เอ็นจีโอชำแหละเบื้องหลังการโฆษณาโรงไฟฟ้าเอกโก้ บิดเบี้ยวข้อมูล ใช้งบมหาศาลเพื่อโน้มน้าวให้ประชาชนเชื่อและสนุบสนุนการ่กอสร้างโรงไฟฟ้า เรียกร้องรัฐเข้าไปดูแลโฆษณาเกินจริง นางสาวสายรุ้ง ทองปลอน ผู้จัดการสหพันธ์องค์กรผู้บริโภค(สอบ.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่บริษัท ผลิตไฟฟ้าจำกัด(มหาชน) หรือ เอกโก้ ได้ทำสปอร์ตหนังโฆษณาทางโทรทัศน์ ซึ่งมีเนื้อเรื่อง กล่าวถึง การเข้ามาเยี่ยมชมโรงไฟฟ้าเอกโก้ ของเด็กอนุบาลกลุ่มหนึ่ง ซึ่งระหว่างการเยี่ยมโรงไฟฟ้านั้น ระหว่างทางก็ได้พบนกอินทรีย์ทะเล บินอยู่บนท้องฟ้า เมื่อเดินแกมวิ่งต่อไปก็ได้พบลิงแสมฝูงหนึ่ง เกือบ 10 ตัวนอนหลับเกยกันอยู่บนต้นไม้ เมื่อเดินแกมวิ่งต่อไป ก็พบปลาโลมาสีชมพูฝูงหนึ่ง กระโดดน้ำตู้มๆ ดำผุดดำว่าย อยู่หน้าโรงไฟฟ้านั้น เป็นยุทธวิธีส่งเสริมการขาย โดยใช้โฆษณาในสื่อกระแสหลักที่มีอิทธิพลต่อผู้บริโภคสื่อมากที่สุดคือ โทรทัศน์ ทั้งนี้ มีความไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง และยังไม่มีกฎหมายใดที่จะสามารถกำกับควบคุมดูแล รัฐบาลควรจะต้องมีมาตรการกำกับดูแลการโฆษณาในลักษณะดังกล่าว ที่จะมีมากขึ้น เพราะถือเป็น สงครามแย่งชิงมวลชน(ผู้บริโภคข่าวสาร ผู้ใช้ไฟฟ้า) การให้ข้อมูลด้านเดียว และจะยิ่งเพิ่มความขัดแย้งรุนแรงในพื้นที่ต่อไปในอนาคต นางสาวสายรุ้ง กล่าววิพากษ์ถึง 3 ประเด็นหลักจากโฆษณาชุดดังกล่าว คือ 1. เบื้องหลัง 2. ความไม่เหมาะสม 3. ข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล 1. เบื้องหลัง ในขณะนี้อยู่ในช่วงเวลาเริ่มต้นของแผนขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าหรือพีพีดี 2007(PDP2007)อนุมัติ ซึ่งหมายถึงแผนการลงทุนในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขนาดมหึมา ครอบคลุม 15 ปี กับวงเงินลงทุน 2ล้านล้านบาท พร้อมกับการเปิดขายซองประมูลการสร้างโรงไฟฟ้าโดยเอกชนหรือไอพีพี(IPP) ก็เริ่มในเดือนมิถุนายน 2550 ที่ผ่านมาพร้อมกัน ในเดือนตุลาคม 2550 นี้ ก็จะมีการพิจารณาซองประมูล "ในระหว่าง 3-4 เดือนนี้คือ ช่วงเวลาที่ บริษัทเอกชนทั้งหลายที่ซื้อซองประมูลต้องไปหาพื้นที่สร้างโรงไฟฟ้า ต้องมีการทำเวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชนเบื้องต้น ต้องมีการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้นการโฆษณาของ เราจึงเห็นความเคลื่อนไหวเรื่องการก่อสร้างและการต่อต้านโรงไฟฟ้าในพื้นที่ต่างๆ เช่น สมุทรสงคราม ,ระยอง , ราชบุรี , สุราษฎ์ธานี ฯลฯ และเราจึงได้เห็นโฆษณาของ เอกโก้ ออกมาในช่วงนี้" นางสาวสายรุ้งกล่าว นางสาวสายรุ้ง กล่าวอีกว่า โฆษณาของกฟผ. ก็ออกมาในช่วงนี้เช่นกันเพราะแผนการลงทุนนั้น เปิดให้เอกชนประมูลลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าได้ 50% ส่วนที่เหลือกฟผ.สร้างได้ 50% โดยไม่ต้องประมูล สิ่งเหล่านี้ เป็นเบื้องหลังปรากฎการณ์การใช้สื่อโฆษณา เป็นอาวุธสู้รบในการดึงมวลชน ของอุตสาหกรรมพลังงาน ซึ่งเป็นอาวุธที่อุตสาหกรรมพลังงานมีฝ่ายเดียว แต่อีกฝ่ายคือชาวบ้านประชาชน ผู้บริโภคไม่มี ในอนาคตเราก็อาจจะได้เห็นยุทธวิธีส่งเสริมการขายด้วยการโฆษณาแบบนี้ ในการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เพราะโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ มีงบโฆษณาประชาสัมพันธ์ประมาณอย่างน้อย 600 ล้านบาท งบโฆษณาที่มหาศาล จะถูกทุ่มออกมาเพื่อส่งเสริมการขายอย่างซึมลึก ให้ประชาชนมุ่งไปสู่การสนับสนุนโรงไฟฟ้า การสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่หลายร้อย หลายพันเมกกะวัตต์ต่อโรง และนั่นก็จะเป็นจิตวิทยาส่งเสริมให้ประชาชนมุ่งใช้ไฟฟ้าอย่างฟุ่มเฟือยต่อไปตรงกันข้ามกับแนวทางที่สังคมไทย และสังคมโลกต้องประหยัด หรือแทบจะต้องชะลอการใช้พลังงาน ในวิกฤติปัญหาโลกร้อน อุตสาหกรรมไฟฟ้าของไทยทั้งรัฐและเอกชนกลับเดินไปในทิศทางตรงกันข้าม มุ่งสู่การสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ การใช้พลังงานขนาดมหึมา การส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าไม่สิ้นสุด นางสายรุ้ง กล่าวอีกว่า ความไม่เหมาะสม : กรณีตัวอย่างของโฆษณาชิ้นี้ของโรงไฟฟ้าเอกโก้ คือ การทำสงครามแย่งชิงมวลชน โฆษณาดังกล่าวเกิดขึ้น ท่ามกลางความขัดแย้งของสังคม ในขณะที่ชาวบ้านในหลายพื้นที่กำลังมีการต่อต้านโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่มีขนาดหลายร้อย และหลายพันเมกกะวัตต์ต่อโรง เป็นการใช้ทุน และเงินมาสู้กับชาวบ้าน การใช้สื่อโฆษณากระแสหลัก ที่มีอิทธิพลต่อผู้บริโภคสื่อมากที่สุด มารับใช้การเมืองเรื่องพลังงาน และผลประโยชน์หลายแสนล้านต่อปี " การให้ข้อมูลด้านเดียว โฆษณาดังกล่าว เป็นยุทธวิธีส่งเสริมการขายของอุตสาหกรรมพลังงาน-ไฟฟ้า เพื่อปูทางหวังการก่อสร้างโรงไฟฟ้า โดยการชวนเชื่อโน้มน้าวใจผู้บริโภคข่าวสาร และผู้บริโภคไฟฟ้า ให้ไปอยู่ข้างตน เพื่อลดแรงต้านจากสาธารณะในการก่อสร้างโรงไฟฟ้า และเป็นการทำสงครามมวลชน ที่ในสนามอุตสหกรรมพลังงานและอุตสาหกรรมไฟฟ้า มีอาวุธฝ่ายเดียว คือ เงินทุนในการทุ่มงบประมาณ เพื่อแย่งชิงมวลชน เพราะก่อนที่จะไปสู่ชัยชนะในการได้สร้างโรงไฟฟ้า ต้องมีเป้าหมายของชัยชนะแรกก่อน คือการแย่งชิงมวลชน"นางสาวสายรุ้งกล่าว นางสาวสายรุ้ง บอกอีกว่า โฆษณา ดังกล่าวมีไม่เหมาะสมของจรรยาบรรณการโฆษณา คือ การเอาเด็ก เป็นเครื่องมือ เป็นสื่อกลางโน้มน้าวใจ โดยอาศัยภาพลักษณ์ของความเป็นเด็กไร้เดียงสา น่ารัก มาเป็นตัวเอก หรือดารานำในการโฆษณา ซึ่งเป็นภาพลักษณ์ที่สามารถโน้มน้าวใจผู้บริโภคสื่อ ที่เป็นผู้ใหญ่ จากความน่ารัก ไร้เดียงสาของเด็ก และนอกจากนั้นยังเป็นการปลูกฝังให้เด็ก เยาวชน คนรุ่นใหม่ โดยตรง จากการเห็นคนรุ่นเดียวกันในหนังโฆษณาด้วย ในการสื่อความหมาย เรื่องสิ่งแวดล้อม ในขณะที่ความขัดแย้งเรื่องผลกระทบของโรงไฟฟ้า และความขัดแย้งการไม่ยอมรับโรงไฟฟ้าอยู่หลายพื้นที่ ภาพที่นำมาเสนอ ต้องมีการตรวจสอบ ว่าเป็นภาพที่มีอยู่จริง และเกิดขึ้นจริงหรือไม่ เป็นภาพโดยธรรมชาติ ไม่ใช่ภาพการตัดต่อ ไม่ใช้เทคนิคช่วย เราคงไม่อยากเห็น ทางเลือกสุดท้ายของคนในพื้นที่ต่างๆ เหลือเพียงช่องทาง มึงสร้างกูเผา เพราะชาวบ้านไม่มีเงินทุนหลายร้อยหลายพันล้านจะมาสู้ มีทางเดียวคือการยึดกุมพื้นที่ และการรวมกันบนท้องถนน ส่วนข้อเรียกร้องของมูลนิธิผู้บริโภคต่อรัฐบาล รัฐบาลมีหน้าที่แก้ไขปัญหาความขัดแย้งในสังคม สร้างความสมานฉันท์ เมื่อรู้อยู่แล้ว เพราะรัฐออกนโยบายเอง โดยไม่ฟังความคิดเห็นประชาชนอย่างรอบด้าน นำไปสู่การปฎิบัติของเอกชน และรัฐวิสาหกิจในปัจจุบัน รัฐจึงต้องสร้างความเป็นธรรมในสังคม ต้องกำกับดูแล ไม่ให้เกิดโฆษณาชวนเชื่อแย่งชิงมวลชนแบบนี้ หรือ หากจะอ้างว่าเป็นสิทธิเสรีภาพในการให้ข้อมูลข่าวสาร นั้น รัฐบาลก็จะมี 2 ทางเลือก 3.1 ต้องมีมาตรการ หรือกฎหมาย กำกับดูแลโฆษณาในลักษณะนี้ คือ 3.2 หากจะปล่อยให้อุตสาหกรรมผลิตไฟฟ้าของรัฐหรือเอกชน โฆษณาชวนเชื่อในลักษณะนี้ได้ รัฐต้องสนับสนุนงบประมาณ และเวลาการออกอากาศโฆษณาของ ข้อมูลของอีกฝ่ายหนึ่ง เช่น ข้อมูลว่าทำไมจึงต้องมีการต่อต้านการคัดค้านการสร้างโรงไฟฟ้าในพื้นที่ต่างๆ ผลกระทบของโรงไฟฟ้าจ่อชุมชน ผลกระทบของการลงทุนก่อสร้างที่สามารถบวกต้นทุนกำไร และภาระความเสี่ยงไปให้ผุ้บริโภคไฟฟ้าได้ ผลกระทบของถ่านหิน นิวเคลียร์ ผลกระทบต่อภาวะโลกร้อน รวมทั้งทางเลือกอื่นที่ไม่ต้องสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ แต่สามารถผลิตไฟฟ้าด้วยวิธีอื่นได้ พลังงานทางเลือก พลังงานหมุนเวียน ผศ.ดร.พรทิพย์ เย็นจะบก นักวิชาการนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า การโฆษณาลักษณะนี้ ในเชิงวิชาการเรียกว่าเป็นการโฆษณาประชาสัมพันธ์หวังให้เกิดการประชาสัมพันธ์การเข้าใจและยอมรับในองค์กร เวลาดูสื่อต้องตั้งคำถามว่าผลกระทบที่ได้คืออะไร และตีความสิ่งที่นำเสนอคืออะไร เด็กคือตัวแทนของความไร้เดียงสา สื่อจะไม่สร้างเป็นจริงทั้งหมดแต่สร้างเหมือนจริง มีการตัดต่อ การใช้เด็กพาชมโรงไฟฟ้าจะเกินศักยภาพของเด็กในการรับรู้ ภาพที่เกิดขึ้นจะได้มุมกลับออกมาเด็กไม่ได้สนใจโรงไฟฟ้า นั่นคือ ธรรมชาติของเด็ก ซึ่งมองว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่ ทำให้เราทราบว่าภาพที่สวยทำให้เกิดมิติด้านบวก มีหน่วยงานที่ควบคุมไหม ยังไม่มีเนื่องจากเป็นนโยบายของหน่วยงาน ถ้าในการทำงานต่อไปไม่ถูกต้องผลที่จะเกิดความชื่นชอบในองค์กรคุณนั้นไม่ถูกต้องทั้งหมดผู้รับสื่อต้องเข้าใจและตีความให้ได้ ภาพลักษณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเพื่ออะไร ไม่อยากให้ใช้เด็กซึ่งเป็นสื่อของความไร้เดียงสา ไม่อยากให้ใช้เด็กในการส่งเสริมการขาย สองภาพที่เกิดขึ้นเราต้องการให้เสนอทั้งหมด ภาพของชุมชนหายไป ควรนำเสนอในมุมที่ถูกต้องและตรวจสอบได้ คุณ กนิษฐ์ พงษ์นาวิน ตัวแทนกลุ่มคัดค้านโรงไฟฟ้า IRPC ระยอง กล่าวว่า อยากขอประณามการโฆษณาของเอกโก้เพราะข้อมูลในพื้นที่จริงเป็นคนละเรื่องกันเลย มีภาพของโรงไฟฟ้าบีเอลซีพีซึ่งกำลังมีปัญหาอยู่ในขณะนี้ ข้อมูลในพื้นที่จริงคือสภาพบ้านเกิดเปลี่ยนแปลงไปที่ระยองมาบตาพุดมีการถมทะเลลงไปและสร้างโรงไฟฟ้าทำให้ชายฝั่งของระยองเสียหาย ทำไมคนระยองถึงออกมาต่อต้านโรงไฟฟ้า ปัญหาเดิมมีอยู่แล้วเมื่อมีการจะไปสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มอีกเป็นการซ้ำเติมคนที่นั่น คนระยองออกมาร่วมสามหมื่นคนทำได้แค่ให้ชะงักแต่ยังไม่ได้ล้มเลิกพื้นที่อื่น ยังไม่ได้หยุด ชาวบ้านอย่างเรามีแค่สองมือสองเท้าแต่ของเค้ามีทุนมหาศาล ในพื้นที่ไออาพีซีทำมวลชนโดยการเอาเงินไปลงโรงเรียนบอกแต่ด้านดีอย่างเดียวเราต้องขอให้ระงับในการนำเด็กไปดูงานซึ่งไม่ได้ขออนุญาตจากผู้ปกครองทางไออาพีซีให้เงินสนับสนุนโรงเรียนยังมีการให้สิ่งของเช่นคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานไปแล้วประมาณสามปีให้กับชุมชนและโรงเรียน และมีแคมเปญออกมา คือ ไออาพีซีรักระยอง สิ่งที่อึดอัดคือการให้ข้อมูลด้านเดียวไม่เคยพูดว่าสิ่งที่เค้าทำจะมีผลกระทบยังไง ไม่ได้มีแค่บริษัทเดียว มีข้อมูลใหม่อิตาเลียนไทยกำลังปูพรมพื้นที่เกี่ยวกับการเข้าไปตั้งโรงไฟฟ้า อยู่ในขั้นตอนการทำประชาพิจารณ์ ผู้นำไม่เอาด้วยขอต่อต้านคัดค้าน จะได้เห็นการออกมาต่อต้านการคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินอีกหลายแห่งเราไม่ต่อต้านการก่อสร้างแต่ต้องการให้ทบทวนพื้นที่ที่จะก่อสร้างเพราะส่วนใหญ่จะเน้นที่สถานที่ท่องเที่ยว ขอให้รัฐบาลทบทวนพื้นที่ที่เหมาะสม พื้นที่ที่สร้างต้องปลอดภัยต่อชุมชน สารหนู แคดเมียม สิ่งเหล่านี้คือเป็นพิษทั้งนั้นในระยองมีต้นทุนในการดูแลตัวเองมหาศาลอยากฝากสื่อมวลชนว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนซึ่งก่อผลกระทบทั้งประเทศ คุณธนธัช กล่าวว่า โฆษณาออกมาดูดีเป็นการทำให้บริษัทดูดี คนทั่วไปอาจมองว่าเป็นเรื่องราวที่ธรรมดาแต่เป็นการทำให้คนซึมซับมาก คุณ มนัส ศรีสมบัติ ชมรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแก่งคอย สระบุรี กล่าวว่า เกี่ยวกับเด็กทางแก่งคอยเป็นพื้นที่ที่มีโรงงานเยอะมากยังมีโรงไฟฟ้าเข้าไปอีกสองปัจจุบันแม่น้ำป่าสักไม่สามารถลงไปเล่นได้กลายเป็นแหล่งรองรับปฏิกูลจากโรงงาน ประชาชนที่ใช้น้ำจากแม่น้ำป่าสักกำลังอยู่ในระดับที่ต้องไปซื้อน้ำจากที่อื่น เป็นความห่วงใยของเรา อยากขอสื่อมองไปถึงตรงนั้น คุณ พรพิพัฒน์ วัดอักษร ตัวแทนคัดค้านโรงไฟฟ้า ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ภาพของการโฆษณาเป็นภาพเพียงเพื่อแสวงหาผลกำไรของบริษัท จากประสบการณ์ ภาพโฆษณาทุกสถานีที่มีอยู่ในประจวบโฆษณาให้กับโรงไฟฟ้าถ่านหินว่าได้ประโยชน์อย่างไร กระแสสังคมเรื่องโรงไฟฟ้าเป็นสิ่งที่ไปตรงไหนก็มีชาวบ้านคัดค้าน ไม่ต้องการให้ใช้เด็กในการหากิน ไร้ความรับผิดชอบไร้จริยธรรมอย่างรุนแรง ภาพออกมาดีแต่ในพื้นที่จริงมันไม่ใช่ เป็นสิ่งที่ชาวบ้านรับไม่ได้ ฝากว่าเป็นรัฐบาลที่มีจริยธรรมสูงแต่โฆษณาชิ้นนี้ออกมาได้อย่างไร จะนำไปสู่ความขัดแย้งต่อชุมชนในอนาคต เด็กส่วนใหญ่ชอบ |