|
ข้าวเที่ยงสำหรับผมวันนี้ มันก็เป็นเหมือนทุกๆวัน ล้อมวงกินข้าวกับพี่ๆน้องๆ ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น แกร๊งงงงงง ผม "หวัดดีครับพี่" เจ้านาย "หนุ่ม ทำไรอยู่วะ" ผม "กินข้าวครับพี่(โทรมาตอนเที่ยง แล้วจะให้กรูทำไรอยู่ฟระ)" เจ้านาย "เออ มาพนมเปญหน่อยสิ พอดีคนที่นี่เค้าลากลับบ้าน" ผม "ได้ครับพี่ ไปวันไหน อาทิตย์หน้าเหรอ" เจ้านาย "เฮ้ย บ่ายนี้แหล่ะ บอกให้ลัคนา(เลขา) จองตั๋วเครื่องบินให้" ผม "ว่าไงนะพี่ บ่ายนี้เลยเหรอ พี๊ แล้วงานทางนี้ล่ะ" เจ้านาย "ไม่ต้องห่วงหรอก มีคนดูอยู่" ผม "ได้ครับพี่ เดี๋ยวเจอกัน"
นี่แหล่ะ ก็เลยต้องแจ้นมาที่ห้อง จัดเสื้อผ้า เตรียมตัวสำหรับหนึ่งอาทิตย์ในพนมเปญ ถ้าตามสำนวนพี่ก๊วย(พี่สาวที่มีลิ้งค์ เป็นบล็อกเพื่อนบ้าน) เธอก็จะบอกว่า เจ้านายใช้ให้เราไปไถนาที่แปลงไหน เราก็ต้องไถให้ได้ทุกๆแปลงไป
 ห้องของผม รกชะมัดเลย
ก็ยังไม่วาย อยากอัพบล็อก ด้วยอารมณ์ตื่นเต้น ผมจะพาเพื่อนๆ เดินทางไปด้วยกัน จนดึกดื่นคืนนี้เลยล่ะ ผมได้ไฟลท์แล้ว บ่ายสี่โมงครึ่ง และออกจากที่ทำงานนี่ บ่ายสามโมงครึ่ง ถ้าเป็นไปได้ จะถ่ายรูปให้เยอะที่สุด แล้วก็ทะยอยโพสท์เรื่อยๆ อยากเอารูปสนามบินในประเทศมาฝาก เพราะผมไม่เคยไปเหมือนกัน เคยแต่สนามบินนานาชาติ
14.40 น. ลัคนาเอาตั๋วมาให้แล้ว
 26 กย. 10.40น. เมื่อคืน กว่าจะกลับมาล้มตัวนอน ก็ปาไปเกีอบตีสอง ที่นี่เค้ารับน้องกันหนักหน่วงดีแท้ ต่อครับ เมื่อวาน ไม่ได้มาอัพบล็อกอย่างต่อเนื่อง ก็เพราะ ไม่ว่างเอาซะเลย ครับ ตอนนี้ผมอยู่พนมเปญ และเริ่มทำงานแล้ว เมื่อวานก็เดินทางโดยสวัสดิเพียบ (ภาษาขแมร์แปลว่าสวัสดิภาพ) เอารูปมาให้ดูหน่อยนะ บรรยากาศของล้อบบี้ผู้โดยสารขาออก ของสนามบินเสียมเรียบ
 มันก็โปร่งๆ โล่งๆ ร้อนนิดหน่อย เพราะแดดส่องเข้ามา รูปนี้ผมถ่ายตอนคนไม่เยอะ แต่จริงแล้ว วันนี้ผู้โดยสารเต็มลำเลยแหล่ะ บ่ายสี่โมงกว่าๆ ก็ได้เวลาขึ้นเครื่อง
 ผมได้รับคำบอกเล่าว่า ถ้านั่งเครื่อง จากเสียมเรียบไปพนมเปญ ให้เลือกที่นั่งด้านขวา เพราะจะเห็นวิวของโตนเลสาปอย่างชัดเจน โตนเลสาป เป็นทะเลสาป(สะกดด้วย ป ปลา หรือเปล่าไม่แน่ใจ คุณวิหคฯ รบกวนตรวจทาน) น้ำจืดที่มีขนาดใหญ่มหึมา กินพื้นที่หลายหมื่นตารางกิโลเมคร ในยามหน้าแล้ง น้ำจะแห้งเหือดไปประมาณหนึ่งในห้า ทำให้เกิดพื้นที่ว่างเปล่ามากมาย เวลาน้ำหลาก ซึ่งเริ่มต้นด้วยเดือนนี้ น้ำก็จะเอ่อท่วมพื่นที่เหล่านั้น โดยสายตาที่ผมเห็น มันใหญ่จริงๆ สุดลูกหูลูกตาไปเลย ยังกับทะเลที่ภูเก็ตบ้านผม  โตนเลสาบ เห็นได้เป็นเวิ้งน้ำด้านบนของรูป และด้านล่างเป็นพื้นที่ที่น้ำเริ่มท่วม พระอาทิตย์เริ่มอัสดง น้ำเริ่มเป็นประกายสีทอง
กลับมาบนเครื่องบิน รูปนี้กลั้นอกกลั้นใจถ่ายมาฝากบรรดาเจ๊ๆป้าๆละแวกนี้ เห็นว่าช่วงนี้กระแสเกาหลีมาแรงเหลือเกิน เลยเอารูปสจ๊วตขแมร์มาฝาก
 เครื่องเริ่มลดระดับลงแล้วล่ะครับ
 ก่อนร่อนลงพนมเปญ ก็เห็นได้ว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ ยังเป็นทุ่งนาเขียวขจี และมีแม่น้ำเยอะแยะไปหมด
ถึงแล้ว สนามบินนานาชาติพนมเปญ
 แว๊บแรกที่เห็น เฮ๊ย มันเล็กจังว่ะ ตึกก็หน่อมแน้ม เหลืองซะ เล็กกว่าภูเก็ตอีกนะเนี่ย ทางเข้าอาคาร เหมือนรูอะไรก็ไม่รู้
 ไอ้งวงช้าง ก็มีไม่กี่อัน เฮ๊ย ไหงมันเล็กขนาดนี้นะ  แต่พอเดินเข้ามา กบอย่างผม ก็ออกจากกะลา ดูจากข้างนอกเล็กๆ แห้งแล้ง เป็นตึก ผมก็ทำใจ คิดว่าข้างในคงเน่าสนิท ดำๆมืดๆ ที่ไหนได้ บรรยากาศรีสอร์ทเลยครับ นี่เป็นทางเดินเลียบน้ำ นำเราไปเอากระเป๋า เขียวสดชื่นเอามากๆ
 บริเวณรางรับกระเป๋า โอเพ่นแอร์ แต่ไม่ร้อนเลย มีเสียงน้ำพุแว่วมาตลอด ฟังแล้วสดชื่นดีจัง
ออกจากสนามบิน ก็เก็บกล้องเข้ากระเป๋า จากนั้นก็ไปทานข้าวกับนาย ปรากฏว่าวันนี้ เหมือนกับเป็นการชุมนุมของบรรดานายๆทั้งหลาย มากันครบเชียว เลยกินข้าวกินเหล้ากันสนุกสนาน จากนั้นก็เข้าที่พัก ตามสายตาที่เห็น พนมเปญ มันก็จะเหมือนกรุงเทพเข้าไปทุกที อาคารสถานที่ ห้างใหญ่ๆ เต็มไปหมด ถนนหนทางก็ใหญ่โต สะอาดดีเหมือนกัน รถราก็เยอะแยะ เสียมเรียบที่ผมอยู่ กลายเป็นบ้านนอกไปเลย เสียแต่เรื่องการจราจร น่ากลัวมากๆ เพราะฝ่าไฟแดงกันเป็นเรื่องปกติ เห็นไฟแดงแล้วชะลอๆนิดหน่อย ถ้าพอไปได้ ก็จะไปกัน ประมาณสามทุ่ม นายอีกคนโทรชวนไปคาราโอเกะ หึมม์ นึกว่าคืนนี้จะเงียบเหงาเสียแล้ว คาราโอเกะที่ไป เป็นตึกใหญ่ห้าชั้น ตบแต่งทันสมัย หรูดี สาวๆก็น่ารัก หน้าตาดี ถ้าเทียบกับเสียมเรียบ

ตีหนึ่งแล้ว นายยังเฮฮาอยู่กับผองเพื่อน ซึ่งนายมีเพื่อนเยอะจริงๆ ด้วยบุคลิกติดดิน สบายๆ ช่างเล่าช่างแซว เพื่อนนายก็เลยตามมาสมทบเรื่อยๆ ทั้งไทย ทั้งขแมร์ ดื่มกินกันสนุกสนาน แบล็กลิตรหมดไปสามกลมละมั้ง ตอนผมจากมา ผมก็ลานายกลับก่อนล่ะ ผม "พี่ กลับก่อนนะ พรุ่งนี้ทำงานเจ็ดโมงเช้า" นาย "เฮ๊ย รีบกลับไปไหนวะ ยังมันส์อยู่เลย เฮ๊ยๆ ร้องอีกเพลง แล้วค่อยไป" ผม "ตาเริ่มเหล่แล้วพี่ เดี๋ยวตื่นไม่ไหว พรุ่งนี้" นาย "เออๆๆๆ ไปเหอะ" เช้านี้ ผมสะโหลสะเหลออกจากห้องประมาณหกโมงครึ่ง ลำคอแห้งผาก ปากก็ขมไปหมด ด้วยฤทธิ์สุรา ลงมาชั้นล่างอพารท์เมนท์ ไปร้านอาหารเพื่อหาข้าว และกาแฟดับถทธิ์แฮงค์โอเวอร์ซะหน่อย ผมก็พบนาย แต่งตัวเนี้ยบ หน้าตาสดใส ทานอาหารไปแล้วครึ่งจาน ยิ้มเผล่ พลางทักผม "เฮ๊ย หนุ่ม ลงมาช้าจังวะ เอ้าๆๆ หาไรกินซะหน่อย เอ้อ เดี๋ยวเย็นนี้ ไปกินเหล้ากะพี่อีกนะ"
|