจกใครที่ไหน แต่รู้ว่าไม่นานก็หมดหายออกไปจากบ้าน
 
ส่วนหนังสือที่ให้สำนักพิมพ์บ้านหนังสือจัดพิมพ์ ท่านให้มาสองเล่มคือ #มะเร็งหัวเราะ ประสบการณ์จากการเป็นมะเร็งลำไส้ของท่าน เอามาเขียนให้เป็นขำขัน บอกว่าเป็นมะเร็งไม่ต้องกลัว ไม่ตายง่าย ๆ หรอก และก็บอกให้คนอ่านรู้ว่า อยากกินอะไรก็กินเสีย เรื่องตายอย่าไปกังวล ตอนมีชีวิตอยู่อยากทำอะไรก็ทำ อยากกินอะไรก็กิน อยากเที่ยวที่ไหนก็เที่ยว เป็นมะเร็งหรือไม่เป็นมะเร็งก็ตายเหมือนกัน
อีกเล่มคือ #เฮฮาหน้าอำเภอ เป็นผลงานที่ท่านเขียนถึงประสบการณ์ของการเป็นนายอำเภอ เล่าเรื่องชาวบ้าน เรื่องข้าราชการต่าง ๆ ได้อย่างสนุกสนานเฮฮา น่าหัวเราะ ท่านเป็นคนมีอารมณ์ขันและพูดเอะอะโผงผาง ท่านว่า สมัยเป็นผู้ว่าเคยดูฟ้องคดีฆ่าคน ท่านว่า ไม่ได้ฆ่าใคร แต่ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าไอ้คนที่คิดว่าผู้ว่าฆ่าคนนั้นมันคิดได้อย่างไร จากประสบณ์โดนคดีต้องขึ้นโรงขึ้นศาล ท่านเขียนหนังสือไว้เล่มหนึ่งคือ #เขาหาว่าข้าพเจ้าฆ่านักข่าว
 
ผู้ว่าปัญญารู้จักและสนิทสนมกับพี่เต้ยด้วย ปีหนึ่งท่านไปรับรางวัลนราธิปที่สมาคมนักเขียนจัดขึ้นที่หอสมุดแห่งชาติท่าวาสุกรี ท่านก็ขึ้นไปกล่าวอะไรต่อมิอะไรบนเวที แต่ที่ผมจำได้อยู่คำหนึ่ง ท่านว่าเขียนหนังสือมานานไม่เคยได้รับรางวัลอะไร นราธิปเป็นรางวัลแรกของชีวิตและรู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง จากนั้นก็กล่าวขอบคุณสมาคมนักเขียนอีกเล็กน้อย ลงจากเวทีก็เรียกหาผม ว่าให้ไปทานข้าวด้วยกัน ท่านมาแท็กซี่และกลับโดยแท็กซี่ เหมือนจอมยุทธที่จรม้ามาอย่างเดียวดาย
 
ผู้ว่าปัญญานี่เคยมอบพระเครื่องให้ผมกับพี่เต้ยคนละองค์ ผมรับมาแล้วก็กราบขอบคุณ เอามาเก็บไว้บนหิ้งพระ และไม่เคยหยิบออกมาดูอีกเลย แถมจำไม่ได้ว่าองค์ไหนเป็นองค์ไหน ใครให้มาบ้าง แต่นึกได้อยู่อย่างคือท่านบอกว่าเป็นของเก่ามีมูลค่า สร้างมาแต่สมัยพระนางเจ้าจามเทวี ท่านไปเป็นผู้ว่าอยู่จังหวัดตาก และมีคนใหญ่คนโตให้มา ท่านมอบให้ผมไว้ ตอนนี้ท่านจากไปแล้ว ไม่รู้เหมือนกันว่า พระองค์นั้นอยู่ตรงไหน รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นลิงได้แก้วไก่ได้พลอยประมาณนั้น
 
ผู้ว่าปัญญา มานั่งดื่มกินในภัตตาคารพงหลีบ่อย ๆ จนบ๋อยและเจ้าของรู้จักเป็นอย่างดี เพื่อนท่านก็เป็นใหญ่เป็นโต เวลาพวกผู้ใหญ่เหล่านี้คุยกันก็มักจะไม่ค่อยออมเสียง ผมว่าเป็นบรรยากาศที่ครึกครื้นเหมือนมีงานวัด ใครอยากพูดเสียงดังเท่าไรก็พูดไป
ภัตตาคารพงหลีมีชื่อปรากฏอยู่ในหนังสือของ’รงค์ วงษ์สวรรค์ ของอาจินต์ ปัญจพรรค์ ของสุเทพ วงศ์กำแหง หรือของ วานิช จรุงกิจอนันต์ พวกนักเขียนชื่อดังสมัยนั้นก็มักจะหากันมาอุดหนุนกันที่ร้านนี้เป็นประจำ อีกร้านหนึ่งที่ผมอ่านแล้วจำได้ดีคือภัตตาคารศรแดงอยู่แถวอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เป็นร้านที่โด่งดังและเทียบเท่ากับภัตตาคารพงหลี
 
ผมถามพี่เต้ยว่า พี่มาบ่อยไหมครับ พี่เต้ยเล่าว่า สมัยที่ครูแจ๋วของคุณพ่อของพี่เต้ยมีชีวิตอยู่ เวลาที่เพื่อนเขานัดกัน พี่เต้ยก็จะขับรถมาส่ง และขับมารับ เพื่อน ๆ ของครูแจ๋วก็มีหม่อมราชวงศ์ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ คุณอาจินต์ ปัญจพรรค์ ส่วนพวกนักเขียนอย่าง’รงค์ วงษ์สวรรค์หรือนักร้องเสียงขยี้ฟองเบียร์อย่างสุเทพ วงศ์กำแหงเป็นรุ่นน้องเรียกครูสง่า อารัมภีรว่าพี่แจ๋ว ผมถามว่า สมัยก่อนพวกผู้ใหญ่ระดับนี้มานั่งดื่มกินกัน คงเสียงดังกันมากใช่ไหม
 
พี่เต้ยว่า “แน่สิ ใครเขาจะพูดค่อย ๆ ล่ะ”
 
ตอนนั่งอยู่ในร้าน ฟังหน่อยกับกับกอล์ฟคุยกับเรื่องรถยี่ห้อต่าง ๆ ผมก็หันไปมองบรรยากาศในร้าน ข้างบนเหนือระดับสายตามีเมนูอาหารจานเด็ด พนักงานสองสามคนเดินวนไปวนมาคอยดูแลแขกที่นั่งอยู่ด้านใน ซึ่งดื่มกินกับเงียบ ๆ พนักงานผู้หญิงสูงอายุคนหนึ่งบอกว่า อาหารจานหลักที่สร้างชื่อมาเป็นสิบๆ ปีเช่น เป็ดร่อนพงหลี เป็ดร่อนหนังกรอบ แต่เนื้อในนุ่มละมุน กินกับน้ำจิ้มข้นๆอมหวานอมเปรี้ยวและผักดองที่ให้มาด้วยกัน ต้มโคล้งปลากรอบ ไส้หมูทอดกรอบ ลูกชิ้นกุ้งผัดผักโสภณ จานนี้มีดีที่ลูกชิ้นกุ้งลูกโตเต็มคำ ทอดมากรอบนอกนุ่มใน เคี้ยวไปก็ได้สัมผัสของกุ้งเด้งๆ เข้ากันได้ดีกับผัดผักโสภณ ผัดโหงวก๊วย เมนูที่มีทั้งเนื้อไก่ กุ้ง เม็ดแปะก๊วย มะม่วงหิมพานต์ เกาลัด พุทรา และพริกหยวก ผัดเคล้าเข้า กันโกยซีหมี่เครื่องแน่น ใส่หน่อไม้ก้านผักกวางตุ้ง กุยช่ายขาว และเห็ด สลัดเนื้อสัน หรือคนที่ชอบราดหน้าก็ไม่ควรพลาดที่นี่อร่อยยืนหนึ่งมายาวนาน
 
ผมคิดอยู่ในใจว่า วันหลังจะแวะมาอีก แต่ที่สำคัญ มากินภัตตาคารระดับตำนานขนาดนี้ ต้องชวนเพื่อนมาร่วมโต๊ะให้ได้สักสามสี่คน ผู้ว่าปัญญาเคยสอนผมว่า เจอของอร่อย อย่ากินคนเดียว ผมจำได้แม่น เวลาไปเล่นกอล์ฟที่สนามไหนก็ตามแต่ ออกจากสนามก็ต้องไปหาของอร่อยกินกัน ในฐานะน้องเล็กสุด ผมก็คอยดูแลบริการเสิร์ฟน้ำ นักข้าวใส่จานให้รุ่นพี่ เห็นพี่ ๆ กำลังเอร็ดอร่อย ผมก็มักจะนึกถึงคำสอนที่ว่าไว้ ของอร่อยต้องชวนเพื่อนมากิน อย่ากินคนเดียวเด็ดขาด
 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน