• kamolnum
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kamolnum_p@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-23
  • จำนวนเรื่อง : 49
  • จำนวนผู้ชม : 19028
  • จำนวนผู้โหวต : 178
  • ส่ง msg :
Ami Tokito

สาวแว่นสุดร้อนแรง

View All
<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



วันศุกร์ ที่ 16 พฤษภาคม 2551
พี่ป้อม
Posted by kamolnum , ผู้อ่าน : 434 , 00:02:06 น.  
พิมพ์หน้านี้


ได้เวลาตอบ tag ที่น้องสาวของผมส่งมาให้ซะที น้องapooh ส่ง Tag มาให้ ในหัวข้อ "ขอเชิดชูสามัญชน ...คนที่เราเคารพ ศรัทธา ได้อย่างเต็มหัวใจ" เป็นหัวข้อที่ดี แต่เขียนยากจังเลยอ่ะครับ ข้อแรกจะเขียนถึงใครดีน๊า และอันดับที่สอง ถ้านึกออกแล้ว จะเขียนออกมายังไง ให้ดูพอดีๆ ที่ไม่ยกยอปอปั้นกันเกินงาม


ผมนึกออกแล้ว ขอเขียนถึงคนๆหนึ่ง


คงต้องย้อนเวลากลับไปซักสิบปี ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ชีวิตล่องไปลอยมา เป็นช่วงที่ว่างจริงๆ และแล้วก็มีอยู่วันหนึ่ง เพื่อนของพี่สาว ซึ่งก็เหมือนพี่สาวแท้ๆของผมคนหนึ่ง ชวนไปช่วยเธอดูแลร้านอาหาร ซึ่งเป็นสาขาที่สองของเธอ


ร้านนี้ชื่อ "เกลียวคลื่น" ครับ สาขาแรกอยู่สุขุมวิทซอยสิบ สาขาสองที่เปิดอยู่ที่ตลาดลุงเพิ่ม หลังการบินไทยสำนักงานใหญ่


ตลาดลุงเพิ่มในเวลานั้น อยู่ในยุคที่เริ่มจะบูม ในตลาดจะซอยยิบย่อยเป็นห้องเล็กๆ ขายของประเภทเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า ที่ทันสมัยเจี๊ยบ แต่ในราคาไม่แพงมาก เป็นที่นิยมแก่สาวๆออฟฟิศการบินไทยเป็นยิ่งนัก ชื่อเสียงก็เริ่มเป็นที่รู้จัก จึงทำให้นอกจากสาวๆหนุ่มๆออฟฟิศมาเดินเที่ยวและหาของกินกัน คนนอกพื้นที่ก็เริ่มเข้ามาจับจ่ายใช้สอย กลายเป็นแหล่งช๊อปปิ้งที่มีชื่อเสียงเลยทีเดียวครับ


ร้านเกลียวคลื่น ก็เกิดมาในเวลานั้น เป็นร้านในตึกแถวคูหาเดียว ติดแอร์ โชว์ครัวในห้องกระจกด้านหน้าร้าน ที่ร้านขายอาหารเวียดนามครับ ช่วงแรกๆ ก็ขายเฉพาะกลางวัน ถึงตอนที่ผมไปช่วยดูแล ก็เลยเปิดช่วงกลางคืนด้วย และปิดร้านตอนสี่ทุ่ม


ในช่วงกลางวัน สิบเอ็ดโมงครึ่งถึงบ่ายสอง เป็นช่วงวุ่นวายสุดๆของร้าน ลูกค้าเข้ามาต่อเนี่องไม่ขาดสาย อาหารที่ร้านบอกได้เต็มปากว่าอร่อยมากครับ แต่อาหารเวียดนามก็ค่อนข้างจุกจิกเหมือนกัน ใช้เวลาจัด ใช้เวลาปรุงเอาเรื่องอยู่ และยังมีเครื่องเคียงอีกสารพัด ก็ต้องคอยจัดการทุกๆอย่างให้มันลงตัว เพราะคนที่มาทานทุกคน รีบเหมือนกันหมด สนุกครับ โดนลูกค้าด่าจนชินไปเลย


ในช่วงเย็น หลังจากพักร้านสองชั่วโมง ร้านเปิดอีกรอบในเวลาหกโมงเย็น ช่วงนี้ก็สบายๆครับ ลูกค้ามาเรื่อยๆ ส่วนใหญ่เป็นคนที่อาศัยอยู่บริเวณนั้น หรือก็เป็นพรรคพวกเพื่อนฝูงมาอุดหนุนกัน


คืนหนึ่ง ดึกมากแล้ว ที่ร้านผมเหลือลูกค้าโต๊ะสุดท้าย แต่ก็เป็นเพื่อน คุ้นเคยกัน โอ้เอ้นิดหน่อยไม่เป็นไร อยู่ๆ ก็มีคนผลักประตูร้านเข้ามา ก็เป็นผู้ชายผมยาวประบ่า ผมเห็นก็ออกไปต้อนรับ
"ทานข้าวเหรอครับ พอดีปิดตอนสี่ทุ่ม อาหารไม่มีแล้ว ถ้าพี่จะทาน ตอนนี้มีแต่เครื่องดื่มกับสแนคครับ"
"เอ่อ มีบุหรี่ขายไม๊ครับ" พี่เค้าถาม ก็คงเป็นเพราะร้านของชำแถบนี้ปิดหมดแล้ว
"บุหรี่ไม่มีขายครับ ว่าแต่ว่าพี่สูบมาร์ลโบโร่แดงได้ไม๊ ผมมีอยู่ซองสองซอง"
พี่เค้ายิ้ม "ได้ครับ"
ผมก็ขายบุหรี่พี่เค้าไป พร้อมกับคิดในใจ หน้าคุ้นๆแฮะ นึกไปนึกมาก็ ใช่แล้ว


แรกคิดว่า พี่เค้าคงมีบ้านอยู่แถวๆนั้น แต่ก็ไม่ใช่ครับ เค้าเปิดร้านอาหารเหมือนกัน อยู่ถัดไปจากร้านผมแค่สามสี่ร้านเอง เป็นร้านอาหารฝรั่ง ชื่อร้าน "จานสวย" ครับ และพี่เค้าชื่อ "พี่ป้อม"

ซอยหลังการบินไทยในสมัยนั้น ตอนหัวค่ำก็เรื่มเงียบเชียบแล้วครับ มีร้านอาหารในละแวกนั้นอยู่หลายร้านเหมือนกัน ด้วยว่าไม่ได้ติดถนนใหญ่ แต่เป็นซอยเล็กๆ หาที่จอดรถลำบาก ดังนั้นลูกค้าที่มา ก็จะเป็นลูกค้าประจำซะเป็นส่วนมาก แบบตั้งใจมากิน ที่โด่งดังมากๆก็ ร้านกระเทียม, ร้านหัวปลี (ตอนนี้ก็ยังเปิดอยู่), ร้านครัวคุณประเสริฐ

ร้านจานสวย สมัยอยู่หลังการบินไทย ก็เป็นร้านเล็กๆ คูหาเดียว ตกแต่งน่ารัก ออกสไตล์โฮมเมดคุกกิ้ง เชฟใหญ่ก็คือ พี่แอ๊นท์ ภรรยาของพี่ป้อมนั่นเอง

จากวันที่เจอกับพี่ป้อมวันแรก ก็เริ่มคุ้นหน้าคุ้นตากัน สนิทกันมากขึ้น ถึงขนาดของร้านใครหมดก็มาหยิบยืมกันได้
"พี่แอ๊นท์ หอมใหญ่หมดน่ะพี่ ลืมซื้อ"
"โน่นๆ หาดูในตะกร้าตรงโน้น ถ้ามีก็เอาไป"

"เฮ๊ยหนุ่ม ไฮนีเก้นร้านพี่เกลี้ยงเลย ร้านหนุ่มมีไม๊ เอามาซักลังซิ"
"ได้พี่ ปิดร้านพอดีเลย" ไอ้หนุ่มก็ยกลังเบียร์ไป แล้วก็ไม่กลับบ้านกลับช่อง นั่งต่อร้านพี่เค้านี่แหล่ะ


จากนั้นก็กลายเป็นกิจวัตร ผมปิดร้านของผมเสร็จ ก็จะเดินไปนั่งต่อที่จานสวย ได้นั่งพูดคุยดื่มกินกัน ได้รู้จักกันมากขึ้น ทำให้ผมประทับใจในตัวพี่เค้า แม้ว่าชื่อเสียงพี่ป้อมจะระดับประเทศ เป็นอาจารย์ทางดนตรีที่ผู้คนยอมรับ แต่ตัวตน เป็นคนเรียบง่าย สบายๆ ไม่มีอีโก้ของศิลปินพอกอยู่แม้แต่นิดเดียว

พี่ป้อมเปิดเพลงจากเทปคาสเส็ตเก่าๆคลอร้านอยู่ตลอดเวลา บางเพลงผมก็คุ้น บางเพลงก็ไม่เคยได้ยินมาก่อนในชีวิต เพลงที่เปิดมีหลากหลาย ตั้งแต่ลูกทุ่งยันคลาสสิค ด้วยความเป็นคนหูดับเรื่องดนตรี ผมฟังแล้วก็โอเค เพราะดีนะ ไม่ได้ดื่มด่ำอะไรกันซักเท่าไหร่

แล้วก็มีอยู่คืนหนึ่ง หลังจากคุยกันเรื่องสัพเพเหระทั่วไปอยู่ เทปเก่าๆนั้นเริ่มเล่นเพลงใหม่ เป็นเพลงบรรเลง ผมฟังไปได้เกือบครึ่งเพลง นึกยังไงก็ไม่รู้ เลยบอกพี่ป้อมว่า
"ฟังยากนะพี่ มีเครื่องดนตรีหลายชิ้นมากๆเลย" พี่ป้อมยิ้ม เดินไปกรอเทปกลับ แล้วเปิดใหม่
"เพลงนี้นะ เกี่ยวกับชีวิตชาวนาว่ะ" ผมอ้าปากหวอ
"หนุ่มลองฟังตอนต้นๆนี่สิ เสียงเครื่องสาย ฟังมันหวีดหวิว คล้ายกับต้นข้าวมันสีกันไม๊" ผมนิ่งฟัง เออว่ะ
"เนี่ย มันเริ่มตัดข้าวกันแล้ว" ดนตรีเริ่มกระฉับกระเฉงคึกคัก แล้วค่อยๆผ่อนๆลง
"ตอนนี้ตัดข้าวอะไรเรียบร้อย เตรียมกลับบ้านกันแล้ว ท่าทางเหนื่อยกันน่าดู" ดนตรีเปลี่ยนเป็นหนักแต่ยืดยาว
และเริ่มเปลี่ยนเป็นสดใสร่าเริง พี่ป้อมเล่าต่อ "นี่เริ่มกินอาหารเย็นกันแล้วล่ะ มันหมดฤดูเก็บเกี่ยวแล้ว เริ่มงานฉลองกัน"
"มีเต้นระบำกันด้วย ลองฟังสิ" เสียงเพลงก็เป็นจังหวะ ปรั๊บ ปรั๊บ ปรั๊บ และมีเสียงคนร้องเฮ๊ ตามไปด้วย ประกอบกับเสียงแตรวง ปู๊นๆแป๊นๆอยู่ตลอด ได้บรรยากาศงานเลี้ยงที่คึกครี้นจริงๆ
อีกซักพัก แตรวงที่ว่า เริ่มเป่ากันไม่เข้าจังหวะ เหมือนแข่งกันเอง
"พี่ แล้วเกิดไรขี้นเนี่ย" ผมถาม
"ฮ่าๆๆๆ ก็มันเริ่มเมากันเข้าแล้วไง" พี่ป้อมหัวเราะเสียงดัง ผมล่ะปล่อยก๊ากเลย

นี่แหละครับ เป็นครั้งแรกที่ฟังเพลงบรรเลงได้เพราะที่สุด รู้เรื่องที่สุด และประทับใจที่สุดด้วย หลังจากนั้น ผมก็ขอให้พี่เค้าอธิบายอยู่เรื่อยๆ ก็เลยได้ฟังเรื่องราวที่อยู่ในเพลงอย่างมากมาย และก็มีโอกาสได้รู้เบี้องหลังเพลงดังอย่าง "ไอ้หนุ่มผมยาว" ที่ส่งให้สุรชัย สมบัติ์เจริญ โด่งดังทะลุฟ้า


ร้านจานสวย จะคึกคักและคึกครึ้นที่สุดในเย็นวันศุกร์ ที่มีแต่คนรู้จักคุ้นหน้าคุ้นตากัน บางครั้งถึงขนาดมีคอนเสิร์ทเล็กๆ โดยพี่ป้อมจะเล่นเปียโนไฟฟ้า(รุ่นเก่ามากๆๆ) แล้วใครจะร้องก็ร้องไป เป็นบรรยากาศในร้านอาหารเล็กๆ กลางกรุง ที่อบอุ่นไปด้วยมิตรภาพจริงๆ


ผมทำร้านเกลียวคลื่นอยู่ได้ซักสองปี แล้วก็ย้ายกลับมาบ้านที่ต่างจังหวัด กลับมาทำงานตามแบบที่ร่ำเรียนมา ร้านจานสวยก็ย้ายจากหลังการบินไทย มาเปิดใหม่ที่ซอยสุขุมวิท23 หรือซอยมหาวิทยาลัยประสานมิตร ได้ข่าวว่าเป็นที่เลื่องชื่อพอสมควร


วันนี้ ผมพาคุณมาหาพี่ป้อม ที่ร้านจานสวยสาขาปัจจุบันดีกว่า
รูปนี้บริเวณหน้าร้านครับ เปิดเป็นร้านอาหารสองชั้น เสียดายวันที่ไป ชั้นสองยังไม่ได้เปิดไฟ ไม่งั้นน่าจะสวยกว่านี้






เข้ามาภายในร้าน ก็จะเห็นจานสวยๆ ประดับตามฝาห้องอยู่เต็มไปหมด




ครัวอยู่ในอีกห้องด้านในครับ
หิ้งสีดำๆเป็นหิ้งวางโชว์ซีดีผลงานของพี่ป้อมเอง อยากซื้อหาผลงานก็มาร้านนี้ได้เลย
ส่วนเทปคาสเสตเก่าๆได้อัพเกรดเป็นซีดีเรียบร้อยแต่ก็คงเหมือนเทป ที่จะหาเพลงไหนฟัง ต้องคุ้ยแผ่นหากันเป็นโกลาหล




เปียโนไฟฟ้าตัวนี้ที่ผมพูดถึงครับ เห็นแล้วก็นึกถึงความสุขในวันก่อนๆ






พี่ป้อม





อ่ะ กระชับมิตรซะหน่อย





จากนั้นก็ถึงเวลาอาหารครับ เสียที่ไปกันแค่สองคน แต่อยากกินหลายอย่างมากมาย เอาสองสุดยอดมากินก่อน อันนี้ ตับบด ครับ ผมคว้ากล้องเตรียมถ่ายรูป คิดว่าเร็วแล้วนะ แต่ก็ยังไม่ทันหญิงสาวที่มาด้วยกัน ปาดเนยใส่ขนมปัง ตัดตับบดชิ้นโตๆป้าย จนแหว่งเหลืออย่างที่เห็น





ดูกันใกล้ๆหน่อย นี่เป็นขนมปังตะกร้าที่สองแล้ว ขนมปังมาใหม่ๆกรอบนอกในนุ่มร้อนควันกรุ่น






จานต่อมา สตูว์ลิ้นวัว ครับ





อร่อยเกินบรรยาย ลิ้นวัวหั่นมาหนาปึ้ก ภายในชุ่มฉ่ำจุ๊ยซี่ไปด้วยน้ำสตูว์ ทานกับพาสต้าหลอดๆ ที่เรียกว่า Ricatoni พร้อมถั่วลันเตาและแครอท



สรุปว่าต้องใช้ขนมปังถึงสามตะกร้าจึงจะจัดการตับบดได้หมด สดูว์ก็เกลี้ยงไม่มีเหลือ แค่นี้ก็จุกแล้วครับ เลยอดกินของอร่อยอย่างอื่นๆเลย

จานอร่อยอื่นๆที่อยากแนะนำ เรียงไปตามความชอบเลยนะครับ มี ผักโขมอบชีส, เห็ดผัดไวน์, แกะย่าง หรือตามดูรีวิวร้านได้ตามลิ้งค์นี้ครับ
หมึกแดง, Bloggang, Pantip, Pantown








ที่ผมเขียนเอนทรี่นี้ถึงพี่ป้อม จาก tag "คนที่เราเคารพ ศรัทธา ได้อย่างเต็มหัวใจ" เป็นเพราะนอกจากผลงานด้านดนตรีที่เป็นเชิดหน้าชูตาให้กับประเทศของเราแล้ว ในส่วนตัว พี่ป้อมเป็นต้นแบบให้ผม ในเรื่องของชีวิตและมุมมองอีกด้วย ผมยกตัวอย่างดีกว่า เป็นเรื่องที่ผมไม่เคยลืม

พี่้ป้อมเคยเล่าว่า ไม่ว่าจะกลับดึกขนาดไหน แต่ก็ตื่นแต่เช้า เพราะอยากปลุกคนทั้งบ้านให้ตื่นมาด้วยเสียงเปียโนเพราะๆ คิดว่าตื่นมากับเสียงดนตรีทำให้เิกิดอารมณ์ดีๆ และจะทำให้วันนั้นๆเบิกบาน ผมฟังแล้วก็ทึ่ง เพราะไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อน เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนจัง (ใครก็ตามที่ตื่นมาพร้อมได้ยินเสียงสรยุทธ ลองเปลี่ยนวิธีดูนะครับ)


พี่ป้อมยังเป็นต้นแบบให้กับผมในเรื่องของอารมณ์ ผมไม่เคยเห็นพี่เค้าเอะอะขึ้นเสียงกับใครเลย มีแต่พูดจาไพเราะ ใจเย็น มีสติ และมองคนในแง่บวกตลอดเวลา ซึ่งทำให้คนรอบข้างเรามีความสุขและสบายใจ อันนี้ส่งผลกับผมโดยไม่รู้ตัวครับ




เอนทรีี่ tag "ขอเชิดชูสามัญชน คนที่เราเคารพ ศรัทธา ได้เต็มหัวใจ" ขอมอบให้ พี่ป้อม ดนู ฮันตระกูล ครับ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 138
นายสาระแมน วันที่ : 03/06/2008 เวลา : 22.07 น.
http://www.oknation.net/blog/DJHomeOut
http://www.chaiyaphumlink.com ชัยภูมิลิ้งค์ดอทคอม

ว้าว . . .
ความคิดเห็นที่ 137
rainny วันที่ : 02/06/2008 เวลา : 20.11 น.
http://www.oknation.net/blog/rainny
 [L-O-V-E   L-E-T-T-E-R]   

เป็นเรื่องราวที่ลงตัว ระหว่างมิตรภาพ อาหาร และดนตรี บรรยากาศในร้านดูอบอุ่นดีนะคะ
ความคิดเห็นที่ 136
paedophile วันที่ : 01/06/2008 เวลา : 15.07 น.
http://www.oknation.net/blog/paedophiel
ขับเคลื่อนอารมณ์ให้ตรงร่องน้ำ หากประมาทอาจทำให้สำนึกถูกเฉี่ยวชนจนสติปัญญาเกยตื้น


ความคิดเห็นที่ 135
GPEN วันที่ : 31/05/2008 เวลา : 19.10 น.
http://www.oknation.net/blog/comicbook

พี่หนุ่ม
อยากบอก พี่หนุ่ม ว่า
เบื่อ พี่ป้อม แล้ว
นึกอะไรไม่ออก ถ่ายอาหารร้านไหนอีกสักร้าน มาให้กินกัน(ทางสายตา)อีกนะ อย่าเม้นท์อย่างเดียว
ความคิดเห็นที่ 134
Yamalee วันที่ : 31/05/2008 เวลา : 13.05 น.
http://www.oknation.net/blog/MusicAndMovie

กดดันด้วย

กดดันด้วย

กดดันด้วย

กดดันด้วย

กดดันด้วย

กดดันด้วย

กดดันด้วย

กดดันด้วย

กดดันด้วย

^^
ความคิดเห็นที่ 133
apooh วันที่ : 31/05/2008 เวลา : 09.50 น.
http://www.oknation.net/blog/bedtaled
ในบางคราความรู้สึกที่ลึกล้ำ เหยียบย่ำย้ำในหัวใจเศร้า เมื่อมองเห็นเส้นทางระหว่างเรา เงียบเหงา ว้าเหว่วังเวงจำ (ดั่งดวงหฤทัย) : ทมยันตี

ก ด ดั น

ก ด ดั น

ก ด ดั น

ก ด ดั น

ก ด ดั น

ก ด ดั น

ก ด ดั น

ก ด ดั น

ก ด ดั น

ก ด ดั น

ก ด ดั น

ก ด ดั น

ก ด ดั น

ก ด ดั น

ก ด ดั น

ก ด ดั น

ก ด ดั น

ก ด ดั น
ความคิดเห็นที่ 132
รุสสกี้ วันที่ : 29/05/2008 เวลา : 22.44 น.
http://www.oknation.net/blog/russky
ในงานศพ จะมีขี้เมาน้อยกว่างานแต่งงานหนึ่งคนเสมอ

ที่บ้านก็มีงานของคุณดนูเก็บไว้ชุดหนึ่ง จำชื่อไม่ได้แล้ว ชอบฟังเหมือนกัน
ความคิดเห็นที่ 131
Yamalee วันที่ : 29/05/2008 เวลา : 21.57 น.
http://www.oknation.net/blog/MusicAndMovie

อัพได้แล้วมั้งคะ

หนูมองรูป

จนนั่งกินข้าวหมดไป 10 จานแล้วเห็นจะได้

^^
ความคิดเห็นที่ 130
WiKi วันที่ : 29/05/2008 เวลา : 19.40 น.
http://www.oknation.net/blog/wiki
   (◡) ๑۩۞۩๑ⓦⓘⓚⓘ & ⓝⓘⓝ ๑۩۞۩๑ ♫ ♬ ♪ 

ร้านน่านั่งมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
อยากไปถล่มร้านนี้จริงๆนิ
-*-
ความคิดเห็นที่ 129
Ch.Minivet วันที่ : 29/05/2008 เวลา : 18.32 น.
http://www.oknation.net/blog/ChMinivet
Ch.Minivet

มาหาอีกครั้งค่า เอา...

ราคาที่พัก The Rock Hua Hin ค่ะ

http://www.huahin.bangkok.com/therock/rates.htm

แต่พวกเราอยู่ฟรี
ความคิดเห็นที่ 128
พิรี้พิไรลา วันที่ : 29/05/2008 เวลา : 18.18 น.
http://www.oknation.net/blog/mesa
ดื่มด่ำในความเหงา

สวัสดีครับ
ผมมาแจ้งข่าว ความคืบหน้าโครงการ2ครับ
จะเริ่มต้นวันเสาร์นี้แล้ว

ขอบคุณในไมตรีจิตครับ
ความคิดเห็นที่ 127
Kibangkok วันที่ : 29/05/2008 เวลา : 15.14 น.
http://www.oknation.net/blog/thaithai
สีน้ำและเรื่องราวที่ไร้สาระของผู้ชายหน้าแก่.่!!!!!!!!!!!!!! '^'*-.,_,9 :) ลุงกิ๊..


แวะเอาขนมมาฝากลุงหนุ่มครับ
ความคิดเห็นที่ 126
mookie วันที่ : 28/05/2008 เวลา : 18.35 น.
http://www.oknation.net/blog/mookie
มนุษย์…ยืดสุดตัว ก็ไปไม่ถึงไหน  ก้มต่ำสุดก็ไป ไม่ได้ไกล.. แล้วใยยังไขว่คว้า หาในสิ่งเกินตัว...

ต๊ะเอ๋......

ฮืมมมม ยังจมจ่อมอยู่กะพี่ป้อม....

เฮียสมัครคอมเมนต์อย่างเดียวเหย๋ออออ
ความคิดเห็นที่ 125
วิตามินบี วันที่ : 28/05/2008 เวลา : 15.12 น.
http://www.oknation.net/blog/babymind
ความอ่อนน้อมถ่อมตน คืออาภรณ์ประดับกายที่งดงาม


มีเรื่องเซอร์ไพรซ์จากทางใต้
มาร่วมสนุกค่ะ
ความคิดเห็นที่ 124
GPEN วันที่ : 27/05/2008 เวลา : 21.41 น.
http://www.oknation.net/blog/comicbook

อัพหน่อยก็ดีนะ
เพราะไม่ได้สมัครแบบเม้นท์อย่างเดียวนี่นา
ความคิดเห็นที่ 123
วิตามินบี วันที่ : 26/05/2008 เวลา : 23.58 น.
http://www.oknation.net/blog/babymind
ความอ่อนน้อมถ่อมตน คืออาภรณ์ประดับกายที่งดงาม


อัพเรื่องใหม่ได้แล้วค่ะ
คอยดูรูปสวยๆ
บีกำลังฝึกถ่ายรูปอย่างขะมักเขม้น
ความคิดเห็นที่ 122
เจเจค่ะ วันที่ : 26/05/2008 เวลา : 22.33 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
ยังไม่ได้ฤกษ์อัพบล๊อกอ่ะค่ะ..... 

ต๊ะเอ๋

เสียมเรียบ
ความคิดเห็นที่ 121
Jui วันที่ : 26/05/2008 เวลา : 21.59 น.
http://www.oknation.net/blog/jui880

วันหลังกลับเมืองไทย
พาไปกินหน่อยนะ
ช่วงนี้ดูข่าวแผ่นดินไหว
จนเศร้า....
ความคิดเห็นที่ 120
Jui วันที่ : 26/05/2008 เวลา : 21.59 น.
http://www.oknation.net/blog/jui880

วันหลังกลับเมืองไทย
พาไปกินหน่อยนะ
ช่วงนี้ดูข่าวแผ่นดินไหว
จนเศร้า....
ความคิดเห็นที่ 119
nilsamai วันที่ : 26/05/2008 เวลา : 20.37 น.
http://www.oknation.net/blog/nilsamai

+1
ความคิดเห็นที่ 118
hey_you วันที่ : 26/05/2008 เวลา : 12.26 น.
http://www.oknation.net/blog/lov2allyou
ช่างแม่ง!! Let It Be

หนูอ่านตั้งแต่ต้นจนจบ...
อธิบายไม่ถูกถึงความรู้สึกขณะอ่าน...
เอาเป็นว่า หนูชอบเอนทรี่นี้โคตรๆว่ะพี่

+1

have fun anyway
ความคิดเห็นที่ 117
พี่ก๊วย วันที่ : 25/05/2008 เวลา : 08.22 น.
http://www.oknation.net/blog/peeguay

ขอบคุณมากที่ไปขยายบ้านให้ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 116
เป๊ปซี่ วันที่ : 24/05/2008 เวลา : 16.56 น.
http://www.oknation.net/blog/Pepsi8

โอวววว...คิดว่าพี่ป้อมไหน..."คุณดนู ฮุนตระกูล" ...ผมชอบเพลงของเขาครับ...ฟังสบายๆแต่แปลกหูดี...ไม่นึกว่าทำร้านอาหารด้วย....
ความคิดเห็นที่ 115
MoneyPenny วันที่ : 24/05/2008 เวลา : 13.43 น.
http://www.oknation.net/blog/moneypenny
If you like me...run away now!

ช่วงนี้ถ้าหิว แล้วไม่มีไรกิน จะวิ่งมาบล็อกนี้ก่อนเลย

ดูซะให้อิ่มไปเลยไงพี่
ความคิดเห็นที่ 114
พี่ก๊วย วันที่ : 24/05/2008 เวลา : 08.30 น.
http://www.oknation.net/blog/peeguay

ขอชื่นชมด้วย เพิ่งว่างมาอ่านตอนมาสอนหนังสือที่ พนมเปญนี่แหละ
ความคิดเห็นที่ 113
หมีปิศาจ วันที่ : 22/05/2008 เวลา : 03.44 น.
http://www.oknation.net/blog/mee104
ขอบคุณสำหรับทุกความเห็น ช่วยแนะนำมือใหม่หัดเขียนด้วยครับ

ลุ้นอยู่ตั้งนานครับพี่หนุ่ม ว่า พี่ป้อม ไหน
ผมไม่รู้ชื่อเล่นของพี่ป้อมนี้
ตอนแรกเดาว่า ป้อม อัสนี แต่แกไม่น่าเล่นเปียโนนะ อิอิ

อ้อ ที่แท้ก็ พี่ป้อม ดนู ฮันตระกูล
มีโอกาส จะลองแวะไปนั่งครับ
ความคิดเห็นที่ 112
hathai วันที่ : 21/05/2008 เวลา : 19.11 น.
http://www.oknation.net/blog/hathai

แค่วิ่งผ่านน่ะ อิอิ
ความคิดเห็นที่ 111
Kibangkok วันที่ : 21/05/2008 เวลา : 12.54 น.
http://www.oknation.net/blog/thaithai
สีน้ำและเรื่องราวที่ไร้สาระของผู้ชายหน้าแก่.่!!!!!!!!!!!!!! '^'*-.,_,9 :) ลุงกิ๊..


แวะเอาแก้วกาแฟมาฝากครับ
ความคิดเห็นที่ 110
บรรณาลัย วันที่ : 20/05/2008 เวลา : 20.25 น.
http://www.oknation.net/blog/yongyoot

เห็นแล้วน้ำลายสอ
ความคิดเห็นที่ 109
Ch.Minivet วันที่ : 20/05/2008 เวลา : 15.38 น.
http://www.oknation.net/blog/ChMinivet
Ch.Minivet

Ch.Minivet ไม่ค่อยได้ออกไปทานอาหารนอกบ้าน

วันนี้ได้เปิดหูเปิดตา ..

ความคิดเห็นที่ 108
แสงธรรม วันที่ : 20/05/2008 เวลา : 13.19 น.
http://www.oknation.net/blog/sangtham
ความคิดชั่วแล่น... เพียงเสี้ยววินาทีที่สมองเคลื่อนไหว...

ดีครับ จะได้นำมาเป็นคนต้นแบบได้อีกหนึ่ง
ความคิดเห็นที่ 107
pjeabja วันที่ : 20/05/2008 เวลา : 11.24 น.
http://www.oknation.net/blog/pradit

หิว
ความคิดเห็นที่ 106
INDYLOVE วันที่ : 20/05/2008 เวลา : 10.32 น.
http://www.oknation.net/blog/loveindy

ร้านสวยน่านั่งจังเลยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 105
ตุ้มจิ๋ว วันที่ : 19/05/2008 เวลา : 19.48 น.
http://www.oknation.net/blog/namtan

เอ็นทรี่นี้ อ่านแล้ว ละเมียดในมิตรภาพจริงๆ

คงเหมือน เสียงเครื่องสาย มันหวีดหวิว คล้ายกับต้นข้าวมันสีกัน ...ยังไงยังงั๊น

ปล. อาหารที่ว่ามา น่าทานมากค่ะ หิวเลยเนี่ย
ความคิดเห็นที่ 104
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 19/05/2008 เวลา : 11.27 น.