วันศุกร์ ที่ 18 เมษายน 2551
นี่แหละครับ..ฝีมือ ฝีมือจริงๆ
Posted by
เย็นตาโฟ
,
ผู้อ่าน : 142
, 09:55:54 น.
พิมพ์หน้านี้
| โดย ผู้จัดการออนไลน์ | 17 เมษายน 2551 18:31 น. |
 |
 | | คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น |
|
|
|  | หลายครั้งที่พลิกหน้านิตยสารหาภาพถ่ายเพื่อนำมาใช้เป็นแบบในการเขียนภาพสีน้ำมัน อนุวัฒน์ หลาบหนองแสง อดเสียไม่ได้ที่จะเลือกภาพซึ่งมีความใกล้เคียงกับชีวิตในวัยเยาว์ของเขา และทำให้เขาหวนระลึกถึงความผูกพันที่เคยมีต่อพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ผู้เฒ่าผู้แก่ ผู้ที่ตลอดมาได้ปลูกฝังแง่คิดในการใช้ชีวิตให้แก่เขา จนหล่อหลอมเป็นเขาในวันนี้ ที่มีความรักและความปรารถนาดีของบุคคลเหล่านั้นเป็นเข็มทิศนำพาชีวิตให้ก้าวไปข้างหน้า โดยเฉพาะยายของเขา ที่แม้ปัจจุบันท่านจะจากโลกนี้ไปแล้ว เขาก็ไม่เคยลืมนำหลายสิ่งที่ท่านเคยพร่ำสอนมาปรับใช้กับชีวิต ศิลปินวัย 29 ปี แห่งศูนย์ศิลปาชีพพิเศษบางไทรในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์พระบรมราชนีนาถบอกเล่าว่า ชีวิตในวัยเด็กที่บ้านเกิด อ.โนนสังข์ จ.หนองบัวลำพู เติบใหญ่มาได้โดยมียายเป็นผู้เลี้ยงดู เพราะพ่อและแม่ต้องออกไปทำนาหาเลี้ยงชีพ เหมือนเช่นเกษตรกรในชนบททั่วๆไป ภาพยายเก็บบัว โดยมีหลานชายตามติดใกล้ชิด แม้ไม่ได้ตั้งใจจะฉายภาพชีวิตในวัยเด็กของตัวเอง แต่เขาก็ไม่ปฏิเสธว่าขณะเขียนภาพนี้ใบหน้าของยายลอยเด่นอยู่ในห้วงความคิด ยายผู้เป็นคนสอนให้เห็นถึงคุณค่าของการใช้ชีวิตแบบพอเพียง ผ่านการงาน ผ่านวิถีชีวิตที่เรียบง่าย ภาพคุณป้านั่งแกะข้าวโพด เขียนขึ้นด้วยความรู้สึกที่ไม่แตกต่างกัน เป็นแรงบันดาลใจให้เขาอยากกลับคืนสู่ชนบท ไม่ดิ้นรนไขว่คว้าหาสิ่งไกลตัว ภาพพ่อลูกกำลังทอดแหหาปลา ทำให้เขานึกถึงภาระอันเหนื่อยนักในแต่ละวันของพ่อผู้เป็นเรี่ยวแรงสำคัญในการหาเลี้ยงครอบครัวและความทรงจำครั้งที่เขาเคยลงเรือติดตามพ่อ ไปหาปลาที่อ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนอุบลรัตน์ ภาพแม่เฒ่านั่งฟังพ่อเฒ่าเป่าแคน ท่ามกลางแสงวอมแวมของตะเกียงน้ำมันที่ถูกจุดขึ้น บรรยากาศในภาพอนุวัฒน์บอกว่ามีความใกล้เคียงกับบรรยากาศยามค่ำคืนอันแสนจะครึกครื้นที่บ้านของตา ซึ่งตกเย็นน้าสาวผู้มีอาชีพเป็นหมอลำ มักจะพาสมาชิกภายในวงมาซ้อมร้อง ซ้อมเป่าแคน เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนถึงวันแสดงจริง และภาพผู้เฒ่าผู้แก่แต่งตัวงดงามในแบบชาวภูไท ยืนเรียงรายและเตรียมล้วงข้าวเหนียวจากกระติ๊บข้าวที่เตรียมมาเป็นอย่างดีเพื่อใส่บาตรพระ นอกจากเป็นภาพของความศรัทธาของชาวไทยพุทธที่ในวันสำคัญทางศาสนาต้องตื่นแต่เช้ามาหุงหาอาหารเพื่อบำรุงพระพุทธศาสนา ยังเป็นภาพที่ทำให้เขานึกถึงความเป็นคนบ้านใกล้วัดของตัวเอง ที่บ่อยครั้งยายมักจะพาไปทำบุญที่วัด ภาพทุกภาพทำให้ความทรงจำดีๆในอดีตของอนุวัฒน์ฉายชัดขึ้น และหลายครั้งที่ถวิลหา ไม่อยากให้มันเหลืออยู่แค่เพียงในภาพ ทุกวันนี้กลับไปเยี่ยมบ้าน มองไปทางไหนเห็นแต่คนแก่กับเด็ก เห็นแต่คนแก่เลี้ยงหลาน คนหนุ่มสาวไม่รู้หายไปไหน ผมเขียนภาพเหล่านี้ส่วนหนึ่งก็หวังว่าคนที่ซื้อภาพไปหรือคนที่ได้ชมภาพ โดยเฉพาะคนที่เป็นคนบ้านนอกอย่างผมและคนที่จากบ้านมาไกล ฉุกใจคิดได้ว่า ลืมคนเฒ่าคนแก่ที่บ้านของตัวเองหรือเปล่า ที่ผ่านมาเคยกลับไปเยี่ยมไปดูแลพวกเขาบ้างไหม ส่วนคนเมือง ตามสื่อต่างๆ เราคงได้เห็นข่าวคนชราเร่ร่อนอยู่บ่อยๆ และนับวันคนชราในบ้านพักคนชราจะมีเพิ่มขึ้น ภาพของผมแม้จะไม่ได้สะท้อนในด้านนั้นโดยตรง แต่อย่างน้อยๆ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งมันน่าจะทำให้หลายคนได้ตระหนักว่าคนชราที่อยู่รายรอบตัวพวกเขา ผู้ที่เคยอบรมสั่งสอนเลี้ยงดูพวกเขามา ได้รับการดูแลที่ดีหรือยัง อนุวัฒน์หวังว่า เมื่อวันหนึ่งที่ตัวเองต้องแก่ตัวลง เขาก็อยากเป็นคนแก่ในแบบที่มีลูกหลานล้อมหน้าล้อมหลัง ให้ความรักความอบอุ่น ไม่ทอดทิ้งให้ต้องอยู่เดียวดาย และเป็นคนแก่ที่ยังสามารถถ่ายทอดภูมิปัญญาให้แก่ลูกหลานได้ คนเฒ่าคนแก่ ถ้าเรามีเวลาได้ใกล้ชิดพวกท่านบ้าง นอกจากจะช่วยให้พวกท่านไม่เหงา ตัวเราเองก็พลอยได้รับความรู้ ได้ข้อคิดดีๆจากท่านมาใช้ในการดำเนินชีวิต
|
|
|
|
|
|
|
|