เขียนวันที่รัก เดือนที่รอ พ.ศ. ที่คิดถึง อรุณสวัสดิ์บรรทัดที่ 2 แห่งห้องหัวใจ
มาคราวนี้จะชวนไปเที่ยว พระราชวังบางปะอิน กันค่ะ แห่ะแห่ะ พระราชวังบางปะอิน นี่ เรามาเยือนเกิน 10 ครั้งแล้วในวาระและโอกาสต่างๆ กัน (ในรอบ 20 ปี) เรารู้จักบางปะอินครั้งแรกก็จากหนังสือก่อนค่ะ ก็คือเรื่อง สี่แผ่นดิน นี่แหล่ะ ที่ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้เขียนบรรยายไว้อย่างวิเศษสุด อ่านแล้วอยากจะมาเที่ยวมากๆ เลยทีเดียวค่ะ
วันนี้เลยเอาภาพความประทับใจมาฝากสมาชิก OKnation กัน

เมื่อเข้ามาในพระราชวังแล้ว เราเริ่มกันที่ข้างในสุดก่อนนะคะ เดินไปทางขวาข้างในข้ามสะพานเล็กๆ จะเป็นสวนที่สวย จะพบกับ อนุสาวรีย์ราชานุสรณ์ ค่ะ นี่เป็นอนุสาวรีย์ที่ระลึกแห่งการสูญเสียทำด้วยหินอ่อนแกะสลักพระรูปเหมือนของพระอัครชายาเธอ พระองค์เจ้าสาวภาคนารีรัตน์ และพระราชโอรส พระราชธิดาอีก 3 พระองค์ คือสมเด็จเจ้าฟ้าสิริราชกกุธภัณฑ์ สมเด็จเจ้าฟ้าพาหุรัตมณีมัย และสมเด็จเจ้าฟ้าตรีเพ็ชรุตม์ธำรง
อนุสาวรีย์หินอ่อนนี้ ไปดูของจริงฝีมืองดงามมากๆ ค่ะ

ส่วนตรงบริเวณนี้คืออนุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี(อนุสาวรีย์พระนางเรือล่ม)ที่เสด็จทิวงคตเนื่องจากเรือพระที่นั่งเกิดอุบัติเหตุล่มลงในแม่น้ำเจ้าพระยา ขณะที่กำลังเสด็จพระราชดำเนินมายังพระราชวังบางปะอินนี้ค่ะ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเศร้าโศกเสียพระทัยมาก จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้สร้างอนุสาวรีย์หินอ่อนขึ้นเพื่อเป็นที่รำลึกถึงด้วยความอาลัยรักในพระบรมราชเทวีพระองค์นั้น ดังนั้นจึงถือว่า บางปะอิน นี่ เป็นสถานที่ที่มีทั้งความสุขล้นเหลือ เบิกบานใจ แวดล้อมไปด้วยคนอันเป็นที่รัก และในขณะเดียวกันยังเป็นสถานที่ที่มีความทุกข์ระทมอันเกิดจากการพลัดพราก จนแทบจะถึงแก่ชีวิตอยู่ในสถานที่เดียวกันเลยทีเดียว

แต่เป็นธรรมดาของคนเราก็อยากจะลืมในเรื่องบางเรื่อง และก็อยากจำในอีกหลายๆ เรื่องที่น่าจดจำเนอะ อิอิ เราก็เช่นเดียวกันค่ะ มาเที่ยวครั้งนี้ก็อยากจะเก็บความทรงจำของสถานที่ไว้นานๆ วิธีหนึ่งที่เราจะส่งความระลึกถึงความหลังไปได้ และจะเก็บความหลังดีๆ ไว้เป็นหลักฐานนานๆ ซึ่งนอกจากวิธีเก็บด้วยภาพถ่ายแล้ว ก็มีวิธี เขียนโปสการ์ด อีกวิธีแหล่ะเนอะ วันหนึ่งข้างหน้าหยิบขึ้นมาดู เรื่องไหนที่คิดว่ามันจะลืมเลือนไปแล้วก็จะได้แจ่มชัดขึ้นมาใหม่อีก และคงเรียกรอยยิ้มขึ้นมาที่มุมปากของเราได้ เหมือนว่าเรื่องนั้นพึ่งเกิดมาเมื่อวานนี้เอง
ว่าแล้วเราก็แวะเข้าร้านขายของที่ระลึกในพระราชวังบางปะอิน เลือกซื้อโปสการ์ดมา 6 ใบ เพื่อเขียนถึงความทรงจำของเรากับคนที่เกี่ยวข้องกับบางปะอินนี้ค่ะ

พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพย์อาสน์ โปสการ์ดใบแรกนี้ เป็นภาพของ พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพย์อาสน์ พระที่นั่งที่เป็นเหมือนแลนด์มาร์คของพระราชวังแห่งนี้ พระที่นั่งกลางน้ำอันแสนจะงดงาม ที่ใครเห็นใครก็ทราบว่านี่คือที่ไหน
....................
เราจะเขียนโปสการ์ดนี้เพื่อบันทึกถึงคนสนิทในหัวใจคนหนึ่ง ที่ครั้งหนึ่งเมื่อสมัยเรียนมหาลัยในปี พ.ศ. 2530 คราใดที่พอมีเวลาว่างจากชั่วโมงเรียนที่ ม.กรุงเทพ วิทยาเขตรังสิต เราก็จะขับรถมาเที่ยวเล่น และนั่งคุยกระหนุ๋งกระหนิงกันที่บางปะอินนี่ ด้วยวัยเยาว์ และยังเป็นวัยรุ่นวุ่นรัก ไม่มีเรื่องอื่นใดให้พะวง ตอนนั้นโลกใบนี้เป็นของเรา ค่ะ เรายังจดจำเธอเสมอ

พระที่นั่งวโรภาษพิมาน โปสการ์ดใบที่ 2 เป็นภาพของ พระที่นั่งวโรภาษพิมาน ท้องพระโรงสำหรับเสด็จออกขุนนางในงานพระราชพิธี สีเหลืองสดใส
....................
เราจะเขียนถึงเรื่องราวของเพื่อนที่สนิทที่สุดของเราสองคนลงในโปสการ์ดใบนี้ เพื่อนรักสองคนที่รู้จักกันตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527 ที่เคยมาเดินเที่ยวกันที่บางปะอินแบบเจาะลึกทุกซอกทุกมุม คนหนึ่งยังเป็นเพื่อนร่วมเที่ยวมาจนทุกวันนี้ ส่วนอีกคน เป็นผู้จุดประกายการท่องเที่ยวในแง่ประวัติศาสตร์แก่เรา เจ้าของประโยคที่ว่า...
นี่ๆ ถ้าหล่อนจะไปเที่ยวที่ไหน หล่อนจะต้องรู้จักสถานที่นั้นๆ บ้างนะจ๊ะ.....

ลานสนามหญ้าและต้นไม้พุ่มรูปฝูงช้าง โปสการ์ดใบที่ 3 เป็นภาพลานสนามหญ้า ซึ่งในอดีตคงจะมีตำหนักต่างๆ สร้างอยู่แถวนี้ด้วยล่ะ แต่ปัจจุบันเป็นสนามหญ้าโล่ง มีไม้พุ่มแต่งเป็นรูปฝูงช้าง ดูโดดเด่นดี
....................
ใบนี้เราจะเขียนถึงกิ๊กเก่าวัยละอ่อนเอ๊าะคนหนึ่งชื่อ น้องเบียร์ นึกถึงแล้วก็ขำขำดี เรื่องนี้นานแสนนานมาแล้ว เราเคยพามาเที่ยวที่บางปะอินนี้หนหนึ่งซึ่งเธอก็ชอบใจมาก น้องเบียร์ในวันนั้นใสกิ๊กประหนึ่งอัญมณีนพเก้าอันมีค่าที่รอการเอาไปขึ้นเรือนแหวนรังแตนที่งดงาม เราเตรียมจะเอาทองสีดอกบวบรอเข้าตัวเรือนแหวนให้แล้วเชียว
แต่...
กี๊ซกี๊ซกี๊ซ มีตาอยู่มาจากไหนไม่รู้ มาถึงก็คว้าพุงเพียวๆ ไปกินซะเลย เราหรือจะเอาทองสีดอกบวบให้ นี่พ่อเล่นเอาแพลตินั่มมาประเคน ทุ่มใส่น้องเบียร์ดังแอ้ก น้องเบียร์กับเราก็เอวังฯ สะทาโสตถี ภะวันตุเตฯ กันไปดังนี้ คิกๆๆ

พระที่นั่งอุทยานภูมิเสถียร โปสการ์ดใบที่ 4 เป็นภาพของ พระที่นั่งอุทยานภูมิเสถียร ที่สวยงามมากๆ พระที่นั่งหนึ่งในพระราชวังบางปะอินนี้ สร้างเป็นแบบชาเล่ต์ของสวิตเซอร์แลนด์
....................
ข้างหลังโปสการ์ดใบนี้ เราจะเขียนถึง เจ๊หลี คนที่เรารู้จักคนหนึ่งที่ระยอง เอาเป็นว่าให้เจ๊หลีเป็นตัวแทนของคนระยองที่เราไปรู้จัก และไปใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น 5 ปีล่ะเนอะ มีเรื่องราวมากมายในระยองที่น่าจดจำ
วันว่างวันหนึ่ง เจ๊หลีบอกให้พาไปเที่ยวในกรุงเทพฯ หน่อยซิ เราบอกได้สิ แต่ขับรถเลยกรุงเทพฯ พาเจ๊หลีมาเที่ยวถึงบางปะอินนี่ล่ะ แล้วตีรถกลับระยอง เหอๆ ดังนั้นพอมาบางปะอินก็นึกถึงเจ๊หลี พอนึกถึงเจ๊หลีก็ไปนึกถึงอีกหลากหลายคนที่เรารู้จักมักจี่ในระยอง ก็ประทับใจดีค่ะ

พระที่นั่งเวหาศน์จำรูญ โปสการ์ดใบที่ 5 เป็นภาพของ พระที่นั่งเวหาศน์จำรูญ พระที่นั่งที่ใช้ประทับแรมในฤดูหนาว เป็นสถาปัตยกรรมแบบจีนมีลวดลายแกะสลักงดงามวิจิตรยิ่ง
....................
โปสการ์ดใบนี้เราจะเขียนถึงคน 3 คนที่เราเจอกันตัวเป็นๆ ครั้งแรกทางอินเตอร์เนต เป็น 3 คนแรกของเวปกล้อง ทั้งสามคนนี้ได้พาเรามาเที่ยวที่บางปะอินในเดือนที่แดดแรงเดือนเดียวกันนี้เมื่อ 2 ปีที่แล้วค่ะ เพื่อมาถ่ายรูปตั้งแต่ 8 โมงเช้ายันเย็น ประทับใจจริงๆ

หอวิฑูรทัศนา โปสการ์ดใบที่ 6 เป็นภาพของ หอวิฑูรทัศนา พระที่นั่งหอสูงยอดมน ตั้งอยู่กลางเกาะน้อยในสวนเขตพระราชวังชั้นใน ระหว่างพระที่นั่งอุทยานภูมิเสถียรกับ พระที่นั่งเวหาศน์จำรูญ สีสวยสดใสค่ะ
....................
บุคคลที่จะถูกเขียนลงข้างหลังโปสการ์ดใบสุดท้ายเพื่อการระลึกถึงนี้ จะเป็นใครไหนอื่นได้อีกล่ะคะ นอกจากกลุ่มสมาชิก Blog ของ OKnation แห่งนี้ ในโอกาสที่ให้พื้นที่เรานำเรื่องแห่งความประทับใจครั้งนี้มาลง ขอบคุณทุกความเห็นและไมตรีจิตที่มอบให้กันค่ะ

อันที่จริงการได้เดินทางไปในที่ต่างๆ นั้น ไม่ว่าในหรือนอกประเทศ ก็เป็นเรื่องประทับใจดีนะคะในการซื้อโปสการ์ดสวยๆ จากท้องถิ่นนั้น แล้วเขียนกลับหาตัวเราเอง หรือส่งถึงเพื่อนของเราที่เราอยากให้เขารับรู้ว่ายัง คิดถึง กันอยู่เนอะ

ปล.อยากให้เธอมาอยู่ตรงนี้ด้วยจังเลย~
ด้วยความรักและคิดถึงสุดหัวใจ
14 พฤษภาคม 2550
|