• ทิดคำเมอรอน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : tidkam_meron@yahoo.co.th
  • วันที่สร้าง : 2007-06-14
  • จำนวนเรื่อง : 18
  • จำนวนผู้ชม : 9079
  • จำนวนผู้โหวต : 14
  • ส่ง msg :
ทิดคำ เมรอน
จากวิถีวัฒนธรรมสู่ถ้อยคำสารคดี
Permalink : http://www.oknation.net/blog/kamerone14
วันเสาร์ ที่ 22 มีนาคม 2551
พ ร ะ พุ ท ธ สิ หิ ง ค์ -พระพุทธรูปที่เดินทางมากที่สุดในประเทศไทย
Posted by ทิดคำเมอรอน , ผู้อ่าน : 265 , 00:47:40 น.   | หมวดหมู่ : สายธารวัฒนธรรม  
พิมพ์หน้านี้


  - ๑ -               

ว่ากันตามตำนาน.....พระพุทธสิหิงค์นั้นหล่อในศรีลังกาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๘ โน่น โดยกษัตริย์สีหลและพระอรหันต์เจ้าคณะหนึ่ง หล่อเสร็จมีตำหนิที่พระหัตถ์หนึ่งนิ้ว นานและนานกระทั่งล่วงเลยถึงสุโขทัยราชธานีในแผ่นดินพระร่วง-พ่อขุนรามคำแหง ขณะแปรพระราชฐานลงใต้ได้รับรายงานข่าวพุทธลักษณะที่งดงามของพระปฏิมาข้ามฝั่งอันดามันแพร่มาถึงนครศรีธรรมราช จึงให้เจ้าเมืองนครฯ แต่งทูตเชิญพระราชสาส์นทูลขอพระราชทาน พระมหากษัตริย์ลังกาในสมัยนั้นเป็นศาสนูปถัมภกและสนับสนุนการเผยแผ่พุทธศาสนาลังกาวงศ์ อย่างจริงจัง จึงพระราชทานพระพุทธสิหิงค์ตามพระประสงค์ เพื่อประโยชน์ด้านสืบพระศาสนา มหากาพย์การโปรดสัตว์ของพระพุทธสิหิงค์ในแผ่นดินสยามจึงเริ่มต้นที่ฝั่งเมืองนครฯ โดยจัดพิธีสมโภช ๑ สัปดาห์ ว่ากันว่าพ่อขุนฯ เสด็จไปรับถึงนครฯ เมื่อเคลื่อนขบวนเดินทาง พ่อขุนทรงประคององค์พระไปตลอดทาง กษัตริย์สุโขทัยทุกพระองค์ ทรงเคารพบูชาพระพุทธสิหิงค์ตลอดมา                       

พ.ศ. ๑๙๒๐ สุโขทัยอ่อนกำลัง ขณะสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๑ (ขุนหลวงพะงั่ว-พี่เขยพระเจ้าอู่ทอง) แห่งศรีอยุธยาขยายอาณาเขตและได้สุโขทัยไว้ในอำนาจ พระยาไสยลือไทถูกลดตำแหน่งเจ้าประเทศราชลงมาว่าราชการที่พิษณุโลก พระยาไสยฯ ได้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์มาที่นี่เป็นเมืองที่ ๒ กระทั่งสิ้นพระชนม์ ขุนหลวงพะงั่ว จึงโปรดฯ ให้ขบวนเรือหลวงเชิญพระพุทธสิหิงค์สู่กรุงศรีอยุธยาเป็นเมืองที่ ๓      

ด้วยนโยบายด้านรัฐศาสตร์ ขุนหลวงพะงั่วจึงแบ่งเขตการปกครองสุโขทัยเป็นสองมณฑล ตาก-กำแพงเพชร-นครสวรรค์เป็นมณฑลหนึ่ง กำแพงเพชรเป็นเมืองหลวง พระยาญาณดิศกินตำแหน่งผู้ว่าการมณฑล    สุโขทัย-สวรรคโลก-พิษณุโลกเป็นอีกมณฑล เชื้อพระวงศ์พระร่วงปกครองต่อเนื่องถึงรัชทายาทอยุธยา           

พระยาญาณดิศ-ผู้ว่าการนั้น เป็นราชบุตรเลี้ยงในขุนหลวงพะงั่วที่ติดมากับพระมเหสีจันทร์ ปรารถนาจะได้พระพุทธสิหิงค์ไปประดิษฐานที่กำแพงเพชร จึงออดอ้อนให้พระมารดาทูลขอ ขุนหลวงพะงั่วก็โปรดฯ ให้ขุนพุทธบาลเลือกพระพุทธรูปให้องค์หนึ่ง พระมเหสีได้วางสินบน (Corruption) ขุนพุทธบาล เจาะจงว่าปรารถนาพระพุทธสิหิงค์ ท่านขุนฯ จึงแจ้งรหัสลับว่าถ้าเขาวางพวงมาลัยวหน้าพระประธานองค์ใด นั่นแหละคือพระพุทธสิหิงค์กำแพงเพชรจึงเป็นเมืองลำดับ ๔ ที่พระพุทธสิหิงค์มาประดิษฐาน ต่อมาหลวงพี่ชาวกำแพงเพชรรูปหนึ่งจะถือธุดงค์วัตรขึ้นเหนือ ท่านจึงปั้นรูปจำลองด้วยขี้ผึ้งแล้วปลีกวิเวกสู่เชียงราย เจ้ามหาพรหมแห่งเชียงรายเห็นเข้าก็อยากได้มาคู่บารมี จึงสมานฉันท์กับเจ้ากือนาแห่งเวียงพิงค์-ผู้พี่ชาย จัดทัพผสมมุ่งใต้สู่กำแพงเพชรและขู่ขอพระพุทธสิหิงค์ พระยาญาณดิศกำลังน้อยจำใจผูกไมตรียอมถวาย             

พระพุทธสิหิงค์จึงจาริกสู่ล้านนา แรกเริ่มเดิมทีเจ้ากือนามีพระบัญชาให้ประดิษฐานที่เชียงใหม่ แต่เจ้ามหาพรหมผู้น้องขอยืมมาจำลองแบบ พระพุทธสิหิงค์จึงไปเชียงรายเป็นเมืองที่ ๕ บังเอิญเจ้ากือนาถึงพิราลัย เจ้ามหาพรหมจึงลืมคืนและให้ช่างตัดนิ้วพระหัตถ์ซึ่งพิรุธแต่เดิมออก หล่อเนื้อทองสัมฤทธิ์ (สำริด) เทติดเข้าไปใหม่จนบริสุทธิ์ดี ฝ่ายเชียงใหม่นพบุรี คณะมนตรีลงมติถวายบัลลังก์ให้เจ้าแสนเมืองมา เจ้ามหาพรหมพิโรธสุดขีด ระดมพลหมายจะยึดเชียงใหม่ แต่เจ้าแสนฯ ผู้หลานเข้มแข็งกว่า วางยุทธศาสตร์ตอบโต้กลับ จนยึดได้เชียงรายและอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์สู่เวียงพิงค์นพบุรี เป็นเมืองที่ ๖ ตั้งใจจะไปจำที่วัดสวนดอก แต่รถบุษบกติดอยู่สนามหญ้าหน้าวัดลีเชียงพระ จึงมีบัญชาให้ประดิษฐานเป็นประธานทีวิหารหลวง ชาวบ้านจึงเรียกวัดลีฯ เป็นวัดพระสิหิงค์ ตามชื่อพระพุทธรูปและสั้นลงเหลือแค่วัดพระสิงห์โดยลำดับ         

พระพุทธสิหิงค์ประดิษฐานที่วัดนี้นานกว่าสองศตวรรษ (บางตำนานเพิ่มเติมว่าเมื่อเจ้าไชยเชษฐาธิราชครองสองอาณาจักร พระองค์ได้อัญเชิญพระพุทธรูปสำคัญไปล้านช้าง-หลวงพระบางหลายองค์ รวมทั้งพระพุทธสิหิงค์ก็ไปประดิษฐานที่ล้านช้างร่มขาวเป็นเมืองที่ ๗ ระยะหนึ่ง กระทั่งคณะมนตรีเวียงพิงค์ท้วงติงทวงคืนจึงพระราชทานแค่พระพุทธสิหิงค์องค์เดียว องค์อื่นๆ ยังตกค้างที่หลวงพระบางจนย้ายราชธานีสู่เวียงจันทร์)

- ๒ -          

       ต้นพุทธศตวรรษที่ ๒๓ อยุธยาล่วงสู่ยุคปลาย....สมเด็จพระนาราย์มหาราช มีสองเจ้าพระยาโกษาธิบดีพี่น้องคู่บัลลังค์ มีเสนาธิการอย่างฟอลคอน และหน่วยคชบาลที่ทรงประสิทธิภาพ กรุงศรีฯ จึงคืนสู่ความเป็นมหาอำนาจอีกครั้ง พ.ศ. ๒๒๐๕ พระองค์เปิดสงครามกับเชียงใหม่ เจ้าพระยาโกษาธิบดี-ปาน เป็นขุนพลนำทัพ ได้ชัยชนะแล้วก็อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์กลับราชธานี ประดิษฐาน ณ วัดพระศรีสรรเพชญ์ ต่อมาเมื่อกรุงแตก (รัชกาลพระเจ้ามังระ-โอรสอลองพญา) เชียงใหม่ภายใต้รัฐอารักขาของพม่า จึงเชิญเสด็จพระพุทธสิหิงค์กลับเวียงอีกรอบใน พ.ศ. ๒๓๑๐                    

      พ.ศ. ๒๓๓๐ เชียงใหม่เป็นเมืองร้างและอยู่ในสถานการณ์การแย่งชิง รายงานข่าวกรองเรื่องแม่ทัพหวุ่นยีจะบุกล้านนาถูกส่งถึงกรุงเทพฯ ล้นเกล้าฯ ร.๑ โปรดฯ ให้พระยากาวิละแบ่งครอบครัวจากลำปางไปรักษาเชียงใหม่ แต่กำลังผู้คนมีน้อยเกินจะรักษาเวียงพิงค์ พระยากาวิละจึงยั้งขบวนที่ป่าซาง ล้นเกล้าฯ ร. ๑ แบ่งกำลังทัพหลวงให้สมเด็จพระอนุชาธิราช ๖๐,๐๐๐ ขึ้นไปช่วยอย่างเร่งด่วน

      กรมพระราชวังบวรฯ นำทัพเข้าโจมตีช่วยศึกลำปาง เดินหน้าไปสลายกำลังพม่าที่สมรภูมิป่าซางและตามตีถึงเชียงแสน เสร็จศึกครั้งนี้วังหน้าพระยาเสืออัญเชิญพระพุทธสิหิงค์มาสู่ราชธานีใหม่-กรุงเทพมหานคร เป็นเมืองที่ ๘ และทูลขอไว้ในพระราชวังบวรฯ อุทิศพระราชมณเฑียรถวายพระราชนามว่า-พระที่นั่งสุทธาสวรรย์ (พระที่นั่งพุทไธสวรรย์) ฝาผนังข้างในเหนือช่องหน้าต่างเขียนเทพชุมุนุม ๔ ชั้น มีเส้นสินเทาคั่นแถวบน ซึ่งบรรดนักสิทธิ์วิทยาธรต่างหอบดอกไม้มาถวายเป็นพุทธบูชา ส่วนผนังระหว่างห้องหน้าต่างเล่าเรื่องปฐมสมโพธิหรือพุทธประวัติ โดยเฉพาะห้องที่ ๓ ซ้ายมือภาพพระพุทธองค์เปิดสามโลกในวันเทโว ว่ากันว่า...เป็นจิตรกรรมสองมิติสกุลช่าง ร. ๑ ที่คลาสสิคที่สุดในต้นรัตนโกสินทร์ ทิดคำค่อนข้างจะเห็นด้วยเพราะบรรดาเปรตในภาพกินดีอยู่ดีมีเนื้องหนัง บางตัวลงพุงห้อยสีหน้าและดวงตาแสดงความตื่นเต้นเห็นได้ชัด

 

เมื่อกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทเสด็จสวรรคาลัย พระบรมเชษฐาธิราช เกรงสมบัติล้ำค่าในพระที่นั่งองค์นี้จะสูญหาย จึงโปรดฯ ให้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ไปประดิษฐานที่วัดพระแก้วจนถึงรัชกาลที่ ๔ จึงโปรดฯ ให้สมเด็จพระอนุชาธิราช-พระปิ่นเกล้าฯ เชิญเสด็จพระพุทธสิหิงค์คืนวังหน้า พระปิ่นเกล้าฯ มีพระราชดำริจะประดิษฐานเป็นพระประธานในวัดบวรสถานสุทธาวาส (วัดพระแก้ววังหน้า) การไม่ทันสำเร็จก็เสด็จสวรรคาลัยซะก่อน เมื่อพระปิ่นฯ เสร็จสวรรคตแล้ว พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นไปประทับวังหน้าเนืองๆ ด้วยมีพระราชประสงค์มิให้เป็นวังว่างดังในรัชกาลก่อนๆ พระพุทธสิหิงค์จึงคงประดิษฐานอยู่ที่พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ มิได้เชิญลงมาไว้วังหลวงเหมือนครั้งรัชกาลที่ ๑                                 

 

ถือได้ว่าพระพุทธสิหิงค์ เป็นพระพุทธรูปที่เดินทางโปรดสัตว์มากที่สุดในประเทศไทย ไปมาแล้ว ๘ เมือง ๔ ราชธานี  ตั้งแต่สุโขทัย-กรุงศรี-ล้านนาและรัตนโกสินทร์ พระพุทธสิหิงค์นั้นเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะและสืบพระพุทธศาสนา เชื่อกันว่าประดิษฐานที่ไหนจะอำนวยสวัสดิ์แก่ที่นั้นๆ เมืองใดชนะสงครามจึงมักจะอัญเชิญเพื่อเสริมสง่า-บารมี อีกทั้งให้ชาวประชาสักการะเพื่อความร่มเย็นเป็นสิริและมงคลแก่ผู้กราบไหว้ ตรุษสงกรานต์ทุกปี จึงอัญเชิญให้สรงน้ำที่ปะรำพิธีปริมณฑลท้องสนามหลวง เพื่อประกอบกุศลเริ่มต้นชีวิตตามแบบประเพณีปีใหม่ไทย

- ๓ -

ว่ากันโดยยึดพุทธศิลป์แล้ว......นักประวัติศาสตร์ศิลปะเชื่อว่าพระพุทธสิหิงค์เป็นฝีมือสกุลช่างสุโขทัยของเรานี่เอง หนำซ้ำเป็นสุโขทัยยุคปลายช่วงพุทธศตวรรษที่ ๒๐ ไม่ได้ย้อนไกลไปถึงลังกา หล่อด้วยสำริดกะไหล่ทอง พุทธลักษณะที่เด่นเล่าให้ฟังแบบกันเองคือหน้าอิ่มค่อนข้างกลมผสมสุโขทัยอิทธิพลลังกา คิ้วโก่ง จมูกโด่งปากอมยิ้มนิดๆ ขมวดเส้นผมเป็นก้นหอย-รัศมีเปลวเพลิง บ่าใหญ่-เอวเล็ก ชายสังฆาฏิพลิ้วปิดสะดือแยกสองแฉกเป็นเขี้ยวตะขาบ ครองจีวรเปิดไหล่ขวา นิ้วมือ-นิ้วเท้าเสมอกันอันเป็นจุดเด่นของพุทธศิลป์สุโขทัยยุคหลัง             

สูงจากพื้นที่ประทับถึงรัศมี ๙๑ ซม.หน้าตักกว้าง ๖๓ ซม. แสดงปางตรัสรู้ในอิริยาบถขัดสมาธิราบบนฐานกลีบบัวหงาย ๒ ชั้น ถ้าตอบคำถามในเกมส์โชว์ทางทีวีเพื่อเรียกเสียงกรี๊ด...ต้องฟันธงลงไปชัดๆ ว่าพระพุทธสิหิงค์ เป็นศิลปะสุโขทัยตอนปลายหรือยุคหลัง (Sukhothai Post Classic) ร่วมสมัยกับพระพุทธชินราช-พระชีนสีห์ และพระศาสดา ทิดคำพินิจดูด้วยตาเปล่าและกล้องขยายแล้ว มีความรู้สึกร่วมกับตำนานว่าพุทธลักษณะองอาจสง่าดุชพญาสิงห์ สวยงามคนละแบบกับพระพุทธชินราช-วัดใหญ่ แต่ให้คุณค่าทางพุทธศิลป์พอๆ กัน                  

ทิดคำมีโอกาสสักการะในพระที่นั่งพุทไธสวรรค์ ๒-๓ หน กูรูด้านประวัติศาสตร์ศิลป์แห่งสำนักโบราณคดี ม.ศิลปากร ท่านขอดเกร็ดให้ฟังว่า ประเพณีอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์เมื่อก่อนก็เชิญองค์จริงลงมณฑปเสด็จจากวังหน้ามาประดิษฐานที่ท้องสนามหลวงให้พี่น้องสรงน้ำเพื่อเป็นสิริมงคล ต่อมาชาวประชาล้นหลามการสรงน้ำจึงต้องทำแบบเร่งรัดรวดเร็ว เพื่อให้คนอื่นๆ ได้ร่วมในพิธีด้วย ผู้คนจึงซื้อน้ำหอมขวดเล็กหน้าปะรำพิธีเปิดฝาเขย่าๆ แล้วสะบัดไปสรงองค์พระ หลายคนหลายขวดและหลายปี จึงมีเหตุการณ์ขวดน้ำหอมหลุดมือลอยไปกระแทกบริเวณท้องด้านซ้าย ใต้แนวซี่โครงเป็นรอยบุบเล็กๆ ทำให้สูญเสียพุทธศิลป์โดยรวม       

                                      

กรมศิลปากรเกรงว่าองค์พระจะชำรุดเสียหายมากไปกว่านี้ จึงขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจำลอง (Replica) ในขนาดเท่ากันทุกประการปานคู่แฝด ก่อนวันสงกรานต์เล็กน้อย ผู้ว่าฯ กทม. หรือผู้บริหารระดับสูงก็จะไปอัญเชิญองค์จำลองจากห้องแสดงหมายเลข ๙ บนชั้น ๒ ตึกประพาสพิพิธภัณฑ์ แห่มาประดิษฐานที่สนามหลวงรับการสรงน้ำเย็นฉ่ำตลอดวันและคืนตลอดสงกรานต์                       

ส่วนองค์จริงท่านก็ประทับในบุษบกกลางพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พุทธศาสนิกอย่าได้แปลกใจ หากท่านพาแฟนหรือควงกิ๊กไปสรงน้ำพระพุทธสิหิงค์ที่ท้องสนามหลวงแล้ว ข้ามถนนเดินผ่านพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร หันหน้าไปเห็นอีกองค์เหมือนกันเป๊ะในพระที่นั่ง อย่าตกใจนะครับเพราะท่านยังไม่ได้แสดงปาฏิหาริย์แยกร่างใดๆ                   

หนุ่มสาวพลัดถิ่นท่านใดที่คาดว่าตัวเองจะตกค้างสงกรานต์ในเมืองหลวง คิดจะไปแฟนซีสงกรานต์ย่านตรอกข้าวสารและถนนพระอาทิตย์ถือโอกาสไปสรงน้ำพระพุทธสิหิงค์คงเป็นอุดมมงคลไม่น้อย เพราะสนามหลวง-บางลำภูก็ไม่ไกลเกินศรัทธาที่จะก้าวเดิน...                                                                 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 19
มัคคุเทศก์ทางวิญญาณ วันที่ : 20/04/2008 เวลา : 17.09 น.
http://www.oknation.net/blog/guide007
โลกนอกห้องเช่ามันช่างปลอดโปร่งเสียเหลือเกิน...

การเดินทางของพระพุทธรูป
อาจยาวนานมากกว่า
ชีวิตของผู้กราบไหว้
ความคิดเห็นที่ 18
ดินดำน้ำชุ่ม วันที่ : 13/04/2008 เวลา : 09.14 น.
http://www.oknation.net/blog/derreiser

สวัสดีปีใหม่ครับ

กำลังสิเมือบ้านครับ ไปคึดออดเมื่อเก่าๆ ครับ
ความคิดเห็นที่ 17
ญิบพันจันทร์ วันที่ : 12/04/2008 เวลา : 15.36 น.
http://www.oknation.net/blog/yipphanchan
ญิบ_พันจันทร์

สวัสดีวันสงกรานต์ครับ
ความคิดเห็นที่ 16
ฅนไทบ้าน วันที่ : 08/04/2008 เวลา : 22.46 น.
http://www.oknation.net/blog/konthaiban

พระพุทธสิหิงค์ ยังคงอยู่ ณ ทีเดิม
อยู่สถิตถ์มั่น ณ ใจ, กาย ของพุทธสาวก


ฅน ต่างหากต้องตาม
ตาม ...พระพุทธสิหิงค์

สาธุ พะนะฯ
ความคิดเห็นที่ 15
พู่กัน วันที่ : 07/04/2008 เวลา : 21.31 น.
http://www.oknation.net/blog/konkue

โอ้...จ๊อดสสส
มันยอดมาก
ความคิดเห็นที่ 14
โฟล์คเหน่อ วันที่ : 05/04/2008 เวลา : 00.40 น.
http://www.oknation.net/blog/folkner
...เขียนกวี เล่นดนตรี วิถีชีวิตริมฝั่งแม่น้ำสุพรรณ...

:::ครับพี่ทิด:::
ความคิดเห็นที่ 13
นายสิบหมื่น วันที่ : 04/04/2008 เวลา : 15.19 น.
http://www.oknation.net/blog/namsean
ลูกชาวนา...ลูกอีสาน...

แวะมาไหว้พระนำเด้อทิด....

มาบอกว่าเอาตอนสองกลอนลำซีวิตซาวนา ของแม่ฉวีวรรณ ลงแล้วเด้อ...

http://www.oknation.net/blog/namsean/2008/04/04/entry-1
ความคิดเห็นที่ 12
khunphai วันที่ : 26/03/2008 เวลา : 17.27 น.
http://www.oknation.net/blog/khunphai
...ตัวคนเดียว สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องเที่ยวไป...ตามใจเรา...

สวัสดีคะ ไม่ได้แวะมาที่นี้นานมากแล้ว

ยังไม่ลืมกันเลยคะ วันนี้แวะมา

ได้สิริมงคลด้วย....เวลาขึ้นกรุงเทพครั้งใดมักจะแวะ

ไปเที่ยวแถวสนามหลวงเสมอเลยคะ

มีอะไรที่น่าดูมากมายเชี่ยวละ
ความคิดเห็นที่ 11
ก้อนหิน8887 วันที่ : 25/03/2008 เวลา : 20.46 น.
http://www.oknation.net/blog/TonKaew

คุณพี่ทิด ค่ะ

ก้อนหินได้ไปกราบมาแล้วค่ะ
แต่ทำไม ท่านมีตั้ง 3 องค์ล่ะคะ

ประดิษฐานอยู่ในพระวิหาร ค่ะ
เดี๊ยวนะ ก้อนหินถ่ายรูปไว้ แต่หาไม่พบตอนนี้
หาเจอเมื่อไรจะมาpost ถามคุณพี่นะคะ

ก้อนหิน
ความคิดเห็นที่ 10
ดินเหนียว วันที่ : 25/03/2008 เวลา : 20.04 น.
http://www.oknation.net/blog/din22
ฝัน...ของดินเเหนียว เขตปลอด Tag  และปลอดคนลวง  จ้ะ

สวัสดีค่ะ...ทิดคำเมอรอน
ดินฯ มาทักทายยามค่ำค่ะ

ศรัทธา ในผลงานของคุณ มากค่ะ
ขอบคุณนะคะ
ให้กำลังใจคุณ 1 vote ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 9
ก้อนหินรำพัน วันที่ : 25/03/2008 เวลา : 09.34 น.
http://www.oknation.net/blog/LOSTGEO


หวัดดีนะครับ...

ขอทักทายกันไว้ก่อน...แล้วจะรีบตามมาอ่าน...กำลังสนใจกับเรื่องราวแบบนี้พอดี

ขอตัวทำงานก่อน...ขอบคุณครับ
ความคิดเห็นที่ 8
เจเจค่ะ วันที่ : 25/03/2008 เวลา : 02.57 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
แรดเดียวดาย ท่ามกลางไม้ป่าเดียวกัน..... 

รูปสวยจังค่ะพี่

+หวอตนะคร้า




ต้องขวิดวิจัยตลอดซัมเมอร์นี้

คงไม่แคล้วตระเวนกรุงรับศิริมงคลชีวิตค่ะ

แถวแถวสนามหลวง
ความคิดเห็นที่ 7
ทิดคำเมอรอน วันที่ : 25/03/2008 เวลา : 02.14 น.
http://www.oknation.net/blog/kamerone14
เมืองไทยในสายธารวัฒนธรรม 

...พระพุทธสิหิงค์ที่เกี่ยวข้องกับตำนานโดยตรง (ไม่นับองค์จำลอง) เชื่อกันว่ามีแค่ ๓ พิมพ์นิยมเป็นที่รู้จักกว้างขวางก็คือองค์ในพระที่นั่งพุทไธสวรรย์-ศิลปะสุโขทัยหลังยุคคลาสสิค อีกองค์ในวิหารลายคำวัดพระสิงห์ เป็นศิลปะล้านนาตอนปลายได้รับอิทธิพลพม่าพอสมควร ส่วนองค์ที่เมืองคอน ทิดคำยังไม่เคยเห็น จึงมิบังอาจแนะนำ
โดยความหมายของพระพุทธสิหิงค์ คือพระรูปเหมือนพระศาสดาที่มีความสง่าเหมือนพญาสิงห์ หากวิเคราะห์เพื่อให้สอดคล้องตำนาน ต้องยอมรับว่าองค์ในพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ มีพระพักตร์แบบสุโขทัยได้อิทธิพลลังกามากที่สุด
ความคิดเห็นที่ 6
เสือจุ่น วันที่ : 24/03/2008 เวลา : 09.37 น.
http://www.oknation.net/blog/tigerjun
21 กันยา คาร์ฟรีเดย์ ร่วมกันขึ่จักรยานทั่วประเทศ ติดตามได้ที่ http://www.bangkokcarfreeday.com

ตกลง พระพุทธสิหิงค์มีกี่องค์ครับ
ความคิดเห็นที่ 5
มัคคุเทศก์ทางวิญญาณ วันที่ : 23/03/2008 เวลา : 14.13 น.
http://www.oknation.net/blog/guide007
โลกนอกห้องเช่ามันช่างปลอดโปร่งเสียเหลือเกิน...

นับว่าเป็นความพยายามค้นคว้าอย่างมั่นคงของทิดคำ

ผมขอท้าทายนักประวัติศาสตร์ ผู้รู้ทั้งหลาย เข้ามาเยือน

บ้านทิดคำ หน่อยเถอะ

ช่วยมาแอบอ่าน และวิพากษณ์ร่วมกันอย่างเป็นมิตร

ส่วนผมไม่ค่อยประสีประสานักหรอก

แต่ก็แอบอ่านและเห็นความตั้งใจสูงครับ
ความคิดเห็นที่ 4
walkaway วันที่ : 22/03/2008 เวลา : 21.30 น.
http://www.oknation.net/blog/ake-yanee
สิ่งที่เขียนคือสิ่งที่เห็นและเป็นจริงเสมอ

เคยเข้าไปกราบไหว้ครั้งหนึ่งค่ะ..สวยมากๆ
ความคิดเห็นที่ 3
ลูกพ่อดำ วันที่ : 22/03/2008 เวลา : 14.27 น.
http://www.oknation.net/blog/kritsanasa

เรื่องนี้ยังเป็นที่น่าสนใจและถกเถียงกันมานานว่าองค์ใดกันแน่เป็นองค์ที่ทางเจ้าเมืองนครศรีธรรมราชทรงไปอัญเชิญมาจากลังกา เพราะตามประวัติศาสตร์ของเมืองนครศรีธรรมราชก็ได้เล่าขานกันว่าองค์ที่อัญเชิญไปสุโขทัยเป็นแค่องค์จำลองเท่านั้น ในขณะที่องค์เดิมยังประดิษฐานอยู่ที่เมืองคอนจนปัจจุบัน
ความคิดเห็นที่ 2
Supawan วันที่ : 22/03/2008 เวลา : 14.27 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

สวัสดีวันเสาร์ค่ะ

ขอให้วันนี้เป็นวันที่สดใส .. มีความสุขมากๆในวันหยุดสุดสัปดาห์ค่ะ.
ความคิดเห็นที่ 1
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 22/03/2008 เวลา : 11.02 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ขอบคุณบทความดีๆครับ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มีนาคม 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31