| Ami Tokito | ||
สาวแว่นสุดร้อนแรง |
||
|
View All |
||
| << | พฤษภาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||
พิมพ์หน้านี้
|
วันที่มีความสุข เมื่อวานนี้ เป็นวันที่ผมมีความสุข ?ทำไมเหรอ มีไร ไม่ใช่วันหวยออกซะหน่อยนิ ครับ ไม่ได้สุขใจเพราะถูกหวยหรอก แต่เป็นเพราะว่า เป็นครั้งแรกที่ ผมถ่ายรูปออกมาแล้วดูชัด ก็ท้าวความตามที่เล่าเอาไว้ใน ‘คุยกันก่อน’ ถึงแรงบันดาลใจท่านที่สาม ที่ทำให้ผมอยากเขียนบล็อก คือ คุณกำปง, รู เอ๊ย!! รูปของเธอ สวยงามชัดเจน แจ่มมากๆ เธอบอกเอาไว้ในข้อเขียนเรื่อง น้องทำอาหารต้องการเลี้ยงพี่...กับข้าววันนี้อร่อยถึงใจ[ภาพจากโทรศัพท์มือถือ] ในตอนหนึ่งว่า ‘อันที่จริงจะถ่ายภาพให้สวย เรื่องแรกง่ายๆ เลยนะคะ คือถ่ายภาพ ให้ "ชัด" ก่อน ภาพชัดก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้วค่ะ เรื่องมุมแปลกพิสดารค่อยว่ากันทีหลังเนอะ’ ซึ่ง ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับ แต่ปฏิบัติ์ตามยากจัง เพราะผมมีปํญหาเรื่องนี้ ตั้งแต่ได้กล้องมา ถ่ายแต่ละครั้งแต่ละคราวเกือบห้าร้อยรูป ได้รูปที่พอใจ แค่รูปสองรูป นอกนั้น เบลออ สาเหตุมันก็น่าจะมาจาก ผมตั้งเป็นอัตโนมัติ์หมด อย่างถ่ายภาพวิว ตอนกลางคืน ก็ตั้งเป็น night portrait แล้วถ่ายไปเรื่อยๆ ไม่ได้สนใจอะไรอีก ถ่ายรูปคนตอนกลางคืน ก็เช่นกัน มัวคิดไปว่ากล้องมันคงทำอะไรทุกอย่างให้เรา ผลก็ปรากฏมาอย่างที่เล่าให้ฟัง คืนวันก่อนโน้น ได้รับคำชี้แนะจากท่านพี่ทั่นหนึ่ง(ใส่เสื้อเหลือง) บอกให้ลอง เปลี่ยนเป็น A สิ แล้วค่อยปรับแสงก่อนตอนแรก ทำแค่นี้ไปก่อน เอ้ออ มันก็พอโอเคนินา และแล้ว เมื่อวานนี้ ตอนเช้า ที่ทำงานมีพิธีตั้งศาลพระพรหมกันก็เลยมีโอกาส ได้ฝึกถ่ายรูปซะด้วย ผลที่ได้ ค่อนข้างพอใจนะแม้นว่ามันจะไม่ดีไม่สวยนัก แสงมันโอเวอร์ แต่ที่สำคัญสุดสำหรับผม คือการพัฒนาการ จากเบลอซะ ไหวซะ มาเป็นพอชัดบ้าง ถ่ายเสร็จมีใครขอดู ก็พอให้เค้าดูได ้ ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็ อ๋อ!! พี่ยังไม่ได้โหลดลงคอมพ์เลย ช่วงนี้ยุ่งๆอยู่ ดูจากกล้องมันไม่เห็นอะไรร๊อก(ทั้งที่มันนั่งหน้าคอมพ์ทั้งวัน) เลยเอามาให้ดูนิดหน่อยจ้ะ เปิดตัวด้วยภาพโดยรวมของพิธี ก็ดูเรียบง่าย เล็กกระทัดรัด ![]() ศาลพระพรหม ก็ออกสไตล์ปราสาทขอม สวยดี มีลวดลายประดับตามบรรพ์ต่างๆ แรกๆที่มาถึงใหม่ๆ ก็ต๊กกะใจเหมือนกันว่า โห ศาลพระภูมิที่นี่ ใหญ่โตจริงน้อ มารู้ตอนหลังว่าเป็นศาลพระพรหม ก็มาถึงบางอ้อ ว่าต้องเป็นเช่นนี้แล ![]() พิธีก็ผ่านไปเรื่อยๆ ตั้งแต่เชิญพระพรหม จากที่ประทับเดิมที่อยู่ชั้นสองของตึก แล้วก็มีสวดภาวนา จากนั้นก็เอาผ้าแพรสี คล้องรอบศาล ทำพิธีผูกผ้าแพร แล้วจึงอัญเชิญพระพรหมเข้าศาลจ้า ![]() เห็นได้ว่า ศาลพระพรหมเนี่ย คนเข้าไปนั่งได้ทั้งคนเลย ถ้าดูดีๆใต้ฐานจะมีเหรียญ ที่เก็บรวบรวมมาจากพนักงานทุกคน ![]() พระพรหมประดิษฐานในศาลอย่างเรียบร้อย จากนั้นก็มีพิธีกรรม อีกชุดนึง จบด้วยพนักงานทุกคน จุดธูปไหว้พระพรหม ![]() บรรพ์ด้านหนึ่งของศาล ถ้าข้อมูลไม่ผิด น่าจะเป็นพระนารายน์ ![]() เด็กๆละแวกนั้นก็แวะมาดูด้วย มาเมียงมองกัน เอ๊ ผู้ใหญ่เค้าทำอะไรกัน น๊ออออ ![]() เอามาดูกันพอเป็นน้ำจิ้มนะจ๊ะ รู้สึกดีที่ตั้งศาลแล้ว เหมือนมีอะไรคุ้มครอง เพราะมาอยู่ที่นี่ พนักงาน จะเจอสิ่งลี้ลับกันบ่อย แปลกที่ว่า คนที่เจอ มั้นก็วนเวียนอยู่แค่คนสามสี่คนเท่านั้น พวกนี้ดวงไม่ค่อยดี เจออะไรที่ไม่อยากเจอ ตอนแรกผมก็หาว่าเค้าตาฝาด แต่มันเจอกัน จนมันนั่งร้องห่มร้องไห้ บอกหนูเบื่อจริงๆพี่ เจออยู่นั่นแหล่ะ เมื่อวานก็มา ไม่รู้ติดอกติดใจอะไรหนูนักหนา พูดกันก็ไม่รู้เรื่อง ขอหวยก็ไม่ได้ ฮืออ ฮืออ และเจ้าพวกนี้พกเครื่องรางของขลังรอบตัวไปหมด จตุคามเนี่ย มีคนละสองสามอัน เสาะหากันมา แต่ก็ยังโดนเหมือนเดิม มาตอนนี้ มีศาลพระพรหมแล้ว พวกลูกช้างทั้งหลาย ก็ได้แต่หวังว่าสถานการ์ณ จะดีขึ้นมั่ง ยังจ้ะยังไม่หมด ยังมีอีกก๊อกนึง ไหนๆก็โพสท์แล้ว เอามันซะหมดกรุไปเลยดีกว่า หลังจากถ่ายรูปพระพรหมเสร็จ ตอนบ่ายก็มานั่งคัดรูปอยู่ที่ห้อง สักพัก พอเมื่อยตาเข้า ก็มองออกไปนอกหน้าต่าง ก็จ๊ะเอ๋กะเจ้าตัวนี้ เป็น ปาด สีซีดๆตัวนึง เกาะอยู่ที่ใบตาล ท่าทางปล่อยอารมณ์ทำมิวสิคเต็มที่ ![]() ไม่รอช้า วิญญาณธีรพงศ์เข้าสิง (มาแต่วิญญาณ หน้าตาและภรรยาไม่ได้มา) ก็เลยประกอบD80 กับไอ้โยกเยก (ไอ้โยกเยกคือขาตั้งกล้อง ที่เค้าแถมมาตอน ซื้อกล้อง มันดูบอบบางมาก กางมันออกแล้วเต็มที่ มันสูงได้สุดๆแค่เลยสะดือผมนิดเดียว ก็ถามน้องคนขายว่า พี่ขอแลกซื้อกับอันที่มันดีกว่านี้ได้มั้ยจ๊ะ เพราะอันนี้พี่เอาไป ก็ใช้กะกล้องพี่ไม่ได้ ก้อคงเอาไว้ตากกางเกงลิงได้อย่างเดียว อิน้องได้ยินก็ปิ๊ดปะตู๋ดังปั้ง เอ้ย ไม่ใช่ อิน้องเธอไม่ยอมรับรู้รับฟังใดๆทั้งสิ้น เค้ามีโพลิซีมาอย่างงี้เคอะ (เดาะภาษาฝรั่งเข้าอีก) ซื้อของราคาเกินหมื่น เค้าก็จะแถมอันนี้แหล่ะเค่อะ และทำหน้าทำตาประกอบเหมือนกับว่า เมิงเอาไปเหอะ อย่ามาเรื่องมากกะกรู กรูไม่ค่อยได้ใช้สมอง อย่ามาบังคับให้คิดอะไรมาก ตอนนี้ก็ใช้ไขสันหลังคิดอยู่ ตามด้วยหน้าตาเหมือนอยากไประบายของหนักออกจากตัว) ผมก็เลยต้องเอาไอ้โยกเยกกลับมา เวลาประกอบกับกล้องมันก็โยกเยกสมชื่อมัน ปล่อยมันไว้สองต่อสองกะนังหนูD80 ได้ไม่เกินห้าวินาที เจอลมพัดอ่อนๆ มันก็เริ่มออกอาการมึนเมา ซวนเซ ทำท่าจะปักหัวเอาง่ายๆ แต่ไฟล์ทนี้ ก็จำต้องใช้บริการมันซะหน่อย เพราะอยากจะลองถ่ายแบบโลตัส เอ๊ย มาโคร ดูบ้าง ลำพังใช้สองมือประคองกล้องอย่างเดียว รูปออกมาน่าจะเบลอแหงๆ ก็เริ่มละ ออกไปลุย เปิดประตูหน้าต่าง ก้าวออกไป (พอดีห้องอยู่ชั้นหนึ่ง) อูวว์!!!! ร้อนอิ๊บอ๋ายเลย เอาฟะ ทนหน่อยคิดถึงรูปคุณกำปงเธอไว้ ลุยมัน ก็ทั้งยองๆ แหงนคอ เขย่งตัวเอาหัวทิ่มลงมาถ่าย เอ๊า!!!! ใบตาลบังอีก ต้องฉีกทิ้งไป แต่ต้องขอขอบคุณนายแบบ เป็นอย่างมาก ที่นิ่งจริงๆ ไม่กระดุกกระดิกเท่าไหร่ มีขยับหนีนิดหน่อยตอนที่ทิ่มกล้องเข้าไปใกล์(คิดว่าถ้าซูม คงเบลอแน่นอน) เลย เข้าไปใกล้ที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก็ได้รูปมาสามโพสท์ โพสท์ละหลายรูปอยู่ อยากถ่ายเพิ่ม แต่ต้องขออำลา เพราะหลังๆนายแบบปาด เริ่มรำคาญ ขยับตัวยุกยิก เตรียมจะกระโดด ประกอบกับข้าพเจ้าเอง เริ่มเหงื่อท่วมตัว ไหลย้อยเข้าตาซะอีก พอดีก่า โพสท์แรก : ถ่ายย้อนจากด้านหลัง พอตอนมานั่งดูในคอมพ์ ก็คิดว่าถ้านายแบบ อึออกมาดังแพร่ด คงเป็นรูปที่น่าจะ National Geographic มากกว่านี้เนอะ ![]() โพสท์ที่สอง : โพสท์นี้แหละ ที่ทิ่มเลนส์เข้าไปให้ใกล้ที่สุด จนอาจจะทำให้นายแบบ เห็นเงาสะท้อน ของตัวเองจากเลนส์ก็ได้เนอะ มันเลยเริ่มตกใจ ว่าไอ้ตัวนี้มาจากไหนฟะ ![]() โพสท์สาม : ตั้งชื่อว่า ชะเง้อคอรอแฟน ชอบรูปนี้มากเป็นพิเศษ ดูนายแบบ (มาตอนนี้ชักไม่แน่ใจ หรือจะเป็นนางแบบหว่า) ตาหวานเชียว มือไม้ก็เกาะใบตาลดูเรียบร้อยเอี้ยมเฟี้ยมดี ![]() จบแล้วครับ ขอบคุณที่ดูจนจบ นี่ล่ะครับ วันที่ผมมีความสุข เนื้อเรื่องข้างบน ผมโพสท์เมื่อวานนี้ครับ แต่ไม่รู้ทำไม มีแถบขาวๆ แทรกเข้ามาระหว่างบรรทัด แก้ยังไงก็ไม่หายซะที แถมมีเพื่อนๆมาคอมเมนท์กันแล้วด้วย มาวันนี้ ลองปรับแก้ดูอีกที ก็ไม่ดีขึ้น ก็เลยลบโพสท์เก่า ขึ้นเป็นโพสท์ใหม่ โดยCap คอมเมนท์เดิม มาไว้ด้วยครับ ![]() ![]() ![]() ![]()
|