|
สวัสดีค่ะ แอบแว๊บๆ หายไปจากบล๊อกเสียหลายวัน วันนี้เลยมาอัพซะหน่อย อิอิ หลังจากโดนเพื่อนตามกันหลายคน
ว่ากันว่าถ้าหากจะเอ่ยชื่อสถานที่ท่องเที่ยวชนิดโบราณสถานในเมืองไทยขึ้นมาสักชื่อหนึ่ง ชื่อ "อยุธยา" ต้องออกมาเป็นเสียงส่วนใหญ่ในอันดับต้นๆ แน่ๆ เลยค่ะ

เราเอง มาอยุธยาครั้งนี้เป็นครั้งที่เท่าไหร่นับไม่ถ้วนแล้วล่ะ ความที่ชอบเรื่องโบราณมาก และการมาอยุธยาในแต่ละครั้งนี่ ก็ประทับใจหลากหลายเรื่องต่างกันไป
แต่ที่จดจำได้แม่นๆ และประทับใจสุดๆ ที่เกี่ยวกับอยุธยา ก็มีอยู่เรื่องหนึ่งค่ะในชีวิตนี้ที่ยากจะลืมเลือนไป นึกถึงขึ้นมาทีไร รอยยิ้มน้อยๆ ก็จะผุดขึ้นมาที่มุมปากไปซะทุกทีไปค่ะ เหมือนกับพึ่งจะเกิดขึ้นมาเมื่อวานซืนนี้เอง

เรื่องนั้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับการแสดงอภินิหารของเราโดยการ หายตัวได้ ให้เพื่อนๆ เราที่ไปด้วยกัน และชาวอยุธยาอีกนิดหน่อยได้ดูกันเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาค่ะ คิกคิก ลองย้อนกลับไปฟังเรื่องราวอันน่าประทับใจ (ของเรา)เหล่านี้ดูกันเล่นๆ ไหมคะ
เรื่องและภาพในกระทู้นี้จะไม่เข้ากันสักหน่อยนะคะ เพราะคิดว่าอยุธยาใครๆ ก็เคยไปและรู้จักแล้ว รวมทั้งหลายๆ ท่านก็รู้จักประวัติสถานที่กันไปบ้างแล้ว ก็ขอเล่าเรื่องอื่นบ้างแล้วกันค่ะ

เรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปสัก 10 กว่าปีที่แล้วนะคะ ตอนนั้นกำลังแตกเนื้อสาวสะพรั่ง ดึกๆ นอนๆ อยู่นี่ได้ยินเสียงเนื้อแตกดังเปรี๊ยะๆๆ เลยล่ะค่ะ คิกคิก
ตอนนั้นเราและเพื่อนเราอีกสามคน กำลังบ้าเข้าวัดกันล่ะค่ะ ตัวเราเองกำปงพิราชอบเข้าวัดเพราะชอบเรื่องโบราณ ชอบโบราณสถาน ชอบประวัติ ชอบตำนาน ไม่ได้เข้าไปไหว้พระสงฆ์หรอกนะคะ ชอบโบสถ์ ชอบวัด และชอบพระพุทธรูปน่ะ ตอนนั้นเรายังไม่ฮิตถ่ายรูป
ส่วนเพื่อนเราคือคุณนายพจนีย์ศรีอีสานเค๊าจะเน้นไปที่เรื่องของเครื่องรางของขลังค่ะ จำพวกไสยมืดมนต์ดำน่ะ

ส่วนเพื่อนอีกคนหนึ่งชื่อเจ๊โกย พยุงกระดูก (ชื่อจริงๆ คือคุณนายผยุงกุล แต่นางผอมบาง เดินหง่อกๆ แหง่กๆ โซๆ เซๆ จะล้มมิล้มแหล่ เลยเรียกพยุงกระดูก อิอิ) คนนี้ว่าไงว่าตามกัน ไปไหนไปด้วย มาแนวขอพร ถ้าอกหักหรือช้ำรักขึ้นมา ก็จะเป็นตัวตั้งตัวตีชวนเข้าวัดเองเลย เป็นจำพวกบากหน้าเข้าพึ่งวัดขอให้สมหวังในรัก ไปรดน้ำมนต์ ไปทำสังฆทาน ฮ่าฮ่า
ส่วนอีกคนเป็นไกด์ค่ะ คุณนงค์นารีศรีสัชนาลัยน่ะ ชอบเที่ยวโดยสายเลือดอยู่แล้ว จนถึงขนาดไปสอบเป็นไกด์เล่นๆ ไม่ได้ทำเป็นอาชีพ เรา 4 คนก็เลยชอบตุเลงๆ กันเข้าวัดไปทั่วเลยล่ะค่ะ โดยเฉพาะวัดเก่าๆ สวยๆ นะ

ดังนั้นเมื่อชอบกันคนละแบบ แต่อยู่ในวัดด้วยกันทั้งหมด ทุกครั้งพอเข้าวัดปุ๊บ ก็จะเข้ามุมใครมุมมันเลยค่ะ คนหนึ่งไปแหงนหน้าดูหน้าบันโบสถ์-วิหาร ดูพระประธาน อ่านประวัติ คนหนึ่งก็ตรงลิ่วไปยังซุ้มบูชาวัตถุมงคล ดูตะกรุดพระเครื่อง รัก-ยม เลือกพลิกซ้ายพลิกขวา ควักแว่นส่องพระมาวิเคราะห์เจาะลึกกันหน้าดำหน้าแดงค่ะ
อีกคนก็วิ่งเข้ากุฏิพระเลยทีเดียว ไปรดน้ำมนต์ ไม่ก็ทำสังฆทาน อย่างไวๆ ที่สุดก็นั่งหมุบหมิบเขย่าติ้วเสี่ยงเซียมซี ถ้าออกมาไม่ดีก็เสี่ยงใหม่ค่ะ อ้างว่าพระคงจะงงๆ อยู่ เอาใหม่ๆๆ ไม่เป็นไร
ส่วนเจ๊นงค์นารีไกด์สาวก็โน่น ก้มๆ เงยๆ อยู่กับจิตรกรรมฝาผนังข้างโบสถ์โน่น พร้อมกับบ่นๆ กับลมกับแล้งรอบๆ ตัวว่า คนสมัยนี้นะยะ ชอบจับชอบแตะของเก่า ดู๊ดูซิเนี่ยะ ลอกหมดแล้วเห็นมั๊ย แทนที่จะดูแต่ตามืออย่าต้อง ของโบราณจะเสีย..."
นี่ล่ะน๊า 4 คนเลยไปด้วยกันได้ทุกวัด อิอิ

เรื่องสถานที่ที่ชอบไปกันก็ไม่พ้นวัดเก่า และวังเก่าของจังหวัดสำคัญๆ ต่างๆ รอบๆ กรุงเทพฯ ที่เราจะไปกันได้บ่อยหน่อย แต่ทั้งหมด ไม่มีที่ไหนไปได้สะดวกและบ่อยเท่ากับวัดใน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เลยค่ะ
วัดส่วนใหญ่ที่ไปๆ กัน ถ้าไม่ไปวัดแปลกๆ แบบไม่คิดมาก ก็จะเป็นวัดมาตรฐานที่คนไปอยุธยาต้องไปแหล่ะค่ะ เช่น วัดใหญ่ชัยมงคล วัดพนัญเชิง วิหารพระมงคลบพิตร วัดหน้าพระเมรุ วัดไชยวัฒนาราม และวัดพุทไธสวรรค์ เหมือนที่เราไปทริปครั้งนี้แหล่ะค่ะ นอกจากเบื่อๆ จริงๆ จึงจะไปวัดอื่นๆ นอกเหนือโปรแกรมแบบนี้

ทีนี้เรื่องราวที่เราแสดงอิทธิฤทธิ์อภินิหารได้เกิดขึ้นที่ วัดโลกยสุธาราม ค่ะ
วัดนี้เป็นวัดที่มีพระนอนกลางแจ้ง น่ะ อยู่เยื้องๆ ลึกเข้าไปทางหลังวิหารพระมงคลบพิตร วันนั้นเราไปไหว้พระกันมาหลายวัดแล้ว พอขึ้นมาบนรถก็ต่างคนต่างเล่ากันว่าแนวการไหว้พระของตัวเองเลิศเลอเฟอร์เฟค อย่างงั๊นอย่างงี๊ ต้องวิธีนี้ๆๆ เท่านั้นจึงจะสมหวัง ต้องท่องอย่างนั้นอย่างนี้ ต้องบนบานศาลกล่าวอย่างนั้น จึงจะออกฤทธิ์ตามที่อยากได้

เราก็เลยบอกว่า
โอ๊ย ฉันก็กราบพระเฉยๆ แหล่ะ ขออะไรก็เห็นได้หมดทุกที ไม่เห็นต้องเรื่องมากทำอย่างโน้นอย่างนี้เลย เท่านั้นแหล่ะค่ะ เรากลายเป็นเป้านิ่งโดนโจมตีทันที แหม๋ กราบพระแต่ละทีก้มลงไปกราบปะล๊กๆๆ แบบนั้นน่ะเหรอย๊า ขออะไรได้หมด วู๊ยส์ เจ๊ไม่เชื่อ พระท่านคงจะให้เธอหรอก กราบพระยังกะจะก้มลงไปขยำอ่างกะปิ เจ๊โกยว่า อ่ะห๊า อย่างเธอน่ะเหรอ ขออะไรได้หมด ยัยปง เม้าท์แระๆๆ พจนีย์ศรีอีสานเน้นเสียงเข้าข้างเจ๊โกยเต็มที่ ส่วนคุณนงค์นารีศรีสัชนาลัยทำปากเบะๆ ทำนองว่าเชิ่ดใส่โดยไม่พูดอะไร เอางี๊ พวกเธอคอยดูแล้วกัน ฉันจะลองขออะไรง่ายๆ ดู นี่ๆๆ จอดๆ วัดโลกยสุธารามนี่ ชั้นจะลงไปกราบพระนอนองค์นี้ให้ดู เราค้อนขวับปะหลับปะเหลือก ลอยหน้าลอยตาบอกไป

พอคุณนายพจนีย์ศรีอีสานจอดซีอาร์วีที่ลานจอดรถหน้าองค์พระนอนใน วัดโลกยสุธาราม แล้ว ซึ่งเป็นบริเวณที่มีร้านขายพวงมาลัย และแผงขายเครื่องดื่มตั้งอยู่ และมีนักท่องเที่ยวเดินแถวนั้นประปราย
เราก็ทำปากขมุบขมิบเหมือนจะให้พรเพื่อนๆ ในรถเล็กน้อย (จริงๆ แอบด่า) แล้วหุนหันเปิดประตูรถ พร้อมกับบอกว่า คอยดู๊ คอยดู แล้วก้าวออกไปจากรถ มีเสียงดัง พรึ่บ !!! ตามมาพร้อมทั้งร่างคุณกำปงพิราหายวับไปต่อหน้าต่อตาเพื่อนๆ ทั้ง 3 คนที่อ้าปากค้าง และพ่อค้าแม่ค้านักท่องเที่ยวแถวๆ นั้นตกตะลึงพรึงเพริด
ว๊ายยย ยัยกำปงหายตัวได้ !!!!! เสียงเพื่อนคนหนึ่งร้องเสียงหลงออกมาจากในรถ

ว๊ายๆๆ ตายแล้ว ยัยปงหายตัวได้จริงๆ เหรอเนี่ยะ ก็เธอน่ะซิ ไปท้ามัน ต่อไปถ้ามันเล่นของ เสกวัยรุ่นเข้าท้องหล่อนจะทำยังไงยะ ตายแล้ว ทำไงล่ะ จุดธูป 1 ดอกพนมมือสวดเรียกมันกลับมาจิ ทำไงดีเจ๊ ฮือฮือ" อ๊าย มันยังไม่ตายย่ะ ยัยบ้า แค่หายตัวผลุบลงไปเฉยๆ เวง ไปไป ลงไปดูมันจิ๊ ฯลฯ
กว่าเพื่อนๆ เราจะเลิกแกล้งทำมึน แล้วลงมาจากรถได้ก็ปาเข้าไปหลายนาที จนทั้งสามคนได้ยินเสียงเราแผ่วๆ มาว่า ช่ ว ย ด้ ว ย นั่นแหล่ะ จึงกระวีกระวาดลงมาจากรถ และอ้อมมาดูที่ตำแหน่งประตูรถด้านที่เราลงมา แล้วก็หัวเราะท้องคัดท้องแข็งกันอยู่ตรงนั้นเอง

ความจริงก็คือว่า ตรงตำแหน่งที่คุณพจนีย์ไปจอดรถนั้น ใต้ประตูรถที่เราก้าวลงไป มีท่อระบายน้ำใหญ่ๆ อยู่ เค๊าคงจะซ่อมไม่เสร็จหรือไรนี่ล่ะ เอาแผ่นไม้อัดแผ่นใหญ่ไปวางปิดไว้เฉยๆ พอเราลงจากรถแล้วเหยียบลงไป มันก็กระเดิดขึ้นพร้อมๆ กับที่เราตกพลุบลงไป มันลึกเท่าคอแต่ข้างล่างไม่มีน้ำ เป็นแบบทรายๆ ชื้นๆ น่ะ จริงๆ เพื่อนเราก็เห็นตั้งแต่แรกจากในรถแล้วแหล่ะว่าเราตกท่อ แต่แกล้งผสมโรงซะงั๊น ฮ่าฮ่า
พอเราตกลงไปเจ็บข้อเท้า เลยนั่งยองๆ ลงไปในท่อนั้นเพื่อจับข้อเท้าเรา จากนั้นเราก็ปีนขึ้นมาจากท่อระบายน้ำ พร้อมๆ กับเสียงหัวเราะของเพื่อนๆ ผสมกับเสียงหัวเราะของเราเองอีกนานหลายนาทีหลังจากนั้น.....
มาอยุธยาครั้งนี้ ได้ยินเสียงหัวเราะแว่วมาหลายๆ ครั้งเลยนึกเรื่องนี้ขึ้นมาได้แว๊บๆ แอบอมยิ้มอยู่คนเดียวตั้งนานก่อนที่จะเดินถ่ายรูปต่อไป เลยมาเล่าให้ฟังกันเล่นๆ สนุกๆ ค่ะ

เรื่องนี้ไม่ได้มีสาระอะไร ฟังเอาขำขำอย่างเดียว เรื่องมันก็นานแสนนานหนักหนามาแล้ว มาได้ยินเสียงหัวเราะครั้งใหม่ในทริปนี้ เลยเหมือนต่อยอดความทรงจำค่ะว่า รอยยิ้มไม่เคยจางหายไปจากวันเวลาในอยุธยาจริงๆ โดยไม่ต้องเล่นของ หรือพึ่งไสยมืดมนต์ดำแต่ประการใดเลย จริงไหมคะคุณพจนีย์ ฮี่ฮี่
ขอบคุณพระนครศรีอยุธยา ที่ยังทาบทับไปด้วยเงาแห่งความงดงามของอดีตที่ได้สะสมมา 417 ปี และทิ้งร่องรอยไว้สวยสง่าโก้สมกับเป็น มรดกโลกทางวัฒนธรรม ที่องค์การยูเนสโกยกฐานะให้

ลาแล้วกรุงเก่าในวันฟ้าหลัวฝนพรำ ต่อวันหน้าฟ้าใสแดดสวยจะกลับมาเยือนใหม่ค่ะ สวัสดีผู้เข้าชม Blog OKnation นี้ทุกท่าน จนกว่าจะพบกันใหม่ในทริปต่อไป บั๊บบายจ้า~

เรื่องและภาพ : กำปงพิราเทวี กล้อง : Nikon D70s เลนส์ Sigma 10-20 mm. ขอบคุณ : ทริปถ่ายภาพจาก http://fujifilmclub.pantipmember.com
|