|
สวัสดีค่ะ เมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา ได้มีโอกาสไปเที่ยว หลวงพระบาง (ซะที) อิอิ หลังจากที่ฝันไว้มานานค่ะ ไป 4 วัน 3 คืนกับเพื่อนอีกคนหนึ่ง จะไปดูกันซิว่าฉายา หัวใจของแผ่นดินล้านช้าง ที่ได้รับการประกาศจาก UNESCO ให้หลวงพระบางเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมในฐานะที่ อนุรักษ์ความเก่าแก่ดั้งเดิมไว้ได้ดีที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ น่ะจะเป็นยังไงเนอะ
เรื่องของหลวงพระบางที่หลายๆ คนไปกันมาแล้ว และได้กลับมาเล่าสู่กันฟังนั้นก็คงไม่พ้นวัดวาอาราม และสถาปัตยกรรมของเมือง เดี๋ยวกลัวจะเบื่อกันซะก่อน ดังนั้นเราขอเล่าในอีกแง่มุมนึงแล้วกันนะคะ อ่านเล่นเพลินๆ ก็แล้วกัน (แถมภาพและเรื่อง เรียงไม่ตรงกันอีก ฮ่าๆๆๆ ขออภัย)
เอาล่ะ...ได้มาเยือนซักทีค่ะ สะบายดีหลวงพระบาง~

เฮือนพักที่แคมโขง
วันแรกที่ไปถึง ก็ตกเย็นแล้วล่ะค่ะ หาเฮือนพักที่แคมโขง (ริมโขง) ห้องละ 500.- หรือ 125,000 กีบ เสร็จสรรพก็ไปเดินเล่นที่ตลาดมืด หรือ ตลาดกลางคืน บนถนนสีสะหว่างวงกันค่ะ โผล่จากเฮือนพักก็เดินเลี้ยวมานิดเดียวก็ถึงแล้ว แต่เราเดินเล่นก๊อกๆ แก๊กๆ ยังไม่ได้ซื้ออะไรค่ะ
พอมาถึงหัวตลาดมืด เลี้ยวขวาเข้าซอยเล็กๆ จะมีอาหารขายเยอะๆ สองนางงามก็เลยไปแสดงอภินิหารให้ฝรั่งมังค่าแถวนั้นตื่นตะลึง ด้วยการโซ้ยปลานิลปิ้งตัวใหญ่ยาวเกือบ 1 ฟุตกันไปคนละ 1 ตัวเต็มๆ อย่างเมามันปากมันแผล่บ พร้อมทั้งไก่ปิ้งช่วงสะโพกอีกคนละไม้ แถมจกข้าวเหนียวใส่ปากเบ็ดเสร็จอีกครึ่งกิโลฯ ตามด้วยป่อเปี๊ยะทั้งแบบสดและแบบทอดอีก 10 อัน ล้างปากด้วยเบยลาวอีก 1 ขวด(เบียร์ลาว)คิกๆๆๆ นางงามหรือปอบหยิบคะนั่น

ทานเสร็จสองทุ่มกว่า เดินออกมาตรงสี่แยกที่มี ห้องกานไปสะนี และโรงแรมพูสี คุยกันเล่นๆ ว่าค่ำๆ แบบนี้ไม่มีอะไรดีไปกว่าไปหาเบียร์กินตามผับตามเธคฯ แล้วนั่งเหล่หนุ่มๆ เนอะ คิกคิก
มาเมืองมรดกโลก เมืองแห่งวัดแท้ๆ ยังไม่ทันหันหน้าเข้าวัดเลย จะดิ่งลงเหวซะก่อนแล้ว แต่ไม่เป็นไรค่ะ คุณพจนีย์เพื่อนเราบอกว่า บุญส่วนบุญ บาปส่วนบาป คนละกองกัน อิอิ

เราเดินมาลองเรียกรถไปดู สถานที่ที่เราจะไปคืนนี้คือ ดาวฟ้าบันเทิง ดิสโก้เธค ของที่นี่ค่ะ ทีแรกนึกว่าใกล้ๆ เรียกรถไป ลุงคนขับบอกมาว่าสองคน 80 บาท นางงามทั้งสองก็หันหลังเชิ่ดใส่ปุ๊บเหมือนกันค่ะ เดินย้อนกลับเข้าไปตลาดมืดใหม่ ลุงวิ่งหยอยๆ มาบอกว่าป่ะป่ะ คิด 50 บาท ฮ่าๆๆ อ่ะ ไปค่ะไป
ตอนเรียกรถนี้ก็ลืมไปค่ะว่าทั้งสองคนสะโพกดินระเบิดทั้งคู่ รถคันนี้เป็นแบบมอเตอร์ไซค์พ่วงข้าง ที่นั่งก็แคบๆ นั่งเบียดกันไป สั่นไปเพราะอากาศหนาวมั่ก ไกล๊ไกลกว่าจะถึง ดาวฟ้าบันเทิง ดิสโก้เธค ของหลวงพระบางที่หมายมั่นปั้นมือจะมาเยือนค่ะ

ดาวฟ้าบันเทิง
มาถึงปั๊บ จ่ายเงินให้ลุงคนขับปุ๊บ ลุงก็ออกรถกลับไป สองนางงามลังเลอยู่แป๊บนึงก็เดินเข้าประตูดาวฟ้าไปค่ะ แต่ ว๊ายยย...ยังไม่มีคนเลย เพราะพึ่งจะสองทุ่มกว่า ถามเด็กเสริฟในนั้น เขาบอกว่าคนจะเยอะตอน 4 ทุ่ม เอาล่ะซิ ถอยกรูดกันออกมาตั้งหลักข้างนอกก่อน ปรึกษากันแล้ว กลับไปอาบน้ำอาบท่าแล้วมาใหม่ตอนดึกกว่านี้หน่อยดีกว่าค่ะ
ตานี้ล่ะซิ ขากลับนี่หายนะมาเยือนซะแล้ว ข้างหน้าดาวฟ้าตอนนี้ไม่มีรถโดยสารเลยอ่ะ เราเลยเดินไปเรื่อยๆ ตาก็คอยมองรถที่ผ่านไป-มา มีแต่ผู้โดยสารนั่งไปแล้วทั้งนั้นเลย เดินมาไกลได้สักพัก ถึงแยกที่มีโรงแรมหรูหราไฮโซราคาห้องพักแพงระยับคือ เลอ เรสิดัง พูว่าว ก็มีรถจัมโบ้ (สามล้อ)คันหนึ่ง มีผู้โดยสารเป็นฝรั่งเลี้ยวเข้าไปในโรงแรมเลอ เรสิดัง เราเลยตัดสินใจรอรถคันนี้ออกมา
การรอรถคันนี้ เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวหลายสิ่งหลายอย่างใน 4 วันอันแสนสุข ณ หลวงพระบางค่ะ

ตาตุ้ยเปา
เรารอสักแป๊บ รถสามล้อจัมโบ้คันนั้นก็แล่นกลับออกมา เราโบกและขึ้นไปนั่ง มองไปที่คนขับ ชะอุ๋ย!!! หล่อเหมือนกันนะเนี่ยะ สองนางงามก็สบตากันหลังรถ คิกๆๆๆ หลังจากนั้นก็แนะนำตัวกันและคุยเล่นไปเรื่อย ได้ความว่าเขาชื่อ ตุ้ย แต่คุณพจนีย์แอบเรียกเขาว่า ตุ้ยเปา อิอิ
เราให้ตุ้ยไปส่งที่เฮือน พร้อมทั้งบอกว่าให้มารับอีกทีตอน 4 ทุ่มเพื่อไปดาวฟ้าอีกรอบ ตุ้ยก็โอเค เสร็จแล้วสองสาวก็ขึ้นเฮือนไปอาบน้ำอาบท่า นั่งเม้าท์กันเพลินๆ ใกล้ๆ 4 ทุ่มเจ้าของเฮือนเดินมาเคาะประตูป๊อกๆ บอกว่ามีญาติมารอพบด้านล่าง
ญาติใครหว่า ???

ไม่ต้องเดาก็ถูก ฮ่าฮ่า ทีหวยล่ะไม่ออกแม่นยังงี๊ ตาตุ้ยเปาแหล่ะค่ะ มายืนยิ้มแผล่อยู่หน้าเฮือนพักเกสต์เฮ้าส์นี้ บอกว่ามารับไปดาวฟ้าแระ เรานั่งรถไปรอบดึกนี้ หนาวยิ่งกว่ารอบแรกมากค่ะ แต่ไม่อยากใส่เสื้อหนามากหรือเอาผ้าพันคอไป เพราะเดี๋ยวเข้าเธคฯ แล้วไม่สวย อิอิ
มารอบนี้ในดาวฟ้าบันเทิงคนแน่นแล้วค่ะ สั่งเบียร์ลาวพร้อมน้ำก้อน (น้ำแข็ง) อีกถังใหญ่ มากรึ๊บๆ กัน คุณพจนีย์ไม่กินเบียร์ก็ต้องกินน้ำบอริสุด (น้ำเปล่า)กับน้ำหวาน (โค้ก)แทน ตาตุ้ยกินเบียร์เก๊งเก่ง อันที่จริงคนลาวแทบจะทั้งหมดเราเห็นกินเบียร์กันเก่งจัง ขนาดมื้อเที่ยงๆ กินก๋วยเตี๋ยว กินเฝอ ยังสั่งเบียร์มานั่งกินกันทีละสองสามขวดอ่ะ (ลาวเรียกสองสามแก้ว ---เรียกขวดว่าแก้ว เรียกแก้วว่าจอก) ประเดี๋ยวตาตุ้ยก็ เอ้า...ตำจอกๆๆๆ (ชนแก้ว) เหอๆ

ในช่วงที่นั่งอยู่ในดาวฟ้านั้น ตาตุ้ยได้แนะนำหนุ่มน้อยลาวคนหนึ่งให้พวกเรารู้จัก ชื่อ ใหญ่ หน้าตาแบบวัยรุ่นทันสมัยน่ารักเข้าทีเลยค่ะ ผิวขาวปากแดงเชียว ใหญ่เรียกพวกเราเสียงดัง และแหลมว่า ปี๊...ปี๊... เวลาพูดอะไรจะต้องขึ้นต้นประโยคว่า อั่นนนนนนนน......... แบบลากหางยาวมากในทุกประโยคที่พูด และนี่ก็อีกคน ชวนตำจอก กันทั้งคืนเหมือนกัน ฮ่าๆๆๆ
ทีนี้ไม่รู้ว่าไอ้เพราะฤทธิ์ตำจอกกันมากไปหน่อยหรือเปล่า เบยลาวหมดไปหลายขวดเลยล่ะ พอเที่ยงคืนครึ่งดาวฟ้าก็ปิดแล้ว แต่พวกเรายังนั่งเม้าท์กันเพลิน สักพักทางดาวฟ้า ให้เด็กเสริฟยก โจ๊กร้อนๆ ชามใหญ่บะเริ่มมาเสริฟให้พวกเรา 4 คนๆ ละจานที่โต๊ะอ่ะ บอกว่าให้ทานฟรีๆ แบบวิท คอมพลีเมนทารี่ ดีแห่ะ ^^

ทานเสร็จก็ขอบใจทางร้านดาวฟ้าเขา ส่วนตาใหญ่นึกครึ้มอะไรขึ้นมาไม่รู้ ชวนพวกเราว่า มื้ออื่น(พรุ่งนี้)ตอนแลง 1 ทุ่ม เชิญพวกเรามากินข้าวที่เฮือนเขา เขาจะต้มไก่ไว้รอท่า ว๊าว... เริ่ด มีหนุ่มน้อยมานัดดินเนอร์ โอเช... รับนัดจ้า แล้วเราก็ไปส่งตาใหญ่ที่เฮือน ซึ่งก็อยู่ใกล้ๆ กับสนามบินหลวงพระบาง เราล่ำลากันโดยเอาแก้มแนบแก้มแบบฝรั่งเศส (อารมณ์แบบเบียร์ลาวพาไป) กิ๊บเก๋จริงๆ
หลังจากนั้นตุ้ยเปาก็มาส่งพวกเราที่เฮือนพัก ถึงตรงนี้แล้ว เราก็ได้ตกลงจะให้ตุ้ยมารับเราพาเที่ยวในวันพรุ่งนี้ต่อเลย เพราะดูโหงวเฮ้งแล้วชะตาต้องกันดี และโปรแกรมแรกก็จะเริ่ม 6 โมงเช้าคือ ตักบาตรข้าวเหนียว ค่ะ งั๊นคืนนี้ราตรีสวัสดิ์ก่อนล่ะ อากาศก็หน๊าวหนาว ห่มผ้าเสร็จก็หลับปุ๋ย กรนคร๊อกกกก สบายใจ อิอิ

ตักบาตรข้าวเหนียว
เช้านี้เราเริ่มต้นกันที่ถนนสีสะหว่างวงค่ะ เพื่อมารอตักบาตรข้าวเหนียวกับชาวหลวงพระบางกัน ทีแรกก็งงว่าใส่บาตรแต่เฉพาะข้าวเหนียวเปล่าๆ แล้วพระจะฉันเข้าไปยังไง จริงๆ ก็คือ ชาวหลวงพระบาง จะตามเอากับข้าวไปถวายต่างหากที่วัดเลยค่ะ
ตาตุ้ยเปาขับรถจัมโบ้พาเราไปซื้อข้าวเหนียวที่ตลาดใกล้ๆ นั้นก่อนคนละ 3 กิโล ตุ้ยบอกว่าจะถูกกว่าซื้อจากแม่ค้าตรงบริเวณที่ใส่บาตร ซึ่งก็เป็นความจริงค่ะ เราค่อนข้างจะไม่ประทับใจในเรื่องของแม่ค้าเหล่านี้สักหน่อย เพราะตื้อเรามากๆ ยัดเยียดการขายของไปนิสนึง ถึงขนาดว่าช่วยซื้อไปชุดหนึ่งแล้วก็ไม่รู้จักแล้ว ในยามที่เรามีสมาธิกับการใส่บาตร ก็ยังตื้อเราให้ซื้อเพิ่มอยู่นั่นแหล่ะค่ะ แม่ยุแม่ยะจริงๆ
แต่ก็ตื่นตาตื่นใจดีค่ะ พระและเณรเยอะจริงๆ เป็นแถวยาวเหยียดเลยทีเดียว ก็เป็นสิ่งที่พลาดไม่ได้ในการมาเยือนหลวงพระบางนะคะ เป็นไฮลี่-เรคคอมเมนเลยทีเดียว

จากนั้นตุ้ยเปาก็พาเราไปเดินเล่นที่ตลาดเช้าค่ะ ที่ตลาดเช้านี่พ่อค้าแม่ค้าเค๊าจะมาตั้งตลาดกันแต่เช้ามืดเลยทีเดียว เห็นว่าข้ามฟากมาจากฝั่งโน้นของแม่น้ำโขงค่ะ มีของแปลกๆ มาขายเต็มเลยค่ะ เช่น ปูภูเขาสีส้มสวยเชียว ร้อยเป็นพวงมาในเส้นตอก หรืออาหารน่ากลัว (แต่ก็อยากลองกิน) เช่น เนื้อเม่นตัวใหญ่ยักษ์มาก แล่กันสดๆ เลยทีเดียว น่ากินที่สุด จะว่าไปเป็นไรมี เนื้อแดงๆ เหมือนกัน อิอิ
(เลื่อนภาพกลับขึ้นไปดูข้างบนค่ะ)

ร้านกาแฟปะซานิยม
เราเดินในตลาดเช้าจนสุดทางมาทางริมฝั่งโขงแล้ว ตาตุ้ยสุดหล่อก็พาเรามาถึง ร้านที่แสนจะป๊อปปูล่าฮิตสำหรับคนไทยที่ไปเยือนหลวงพระบาง นั่นก็คือ ร้านกาแฟปะซานิยม ค่ะ
ร้านกาแฟปะซานิยมนี้ อยู่ริมโขงใกล้ๆ กับท่าเรือข้ามฟากไปฝั่งโน้นอ่ะค่ะ เป็นร้าน(เพิง)เล็กๆ ใต้ต้นมะม่วงใหญ่ คนนั่งกันเต็มเลยค่ะ แต่พอมีคนใหม่มา ก็จะเถิบๆ กันไปให้นั่งกันได้ครบหมด เจ้าของร้านทักทายทุกคนที่ผ่านเข้าเสียงเบาๆ แต่แฝงไว้ด้วยสำเนียงมิตรภาพ สะบายดี
บนโต๊ะในร้านนี้ มีสมุดกระดาษสา วางอยู่เป็นตั้งเลย หยิบมาเปิดดู เป็นสมุดสำหรับผู้มาเยือนเซ็นชื่อน่ะค่ะ มีแต่คนไทยทั้งนั้นเลย ข้อความส่วนใหญ่ก็เขียนประมาณถึงความประทับใจในร้านกาแฟ และเมืองหลวงพระบางนี้ค่ะ อ่านแล้วก็อดอมยิ้มไม่ได้ น่ารักจริงๆ

เขาว่ากาแฟที่ขายที่ร้านนี้ ส่งตรงมาจากเมืองปากซ่อง ทางภาคใต้ของลาวเลยทีเดียว ซึ่งเป็นแหล่งที่ปลูกกาแฟทั้งพันธ์ โรบัสต้า และอราบิก้าคุณภาพเป็นเยี่ยมแห่งหนึ่งในโลกค่ะ จนมีคำขวัญที่ว่า..... กาแฟปากซ่อง จากสวนของเฮา ถึงจอกของท่าน
เราสั่งมาทานทั้งกาแฟคั่วบดชงใส่นม ไข่ลวก 2 ฟอง ปาท่องโก๋ และข้าวจี่หรือบาเก็ต ขนมปังฝรั่งเศส ผลพวงจากฝรั่งเศสที่ทิ้งไว้ให้ในยุคอาณานิคม แถมตาตุ้ยยังแว่บไปซื้อไส้อ่อนย่าง นกปิ้ง หน้าตาเหมือนนกกระจาบทอดบ้านเรา และข้าวเหนียวมาให้แจมอีก หันไปอีกทีคุณพจนีย์เพื่อนเลิฟปากมันแผล่บเลยล่ะ ปอบลงแต่เช้าเลยหรือค๊ะคุณ อิอิ

เราไปนั่งทานกาแฟที่ร้านปะซานิยมนี้ทุกเช้าทั้ง 3 วันที่อยู่ในหลวงพระบาง แต่วันสุดท้ายไปสายหน่อย พอนั่งลงเจ้าของร้านทักสบายดีแล้วก็พูดต่อว่า...เห็นมากิน 2 วัน วันนี้ไม่มายังนั่งนึกถึงว่าเราสองคนคงกลับไทยไปแล้ว.....
...คนขายน่ารักแบบนี้ จะไม่รักร้านกาแฟร้านนี้ และชาวเมืองหลวงพระบางยังไงไหว...

ทิ้งท้ายกับหลวงพระบางตอนที่ 1 ไว้เท่านี้ก่อนนะคะ อิอิ การเดินทางครั้งนี้ยังไม่จบ ขอต่อเรื่องราวอื่นๆ กับบล๊อกหน้านะคะ ยังมีไฮไลท์อีกหลายที่ในหลวงพระบาง
..............
บล๊อกหน้านอกจากเที่ยวต่อแล้ว คำสัญญากลางดาวฟ้าบันเทิงในคืนนั้น ที่มีหนุ่มน้อยชาวลาวหล่อบาดใจมาชวนไปดินเนอร์ที่เฮือน พร้อมกับจะต้มไก่ไว้รอท่า จะออกมาเป็นยังไงหนอ.....
ขอขอบใจเจ้า ~
เรื่องและภาพ : กำปงพิราเทวี กล้อง : Nikon D70s เลนส์ Sigma 10-20 mm.
|