| ยินดีต้อนรับทุกท่านค่ะ... | ||
ด้วยรักจากใจ ^^ |
||
|
View All |
||
| วัดพุทธไสยาสน์ จังหวัดเพชรบุรี | ||
วัดพุทธไสยาสน์ มีวิหารขนาดใหญ่อยู่บนเชิงเขา ข้างในจะพบพระนอนที่มีลักษณะงดงามและมีขนาดใหญ่มากองค์หนึ่งของประเทศไทย |
||
|
View All |
||
| << | เมษายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||
พิมพ์หน้านี้
|
สวัสดีค่ะ.....
จริงๆ มีโรงงิ้ว 2 โรงตั้งประชันกันในตรอกนี้ ห่างกันพอสมควรพอไม่ให้เสียงตีกันน่ะค่ะ เรามาถ่ายรูปที่โรงแรกก่อน เราเรียกโรงนี้ว่าโรงเล็กแล้วกันนะคะ เพราะอีกโรง หนึ่งใหญ่กว่านี้อ่ะ มาถึงก็เข้าไปถ่ายข้างหลังเลยค่ะ เค๊ากางโต๊ะแต่งหน้ากันริมถนนในตรอกแคบๆ นั่นแห ล่ะ
เรื่องของงิ้วนี่ว่ากันว่าสมัยรุ่นก่อนๆ คนจีนที่ อ่านหนังสือไม่ออก แต่สามารถเข้าใจในปรัชญาจีนขงจื้อได้ ก็เพราะดูงิ้วนี่เอง งิ้วจึงจัดว่าเป็นมหาวิทยาลัยของ คนที่อ่านหนังสือไม่ออก องค์การยูเนสโกจึงได้ยอมรับและยกระดับให้ "งิ้ว" เป็น มรดกโลก ค่ะ
ยืนดูเขาแต่งหน้าสักพัก น้องคนเมื่อกี้ชี้ให้เรา ดูนางเอกของเรื่องในโรงนี้ บอกพี่รีบไปถ่ายเร็ว เพราะเค๊าใส่ชุดลงมาข้างล่างนี่ ปกติเค๊าไม่ใส่ชุดลงมานะ คงลงมาเพิ่มหรือ เติมอะไรกับชุดนี่ล่ะ
ส่วนคุณพี่คนที่เอาดอกไม้สีฟ้าทัดหูนี่ คุย สนุกดีค่ะ แกเล่าให้ฟังว่าบางทีแกก็เล่นเป็นตัวผู้ชาย อย่างวันนี้เป็นชาย ถ้าวันไหนแสดงหญิง ก็จะแต่งเยอะกว่านี้ ค่ะ
เสร็จแล้วเราข้ามมาอีกโรงหนึ่งค่ะ ตั้งอยู่ติด กับศาลเจ้าที่แสดงถวายเลย โรงนี้ใหญ่กว่าโรงเมื่อกี้ คนดูก็แน่นกว่ามาก เดี๋ยวจะบอกว่าเพราะอะไรค่ะ ตอนนี้เราก็เข้ามา หลังโรงก่อนอีกตามเคยค่ะ
ก็เช่นเดียวกัน หลังเวทีก็วุ่นวายไปด้วยโต๊ะ แต่งหน้า โต๊ะใครโต๊ะมันเรียงกันไปเป็นแถวค่ะ ไม่เห็นคนนั่งแต่งเองเท่าไร เห็นมีแต่คนมาแต่งให้ ไม่ก็นักแสดงช่วยกันแต่ง ให้กันและกันน่ะค่ะ
นอกจากโต๊ะแต่งหน้าแล้ว แถวๆ นี้ยังมีโรง ครัวย่อยๆ อีกต่างหาก ตั้งเตาต้มข้าวต้มกันหม้อใหญ่เลยทีเดียว ทานกันทั้งคณะค่ะ แถมที่ว่างบริเวณนั้น มีการซ้อมฉากรบ กันอีกต่างหาก ซ้อมฟันดาบและหมุนตัวกันอึงอลทีเดียวค่ะ (เพราะแสดงทุกวันไม่ซ้ำเรื่องกันเลยอ่ะ)
ลองไปส่องๆ ข้างเวทีตรงส่วนเครื่องดนตรีมั่ง มีหนุ่มๆ รุ่นๆ หลายคน พอเอากล้องส่องตี๋หนุ่มคนนี้ เขาก็จะหยุดกิจกรรมทั้งหมด แล้วสบตากับกล้องพร้อมกับยิ้มมาให้ค่ะ เราไปถ่ายเขาทั้งหมด 6 ภาพ เขาก็หยุด แล้วยิ้มแช่อยู่อย่างนั้นลงมาให้เรา 6 ภาพเลยอ่ะ
พูดถึงหนุ่มๆ งิ้วโรงนี้มีหนุ่มๆ หลายคน มากกว่าโรงเล็กทางโน้น เราก็เลยพึ่งรู้ว่านักแสดงงิ้วนี่ก็มีแฟนคลับเหมือนกัน อิอิ
นี่ไงคะ คนเดียวกะคนข้างบนนั้น พอจะถึงคิว เขา ก็จะขึ้นไปบนโรงแล้วไปใส่ชุดบนนั้น ใส่หมวกมีขนเปีย มีธงปักข้างหลังแพรวพราวเลยทีเดียว น่าเกรงขามผิดกะที่มะกี้ นั่งท่องบทอยู่ข้างล่างเลย
คนนี้เป็นอีกคนที่เราเชิญมานั่งให้ถ่ายรูปตรงนี้ ตอนเรามุดเข้าไปหาเค๊าทีแรกที่ใต้ถุนเวทีเราต๊กใจหมดเลย เพราะเธอกำลังนั่งกุ๊กกิ๊กอ้อล้ออยู่กับหนุ่มๆ นักดนตรีในคณะ อีกคนหนึ่ง หนุ่มนั้นดูกล้ามใหญ่ล่ำสัน เราเห็นจากแสงข้างบนเวที ซึ่งใต้ถุนตรงนี้ตรงกับตำแหน่งบนเวทีที่เค๊ากำลังแสดง กันอยู่ แสงไฟส่องลอดลงมาตามร่องพื้นลงมาถึงใต้ถุนที่สองคนนี้นั่งอยู่ ทีแรกเราก็เกรงใจ แต่เธอบอกได้ค่ะ ถ่ายได้ ค่ะ
มาถึงคำตอบแล้วล่ะค่ะว่าทำไมโรงนี้คนถึง เยอะ และคนดูดูเหมือนจะมีเกรดกว่าโรงโน้นนิดหน่อย ถึงขนาดมีคุณป้าไฮโซคนหนึ่งอายุมากแล้ว เราเคยเจอในงานการ กุศลบริจาคบ่อย ใส่ทับทิมล้อมเพชรพราวทั้งตัวมานั่งดูงิ้วตรงนี้เนี่ยะ ก็เพราะนักแสดงสาวคนนี้ค่ะ
เสียดายไม่ทันได้ดูเธอแสดง เราก็ กลับกันซะก่อน ตอนกำลังเก็บเลนส์กล้องยังได้ยินเสียงกรี๊ดแว่วๆ ของอาม่า อาซิ่มมาจากหน้าโรงงิ้วอยู่เลย ได้ยินแล้วก็ อดอมยิ้มกับตัวเองไม่ได้ คนเราไม่ว่าจะอยู่ในวัยใด หากมีของรักของชอบมาอยู่ตรงหน้าแล้ว ก็อดที่จะปล่อยอารมณ์แห่ง ความสุขออกมาไม่ได้ ประหนึ่งดังเสียงหัวเราะของเด็กๆ ที่ได้รับของเล่นถูกใจ
ขากลับเราออกมาจากหลังโรงงิ้วด้วยความเสียดาย เรามีความรู้สึกอยากย้อนเวลากลับไปสมัยเป็นเด็กข้างวัดประยูรฯ อีกครั้งหนึ่ง สมัยที่งิ้วโรงใหญ่โตเต็มลานวัด และยังมีคนหลายวัย ทั้งลูกเล็กเด็กแดงมานั่งจับจองรอดูงิ้ว ไม่ใช่แค่กลุ่มอาม่าอาซิ่มในงานฉลองศาลเจ้ากลางตรอกแคบๆ เท่านั้นอย่างคืนนี้ ซึ่งนับวันเสียงหัวเราะเหล่านี้จะค่อยๆ แผ่วจางลงไปตามกาลเวลา จนเกือบจะเลือนหายไปในที่สุด
|