|
สวัสดีค่ะ... เป็นอีกหนึ่งครั้งแล้วจ้า ที่ได้ออกไปเที่ยวปุเลงๆๆ กันไปถึง ราชบุรี ในวันฝนพรำๆ อิอิ
ปกติราชบุรีนี่ ก็เป็นแค่เมืองผ่านเฉยๆ นะคะ เวลาจะไปเพชรบุรีอ่ะ ก็ได้แต่มองๆ ผ่านตามริมถนนในราชบุรี เห็นแต่แผงตุ๊กตาผ้าที่เค๊าวางขายเรียงไปตามถนนเต็มไปหมดค่ะ แต่ครั้งนี้ได้ไปแบบจะจะกันในราชบุรีเลยค่ะ สนุกมาก

ที่แรกที่เราไปกันก็คือ ตลาดน้ำดำเนินสะดวก นะคะ
ก็คงเป็นสถานที่ที่รู้จักกันทั่วโลกแล้วมั๊งคะสำหรับสถานที่เที่ยวที่นี่ และนี่คือแม่ค้าหน้าตาใจดี ณ ตลาดน้ำยามใกล้เที่ยงแล้วค่ะ ตลาดน้ำกำลังจะวายแล้ว

พึ่งมาตลาดน้ำนี่ครั้งแรกค่ะ ก็งงๆ เล็กน้อย ไม่คิดว่าคลองมันจะเล็กแบบนี้อ่ะ เหอเหอ เช๊ย เชย ดิฉาน อิอิ
เดินงงๆ ไปเรื่อยๆ ก็มาเจอกะป้าขายหมวกหน้าตาสวยสะอยู่คนหนึ่ง จอดเรือนิ่งอยู่ใกล้ตลิ่ง สมัยสาวๆ น่าจะสวยอยู่ไม่หยอกเหมือนกัน อิอิ เลยลงไปขอถ่ายรูป พอกดๆ ไปได้สักสอง-สามภาพ ป้าเค๊าก็เอื้อนเอ่ยวจีว่า... "เปิดแฟลชซิคะหนู"
ก็เลยงงๆ เล็กน้อยว่าเราทำอะไรผิดป่าวหว่า ก็ถามป้ากลับไปว่า "เปิดทำไมคะป้า" ป้าฉีกยิ้มพองาม แล้วตอบชัดถ้อยชัดคำว่า...
"ป้าจะได้สวยๆ ไงคะ"

สักพักระหว่างถ่ายๆ อยู่นั้น ป้าคนงามก็ยิ้มให้กล้อง สลับกะขายหมวกไปเรื่อยๆ เราเลยได้เห็นกรรมวิธีในการขายของของป้าค่ะ
เริ่มแรก ป้าจะมองสอดส่ายสายตาไปเรื่อยๆ พอสบตากะลูกค้า (โดยเฉพาะฝรั่ง) ป้าจะยิ้มให้พร้อมกับชูหมวกให้ดู พอดูว่าฝรั่งที่นั่งเรือมาจะสนใจ ป้าจะเอาไม้มี ตะขอ ยื่นยาวออกไปเกี่ยวเรือลำนั้นเข้ามาใกล้ๆ แล้วส่งหมวกให้ลองสวม ซึ่งเป็นหมวกงอบธรรมดาๆ ค่ะ
หลังจากลองแล้ว ฝรั่งก็ถามมาเป็นภาษาไทยว่า "เทาไหล๋" ป้าสุดสวยบอกราคาเป็นภาษาเขียนค่ะ ป้าก็เขียนราคาใส่กระดาษค่ะ พร้อมกับแนบปากกาส่งกลับไปที่ฝรั่งนั่น พร้อมกับป้าก็ถามเค๊าไปว่า "ฮาวมัดๆๆๆ" (ตกลงใครมันขายใครค๊ะเนี่ยะ)
แต่ฝรั่งก็เขียนตอบกลับมาค่ะ (ในกรุงเต๊บ เห็นเค๊าใช้เครื่องคิดเลขเป็นตัวลื่อสารง่ะ) พอป้าอ่านแล้วก็บอก "โอเค๊ๆๆๆ" พร้อมกับรับตังค์มา เราเลยขอยืมดูกระดาษนั่นหน่อย.....
ต๊ายยยยยยยยยย คุณปร้าข๋า คุณป้าเขียนไปครั้งแรกน่ะ 500.- ฿ นะค๊ะ แล้วฝรั่งกากบาททับเพื่อต่อราคาแล้วเขียนใหม่ว่า 100.- ฿ เราเลยร้อง "โอโห ป้า เอางี๊เรยหรือค๊ะ..."
แต่ครั้งนี้ป้าคนสวยไม่ตอบค่ะ แต่ยิ้มกว้างเหมือนสมัยสาวๆ พร้อมกับโบกแบ๊งค์ร้อยไป-มา คิกคิก

หลังจากนั้นเราก็เดินไปเดินมาหาอะไรทานกันค่ะ สาวสวยหุ่นนางสาวไทยอย่างเรา ต้องข้าวหมูแดง กับเส้นเล็กต้มยำค่ะ ล้างปากด้วยโอเลี้ยงเริ่ดๆ ก็มีแรงไปเที่ยวที่อื่นต่อแล้วล่ะค่ะ
ก่อนกลับ เลยถ่ายด้านหลังป้าคนนี้ซักหน่อย เห็นพายอ้าวๆๆๆ ออกจากเส้นทางคลองใหญ่ เข้าไปซอยคลองน้อยๆ (คลองยาว 32 กิโลนี้มีคลองเล็กๆ ย่อยแยกออกไปอีก 200 คลองนะคะ)ถ้าคุณป้าไม่ปวดท้องอย่างแรง ก็คงขี้เกียจขายแล้วแหล่ะ เห็นจ้ำพรวดๆๆๆ อิอิ
ก็คงหมายความว่า เวลาแห่งชีวิตชีวาของตลาดน้ำนี้ คงจะหมดลงตอนเที่ยงเท่านี้ล่ะค่ะ ต่อวันรุ่งพรุ่งนี้ คงจะมาอึกทึกครึกโครมกันใหม่อีกเรื่อยๆ ไป

เรามาถึงจุดหมายที่สองค่ะคือ ถ้ำจอมพล เสียค่าเข้าคนละ 10 บาท
ที่นี่ลิงเยอะมากกกกกกกกค่ะ เยอะกว่าทุกๆ ที่ที่เราเคยไปเที่ยวมาแล้วมีลิงอยู่เลย เยอะจนขนเขินลุกหมดเรย แต่มันก็ไม่ยักกะทำไรคนนะ เห็นมีคนมาจอดรถเอาของมาให้ลิงกิน มันก็รับจากมือแล้วนั่งแปะลงแทบเท้าคนให้นั่น แล้วกินอย่างอร่อย เหอะเหอะ
................
ถ้ำนี้ตอนฝนตกแบบนี้ จะเดินลำบากหน่อยค่ะ ลื่นพอสมควร ระหว่างทางเดินเข้าไป ก็พบกับที่มาของชื่อถ้ำนี้ล่ะค่ะ ก็คือแผงย้อยแผงนี้ในถ้ำ ซึ่งเหมือนกับแผงพู่ที่ห้อยบนบั้งบอกยศของ เครื่องแบบจอมพล น่ะค่ะ

พอเดินมาถึงก้นถ้ำ ก็จะมีรูจากข้างบนเพดานถ้ำซึ่งแสงก็จะส่องลงมาเป็นลำๆ ค่ะ ด้านล่างจะมีพระพุทธรูปยืนอยู่ 1 องค์ตรงตำแหน่งใต้รูแสงนั้นพอดี
เราเหนื๊อยเหนื่อยอ่ะ พอลงมาถึงตอนนี้เลยนั่งแปะซะงั๊น อิอิ หมดแรงชั่วขณะค่ะ แต่สงสัยว่าต้องมาเวลาไหน แสงแดดจึงจะส่องตรงกับพระพุทธรูปพอดี เพราะเคยเห็นในภาพหนังสือท่องเที่ยว แสงลงพอดีจะสวยมาก
เราเลยถามพระรูปนี้ค่ะ ที่นั่งอยู่รูปเดียวในถ้ำนี้ ท่านบอกว่าต้องมาเดือนสิงหาคม เท่านั้นจ้า

หลังจากทิงนองนอยกันขึ้นมาปากถ้ำแล้วเราก็เดินทางไป พระพุทธฉายถ้ำฤๅษีเขางู กันต่อค่ะ มาไหว้พระพุทธรูป รูปสลักในหินปางปฐมเทศนา ซึ่งเป็นพระพุทธรูปแกะสลักที่เก่าแก่ที่สุดสมัยทวารวดีค่ะ
พอออกมาข้างนอกก็เจอลิงอีกแระค่ะ แต่ไม่มาก มีพองามง่ะ มีเด็กน้อยมากระแซะขายอาหารลิง เลยบอกขอถ่ายรูปก่อนจึงจะซื้อเหมานะจ๊ะ ก็กดภาพเด็กๆ มาหน่อยนึงค่ะ

มาที่นี่เจอของแปลกค่ะ คือมีเจ้าลิงอยู่ตัวหนึ่ง เวลาเราจะให้อาหารมัน มันจะตบมือขออ่ะ ประมาณว่า ตบมือแปะๆๆ ดังพอสมควร เหมือนจะบอกว่า
"นี่ๆๆ ชั้นอยู่ทางนี้จ๊ะ โยนมานี่เลย"
ก็น่ารักดีค่ะ พอถืออาหารในมือ มันก็จะตบเรียกทุกครั้ง ตัวอื่นก็ไม่เห็นตบนะ แปลกดี แต่เจ้า "ไข่ย้อย" ในภาพนี่ ไม่น่าจะใช่ตัวนั้นนะคะ เท่าที่จำได้ มันยังไม่ย้อยอ่ะ ฮี่ฮี่

ลงมาใกล้ลานจอดรถ เจอเด็กหน้าทะเล้นคนนี้นั่งซ้อนท้ายจักรยานมากะแม่ แม่บอกว่า เอ๊ายิ้มให้ป้าเค๊าหน่อยลูกๆๆๆ เราก็กดๆ ถ่ายๆ ไป แม่ก็บอกอีก
"เอ๊า ลูก ยิ้มๆ ให้ป้าเค๊าลูก เดี๋ยวป้าเค๊าให้ติ๊ปกินหนม"
อ่ะก็ได๋เค่อะ ถ่ายเสร็จส่งให้หนู๋น้อย 20 บาท แต่ "คุงแม๋ข๋า" ก็จกเงินจากมือลูกน้อย แล้วยัดผลุบลงในเสื้อในอย่างรวดเร็วเหมือนชำนาญ แล้วหันมาส่งยิ้มให้ดิชั้น 1 แผล่บ
ค่าาาาาาาา คุงแม่ข๋าาาาาาาา

แล้วเราก็เดินทางมายังจุดหมายสุดท้ายของทริปนี้ ตามสโลแกนของจังหวัดอันหนึ่งค่ะว่า
"เพลินค้างคาวร้อยล้าน"
ก็คือที่ วัดเขาช่องพราน น่ะค่ะ ทุกๆ 18.00 น.ของทุกวัน มะนุดค้างคาวมะนาวค้างคืน จะบินชักแถวกันพรูพรั่งเป็นสายออกมาจากโพรงถ้ำที่วัดนี้อ่ะค่ะ เราพึ่งเคยมาเห็นครั้งแรกเหมือนกันน่ะค่ะ ก็เป็นภาพที่แปลกประหลาดดี ธรรมชาตินี่น่าทึ่งจริงๆ
เสียแต่ว่าค้างคาวตัวเล็กไปหน่อย ในจิตนาการของเรา เรานึกว่าจะใหญ่กว่านี้สักหน่อย และช่วงที่ค้างคาวบินออกมา ฝนชุดสุดท้ายของวันนี้ก็ปรอยลงมาพอดีค่ะ

เป็นอันว่าหมดทริปราชบุรีแบบเต็มๆ วันเพียงเท่านี้ แล้วพบกันใหม่ในทริปต่อไปจ้า
สวัสดีค่ะ~
|