| Ami Tokito | ||
สาวแว่นสุดร้อนแรง |
||
|
View All |
||
| << | ธันวาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||
พิมพ์หน้านี้
|
แกร๊งงง แกร๊งงงงงง!! เสียงปลุกจากโทรศัพท์มือถือ ดังขึ้นตอนตีสี่ครึ่ง ในวันที่ 2 ธันวาคม ที่ผ่านมา ปกติวิสัยของผมก็คือ งัวเงียมาปรับเวลาอีกซักสิบนาที แล้วนอนต่อ พอถึงเวลา ก็โงกเงกขึ้นมาปรับเวลาต่ออีก น่านะ ขออีกซักห้านาทีก็แล้วกัน แต่เช้านี้ ไม่เป็นอย่างนั้น พอเสียงกริ่งดังขึ้น ผมก็เด้งตัวออกจากที่นอน สะบัดหัว มือตบท้ายทอยให้หายมึนงง มุดเข้าห้องน้ำ อาบน้ำเย็นเฉียบ เพื่อปลุกร่างกายให้ตื่นอย่างรวดเร็ว ผมมีนัดครับวันนี้ ผมนัดกับ "นครวัด" ผมจะไปดูเธอในยามที่เธอตื่นจากหลับไหล และร่วมกิจกรรม ที่เมืองเสียมเรียบที่รักของผมจัดขึ้น เช้าวันนี้ เป็นวันแข่งขันวิ่งมาราธอน หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า "Angkor Wat International Half Marathon" ที่จัดกันเป็นประจำทุกๆปี พวกเรา สมัครเข้าแข่งขันกันเกือบยี่สิบคน ยกขบวนกันออกจากที่ทำงานแต่ตีห้า ทั้งนักกีฬาและกองเชียร์ มาถึงนครวัด ตอนนั้นยังมืดสนิท มองเห็นแต่แสงไฟฉายจากไกด์ทัวร์วับวอมแวม พาลูกทัวร์เดินผ่านสะพาน เข้าสู่ชั้นในปราสาท อีกไม่นาน แสงแห่งรุ่นอรุณก็เริ่มฉายออกมาทางด้านหลังปราสาท เกิดภาพเงาดำ หรือซิลูเอท งดงามเหลือเกิน ![]() อาทิตย์เริ่มโผล่จากขอบฟ้ามากขึ้นๆ เกิดแสงและสีสันต่างกัน เพียงแค่หนึ่งนาที รูปนี้ด้านขวาของสะพาน ![]() มุมด้านซ้ายของสะพานบ้าง อากาศเช้านี้ดีเหลือเกิน อุณหภูมิประมาณยี่สิบ มีลมพัดเอื่อยๆจากสายน้ำมาพอเย็นๆตัว ![]() นครวัดฮาล์ฟมาราธอนเค้าจัดกันทุกปี ในช่วงเดือนธันวาคมนี่ล่ะครับ จัดกันสองวัน วันแรกจะเป็นแข่งจักรยาน วันที่สองก็วิ่งมาราธอนกัน ฟ้าสว่างแล้ว เรามาดูบรรยากาศกันหน่อย ![]() คนเยอะมากครับ ตอนนี้เวลาประมาณหกโมงเช้า ![]() อืมม์ บรรยากาศดีเนอะ ![]() เช้านี้รู้สึกสดชื๊น สดชื่นยังไงบอกไม่ถูกเยย ![]() เล่าประวัติ์ให้ฟังนิดหน่อยดีกว่า การวิ่งมาราธอนที่นครวัดเนี่ย ต้นคิดคือคนญี่ปุ่น อยากจะจัดงานอะไรสักอย่าง เพื่อระดมเงินมาช่วยผู้พิการที่เกิดจากความโหดร้ายในยุคเขมรแดงครองเมือง ทำให้ผู้คนล้มตายกว่าสองล้านคน และแขนขาขาดจากกับระเบิดอีกมากมาย เมื่อประมาณปี 1995 ที่เมืองมาเก๊า คนญี่ปุ่นสี่คนจากหนังสือพิมพ์Sankei Shimbun และคนขแมร์สามคน ได้หารือกันจริงๆจังๆ ในเรื่องนี้ และในปีต่อมา เดือนเมษายน ก็ได้เดินทางมา เพื่อหาความเป็นไปได้ที่จะจัดการแข่งขันขึ้น พี่แกก็มาด้อมๆมองๆแถวนครวัดนี่แหล่ะ ก็เลยโดนทหารจับเข้าให้ ก็คงเป็นเพราะในช่วงนั้น เสียมเรียบยังเป็นเมืองปิดอยู่ ไปด้อมๆมองๆ เห็นท่าไม่ดี เค้าก็เลยเอาไปสอบสวน ต่อมาพอเข้าใจกัน ก็เลยได้จัดงาน เริ่มในปี 1996 นั่นเอง และกลายเป็น งานประจำปีในระดับชาติ หรือ National Event ไป ที่เขียนมาข้างบน เอามาจากเวบไซท์เค้านะ ไม่ได้นึกเอาเอง ดูได้จาก http://www.angkormarathon.org เมื่อก่อนก็หาเงินเพื่อซื้อแขนขาเทียม มาปีสองปีนี้ ก็ระดมเงินเพื่อป้องกันเอดส์ด้วย ![]() พี่สองคนนี่ ดูท่าจะเป็นมืออาชีพ ![]() เริ่มตั้งแถวกันแล้วครับ การแข่งขันแบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม กลุ่มแรก 21 km Wheel Chair ![]() ให้สัญญาณปล่อยตัวโดยท่านเอกอัคราชทูตญี่ปุ่นประจำกัมพูชา ![]() ปล่อยตัวแล้วครับ ผ่านไปตรงไหน ก็มีคนปรบมือเป็นกำลังใจให้ตลอด แต่น่าเห็นใจคนที่ใช้รถเข็นแบบโรงพยาบาล เพราะหมุนล้อลำบากมาก และวิ่งไม่ค่อยตรงทาง ![]() กลุ่มที่ 2 Half Marathon men and women ![]() กลุ่มนี้ก็มืออาชีพล้วนๆครับ ผู้ชายใช้ป้ายขาว ผู้หญิงใช้ป้ายสีเหลือง ![]() ผู้ว่าฯเสียมเรียบ ปล่อยตัวนักกีฬา ![]() เริ่มแล้ววว วิ่ง วิ่ง วิ่ง ![]() อ๊ะ มีมาแจมกะเค้าด้วย ![]() มีกองเชียร์มาสร้างสีสัน ![]() กลุ่มที่3 10 km Men and Women สาวนักวิ่งเนี่ย ขาดไอ้ป๊อดไม่ได้เลย เป็นแฟชั่นไปเสียแล้ว ไม่คาดที่แขนก็เหน็บที่เอวกัน ![]() อ้าวพี่ มาวิ่งหรือมาเล่นมวยปล้ำเนี่ย ผมชอบสายตาของคนทางซ้ายมากๆเลย ![]() ตั้งแถวกันแล้วครับ พวกเราก็อยู่กันในกลุ่มนี้แหละ ![]() สิ้นเสียงปืนปล่อยตัว ก็สับกันเต็มที่ล่ะ ![]() เอารูปหนุ่มๆมาคั่นซะหน่อย เดี๋ยวป้าๆแถวนี้จะหาว่าผมใจดำ ![]() กลุ่มที่4 5km women กลุ่มนี้เฉพาะหญิงเท่านั้น ![]() สังเกตุเห็นความแตกต่าง ![]() มีเสียงคิกคักอยู่หลังผม หันกลับไปดู อ้อ มิสลี นั่นเอง เธอเป็นล่ามเกาหลีประจำที่ทำงานของเรา เธอชี้ให้ผมดู แล้วบอกว่า นี่ไง "อะจุมม่า" ผมก็ "หา อะไรน่ะมิสลี ขยายความหน่อยจิ๊ อะจุมม่า คืออะไร" เธอยังหัวเราะคิกคัก บอกว่า "อะจุมม่า เป็นคำล้อเลียน หมายถึงผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว อายุเกินสี่สิบ มีลักษณะคุณนาย แต่งหน้าสวยตลอดเวลาออกไปไหน ต้องดัดผมด้วย และเวลายืนถ่ายรูป เค้าจะยืนเกาะแขนกันอย่างนี้แหล่ะ" ![]() นี่ล่ะครับ "อะจุมม่า" ของมิสลี ตอนก่อนผมยกกล้องถ่าย เธอเกาะแขนกันทุกคนเลยนะ กลุ่มสุดท้าย 3km kids ![]() ส่งท้ายด้วยเด็กน้อยครับ ![]() ผมถ่ายรูปมาถึงตอนนี้ ก็ต้องกลับไปทำงานแล้วล่ะครับ เลยไม่มีรูปตอนเข้าเส้นชัยมาฝากกัน ผมมีความสุขที่ได้มางานนี้มาก เพราะเป็นงานที่จัดขึ้นเพื่อช่วยเหลือคน และอีกอย่าง ผมว่าเค้าจัดงานได้ดี ที่คัดกลุ่มนักวิ่ง ให้คนในทุกๆวัยได้มีส่วนเข้าร่วมด้วยและผมเห็นแต่รอยยิ้มในเช้าวันนั้น ท้ายนี้ ผมอยากบอกคุณว่า ถ้าคุณมาเสียมเรียบ ผมจะพาไปชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าอันสุดสวยที่นครวัด ผมสัญญาครับ
|