วันอังคาร ที่ 20 พฤศจิกายน 2550
พระแก้วมรกต บนแผ่นดินล้านนา
Posted by
ทิดคำเมอรอน
,
ผู้อ่าน : 509
, 20:06:23 น.
| หมวดหมู่ :
สายธารวัฒนธรรม
พิมพ์หน้านี้
พระแก้วมรกต ตอนที่ ๑ บนแผ่นดินล้านนา ตำนานที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเป็นมาของพระแก้วมรกต ทิดคำขอรวบรัดพอสังเขปว่าเจ้ามหาพรหม-เชียงราย กำลังเกิดการพิพาทกับเจ้าแสนเมืองมา-เชียงใหม่ จึงพอกปูนโบกองค์พระแล้วบรรจุในเจดีย์วัดพระแก้ว ที่เชียงราย พ.ศ. ๑๙๗๗ (พุทธศตวรรษที่ ๒๐) ฟ้าผ่ายอดพระเจดีย์จนพังทลาย พระพุทธรูปถูกนำออกมาปรากฏรอยร้าวบริเวณพระนาสิก ท่านสมภารและพระลูกวัดพากันกะเทาะปูนออกหมดเห็นองค์พระเป็นหยกสีเขียวทึบ (Green Jade) บริสุทธิ์ทั้งองค์รัศมีใสสกาวไม่มีบุบสลาย ชาวเชียงรายและเมืองใกล้เคียงพากันไปถวายสักการะมิได้ขาด เชียงรายขณะนั้นขึ้นตรงต่อเชียงใหม่ เจ้าสามฝั่งแกน รัชกาลที่ ๘ แห่งราชวงศ์มังราย โปรดเกล้าฯ ให้มาประดิษฐานที่เชียงใหม่ แต่ขบวนช้างอัญเชิญกลับมุ่งหน้าไปลำปาง หลวงพ่อแก้วจึงประดิษฐานที่ลำปาง ๓๒ ปี รัชกาลต่อมาโอรสเจ้าสามฝั่งแกน-เจ้าติโลกราชแห่งล้านนา จึงสามารถอัญเชิญมาประดิษฐานที่วัดเจดีย์หลวงได้ หลวงพ่อแก้วประดิษฐานที่นี่ ๘๔ พรรษา ปี ๒๐๙๖ (ปลายพุทธศตวรรษที่ ๒๑) พระเจ้าไชยเชษฐาเชื้อพระวงศ์สองอาณาจักร พระบิดาคือเจ้าโพธิสาร-ล้านช้าง พระมารดาคือหอคำยอดสูงธิดาพระเมืองเกษเกล้าแห่งเวียงพิงค์-ล้านนา มาครองเชียงใหม่ต่อจากพระอัยกา (คุณตา) ต่อมาเจ้าโพธิสารพิลารัย พระเจ้าไชยเชษฐาจึงเสด็จมาครองราชย์สืบต่อพระบิดา เถลิงถวัลย์เป็นพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชครองล้านช้าง-ร่มขาว และล้านนา-เชียงใหม่ ได้อัญเชิญหลวงพ่อแก้วข้ามแม่น้ำโขงไปประดิษฐานที่หลวงพระบาง ๑๒ ปี พ.ศ. ๒๑๐๗ จะเด็ด-บุเรงนอง เรืองรองจากลุ่มน้ำอิระวดีขึ้นเป็นใหญ่ทั่วหงสาวดี เพื่อพิสูจน์ความเป็นศักยภาพผู้ชนะสิบทิศ จึงเคลื่อนพลสู่หลวงพระบาง พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชจึงต้องหลบแสนยานุภาพบุเรงนองลงใต้ไปสร้างเวียงจันทร์เป็นราชธานี และอัญเชิญหลวงพ่อแก้วมาประดิษฐานที่นี่นานถึง ๒๑๔ ปี
|