พิมพ์หน้านี้
|
อนุสนธิจากเทศกาลกวี-ดนตรี-ศิลปะ ต้นมีนาคมที่ผ่านมานับว่าเติมสีสันให้ห้องสมุดซอยพระนางไม่เบาทีเดียว โดยเฉพาะภาคค่ำหลังแดดร่มลมโชย เด็ก ๆ ร่วมกันถ่ายทอดจินตนาการใต้ลานหูกระจงคู่อย่างเป็นสุข งานนี้ได้รับเกียรติจากกวีนิพนธ์หลายท่านนำผลงานมาถ่ายทอดคลอเคล้าการบรรเลงโดยวงแม่น้ำ เสียงนักร้องนำฟังเล่นๆ นึกว่าเป็นนอมินี บก.สีสัน ฟังจริงๆ จังๆ โทนเสียงใกล้เคียงนายห้างบาวแดงมาก
พี่เรืองกิตติ์-ประธานเครือข่ายนักเขียน บุรุษผู้สวมใส่เสื้อผ้าได้อย่างคุ้มค่าและสอดคล้องกับความพอเพียง ในบทบาทหน้าที่ทำมากกว่าพูดเคียงข้างกวีนิพนธ์กลุ่มโพสต์ โมเดิร์น พี่กฤติศิลป์ ผู้สื่อข่าวสาว (ใหญ่) แม้ไม่เคยให้สัมภาษณ์ว่ารักเด็กเหมือนนางงาม แต่บรรดาเด็กๆ ก็รุมล้อมล้นหลาม........ ไฮไลท์ของงานอยู่ที่การขับขานบทกวี โดยมีแบ็คอัพจากวงทรีโอ-แม่น้ำ เปิดเวทีด้วยกวีซีไรท์คนล่าสุดจากค่ายสามัญชน ซีอีโอ-หมี่เป็ด ที่บินตรงจากหาดใหญ่มาในมาดบูติคแบบพ๊อพ อาร์ต ขึ้นเวทีแนะนำตัวเองตามสำนวนเฉพาะ พี่มนตรีบอกว่าตัวเองอยู่ปักษ์ใต้ตอนบน แต่เป็นคนภาคใต้ตอนล่าง สร้างภาวะแฝงอะไรหรือเปล่า ? กวีหลายท่านคงเข้าใจได้ในฐานะที่เป็นปัจเจก แต่ผมยังงงๆ อยู่ ไม่รู้ว่าตัวเองมึนหรือพี่มนตรีรั่วกันแน่.... อย่างไรก็ดี ลำนำ เด็กสาว ๑๔ ม.๒ ก็ถูกขับขานโหมโรงผสมผสานเสียงฟลุ๊ตและลายกีตาร์คลาสสิคอย่างลงตัว ซีอีโอ-หมี่เป็ด เปิดใจเรื่องภาษาของเด็กสมัยนี้ด้วยความห่วงใย นอกจากการเขียนที่ผิดเพี้ยนแล้ว หนักกว่านั้นคือนักศึกษาโรงเรียนชั้นนำหลายแห่ง ผันเสียงคำศัพท์ไม่เป็นอีกต่างหาก ก่อนที่จะโยนลูกไปถึง ฯพณฯ เสมา ๑ ที่ต้องมีส่วนรับผิดชอบในเรื่องนี้โดยตรง เพราะเป็นคนวางระบบ บรรยากาศหน้าห้องสมุด ดุเดือดขึ้นมาทันทีเมื่อพี่มนตรีเปิดประเด็นประวัติศาสตร์ย่อฉบับฮาร์ดคอร์ และกรณีความรุนแรงต่อเนื่องที่ชายแดนใต้ โดยมองต่างมุมอย่างสิ้นเชิงกับ ฯพณฯ ในทำเนียบ พร้อมทั้งยืนยันชัดเจนว่าไม่ใช่เรื่องของการแบ่งแยกแน่นอน ลืมได้เลย (Forget it!) กับเรื่องการแบ่งแยกที่รัฐพยายามชี้แจงผ่านสือ รายละเอียดมันมากกว่านั้น แต่ผมพูดไม่ได้ พี่มนตรีแสดงสีหน้าจริงจังในสำเนียงสงขลา อยากนำเสนอใจจะขาดแต่ความละเอียดอ่อนเปราะบางในหลายแง่มุมทำให้ไม่อาจเปิดปากบอกเล่า
เบรคแรกนี้ กวีซีไรท์คนล่าสรุปข้อผิดพลาดเรื่องการเรียนการสอนประวัติศาสตร์อย่างน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นกรณีพระบรมราชานุสาวรีย์พระองค์ดำ หันพระพักตร์สู่ตะวันตกเผชิญหน้าพระเจ้าสิบทิศ ข้อสังเกตเรื่องศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวที่ผู้สร้างจงใจเปิดประตูท้าทายมัสยิดกรือเซะ หรือแม้กระทั่งไทยเรียกตัวเองว่า-บ้านพี่ ขณะที่เรียกฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงว่า-เมืองน้อง ล้วนเป็นประวัติศาสตร์ที่น่าค้นคว้าต่อยอดเป็นอย่างยิ่ง........ พายุใหม่-แรมนรา ลำนำกวีนิพนธ์ในน้ำเสียงดุดัน คลอเคล้าเมโลดี้-แสงดาวแห่งศรัทธา สะกดผู้ฟังได้อย่างเหมาะเจาะ ขณะผู้คนบนรถโดยสารสาธารณะมองลอดหน้าต่างอย่างแปลกใจระคนงงงัน ๓ บทกวี จากซีไรท์เมืองหาดใหญ่กดดันเพื่อนเราที่ต้องขึ้นเวทีคิวถัดมาอย่างน่าใจหาย หนุ่มมุสลิมจากลุ่มน้ำบางนรา วางเสื้อคลุมสีดำก้าวขึ้นเวทีกับเสื้อยืดสีแดงตัวเก่ง หากสำนวนเป็นรองเสื้อแดงยามต้องแสงสป็อตไลท์ต้องจัดจ้านช่วยเสริมลีลาบ้างหละ ซะกะรีย์ยา อมตะยา ขึ้นไปถ่ายทอด-บทกวีหายไปไหน? ด้วยลีลายิ่งกว่าพระเอกจอห์นนี่ เด็ปป์ พวกเราที่แอบลุ้นค่อยคลายความกดดัน ตั้งใจจะแสดงความยินดีด้วยเบียร์จากบริษัทบุญรอดสักครึ่งโหล บังเอิญซะกะรีย์ยาเป็นศาสนิกที่มั่นคงต่อพระอัลเลาะห์ ผมจึงซื้อไอติมโคนให้เขา ๑ แท่ง เบรคต่อมา Good-G พรชัย ขึ้นไปคั่นเวลากับอะคูสติกตัวเก่ง ในคอนเซ็ป-บทกวีในเสียงเพลง ก่อนที่กวีเครางาม (ย้ำ! เครางาม)
พี่ศิริวร จะขึ้นร่ายผลงานนุ่มนวลหนักแน่นถึงรสแบบเตกิลาจิ้มเกลือตามด้วยมะนาวฝาน ๑ ชิ้น ปิดท้ายที่รุ่นใหญ่กับมาชารี ความโรแมนติคไม่เคยห่างหายจากสุภาพบุรุษคนนี้จริงๆ พี่พิบูลศักดิ์ รำลึกคืนวันในเมืองหลวงผ่านมุมมองของเจ้าชายโรแมนติค ตรึงผู้ฟังได้อย่างยอดเยี่ยมสมกับคอนเซ็ป-Heart Of Poetry ปานประหนึ่งเพลงดาบของมูซาชิ
เด็ก ๆ รื่นเริงด้วยจินตนาการสุดขอบฟ้า มนตรี ศรียงค์ เจ้าของรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (S.E.A. Write) จากกวีนิพนธ์รวมเล่ม-โลกในดวงตาข้าพเจ้า กับชายหนุ่มจากห้องเช่าอ้อนดาวและสหายต้นบดินทร์ ส่วน ๓ ท่านนี้ แม้มิใช่กวี แต่คงจะชื่มชมบรรยากาศของกวี ถ้าเป็นไปได้จะเรียนเชิญมาเป็นอุปนายกเครือข่ายฯ กวีจะได้ลืมคำว่า ไส้แห้ง สักที ขอขอบคุณโดยตรงต่อสำนักวัฒนธรรม-กีฬาและการท่องเที่ยว กทม. และให้เครดิตเครือข่ายนักเขียน โดยเฉพาะประธาน-พี่เรืองกิตติ์ ผู้สื่อข่าวสัญจรสาว-พี่กฤติศิลป์ ทีมงานผู้มุ่งมั่นอย่างพี่นก-อุษา มิตรแห่งวรรณกรรมที่รักทุกท่าน เราจะพบกันใหม่ เมื่อชาติต้องการความสมานฉันท์...๕๕๕๕ ห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้ ซอยพระนาง (Discovery Learning Library) เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ๓ ชั้น ปากซอยพระนาง (ราชวิถี ๔) พื้นที่รวม ๔๕๐ ตรว. กทม.ขอเช่าจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ปรับปรุงอาคารเดิมและก่อสร้างใหม่เพิ่มอีก ๑ เชื่อมอาคารเดิม ตกแต่งภาพลักษณ์ใหม่ เป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตของคนทุกวัย มีเทคโนโลยีการเรียนรู้สมัยใหม่ ที่ครบวงจร สะดวก รวดเร็ว ทำให้ผู้ใช้บริการได้รับความรู้และข้อมูลที่ตรงกับความต้องการในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย สภาพแวดล้อมสดชื่น สวยงาน สร้างแรงจูงใจ บริการสืบค้นด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบอินเตอร์เน็ต บริการยืม-คืน แบบ One Stop Service บริการภาพยนตร์ ดูหนัง ฟังเพลง มีห้องทำการบ้าน (Homework Center) ห้องสำหรับเด็ก (Kid Room) และมุมบริการเครื่องดื่ม สมเด็จพระเทพฯ เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดอย่างป็นทางการเมื่อ ๑๔ มี.ค. ปีที่แล้ว วันอังคาร-เสาร์ เปิดแปดโมงเช้า ถึงสองท่ม วันอาทิตย์ เก้าโมงเช้าถึงห้าโมงเย็น วันจันทร์ปิดให้บริการ โทร. 02-246-351 ท่านที่มีความรื่นรมย์ในชีวิต หลังใช้บริการที่นี่สามารถข้ามถนนมาผ่อนคลายกับแอโรบิค ด๊านซ์ ได้ที่สวนสันติภาพฝั่งตรงข้าม |
| People Get Ready | ||
แรงบันดาลใจคนไกลบ้าน |
||
|
View All |
||
| << | มีนาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||