• กนิษฐ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kanis1@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-18
  • จำนวนเรื่อง : 180
  • จำนวนผู้ชม : 55524
  • จำนวนผู้โหวต : 1509
  • ส่ง msg :
<< มกราคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



วันพุธ ที่ 2 มกราคม 2551
แง่คิดดีๆ จากชายชราผู้จากไป
Posted by กนิษฐ์ , ผู้อ่าน : 423 , 13:51:09 น.  
พิมพ์หน้านี้


แง่คิดดีๆ จากชายชราผู้จากไป
  
คลุกวงใน..  พิษณุ นิลกลัด  

 
สัปดาห์สุดท้ายของปี 2548 ผมไปงานสวดและงานเผาศพผู้ชายวัย 81ปีที่ผมรู้จักเขามายาวนาน 30 ปี  ไม่ใช่ญาติ แต่สนิทนักรักใคร่เสมือนญาติ ก่อนเสียชีวิตไม่กี่วันเขาสั่งลูกและภรรยาแบบคนไม่ครั่นคร้ามความตายว่าสวดสามวันแล้วเผา ไม่ต้อง  บอกใครให้วุ่นวาย อย่าเศร้า อย่าร้องไห้ ทุกคนต้องมีวันนี้เพียงแต่เขาอยู่หัวแถวเลยต้องไปก่อน  แล้วลูกเมียก็ทำตามคำสั่ง สวดสามวันเผา
  
งานสวด 3 คืนมีคนฟังพระสวดคืนละ 14 คนคือเมีย ลูก หลาน เขย สะใภ้และผมซึ่งเป็นคนนอกเป็นงานศพที่มีคนไปร่วมงานน้อยที่สุดเท่าที่ผมเคยไปฟังสวดวันเผามีเพิ่มเป็น 17 คนสามคนที่เพิ่มเป็นเพื่อนบ้านที่เคยคุยด้วยเกือบทุกเย็นคนหนึ่ง เป็นแม่ค้าล็อตเตอรี่ที่เคยยืมเงินแล้วไม่มีสตังค์จ่าย เลยเอาล็อตเตอรี่ทยอยผ่อนใช้หนี้แทนเงินงวดละสองใบคนหนึ่ง และคนสุดท้ายเป็นหญิงที่ผู้ตายเคยผูกปิ่นโตทุกมื้อเย็น ทั้งสามคนบอกว่าเกือบมาไม่ทันเผา เคราะห์ดีที่แวะไปเยี่ยมที่โรงพยาบาล เจ้าหน้าที่บอกว่าเสียชีวิตไปแล้ว 3 วัน หลังฌาปนกิจพระกระซิบถามเจ้าหน้าที่วัดว่าเจ้าของงานจ่ายเงินค่าศาลาสวดพระอภิธรรมแล้วหรือยัง พระท่านคงไม่เคยเห็นงานศพที่มีคนน้อยแบบที่ผมก็รู้สึกตั้งแต่สวดคืนแรก 

จริงๆ แล้วผู้ตายเป็นคนค่อนข้างมีสตังค์ ทำงานธนาคารแห่งประเทศไทยจนเกษียณอายุที่ตำแหน่งหัวหน้า หน่วย แต่ด้วยความที่รักและศรัทธา อาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์อดีตผู้ว่าการแบงค์ชาติ จึงดำเนินชีวิตแบบไม่ปรารถนาให้ใครเดือนร้อน - แม้กระทั่งวันตาย ผมสนิทกับเขาเพราะเขามีความฝันในวัยเด็กอยากเป็นนักประพันธ์แบบไม้ เมืองเดิมที่เขาเคยนั่ง เหลาดินสอและวิ่งซื้อโอเลี้ยงให้เมื่อตัวเองเป็นนักเขียนไม่ได้ พอมาเจอะผมที่เป็นนักข่าวก็เลยถูกชะตาและให้ความเมตตา
  
การมีโอกาสได้พูดได้คุยกับเขาตามวาระโอกาสตลอด 30 ปีทำให้ได้แง่คิดดีๆ มาใช้ในการดำรงชีวิต วันหนึ่งเขารู้ว่าขโมยยกชุดกอล์ฟของผมไปสองชุดราคา 4 แสนกว่าบาทเขาปลอบใจผมว่า "ของที่หายเป็นของฟุ่มเฟือยของเรา แต่มันอาจเป็นของจำเป็นสำหรับลูกเมียครอบครัวเขา คิดซะว่าได้  ทำบุญ จะได้ไม่ทุกข์" เขามีวิธีคิด "เท่ๆ" แบบผมคิดไม่ได้มากมายเป็นต้นว่าสุขและทุกข์อยู่รอบตัวเราอยู่ที่ว่าเราจะเลือกหยิบเลือกคว้าอะไรคงเป็นเพราะเขาเลือกคว้าแต่ความสุขช่วงปีสุดท้ายของชีวิตเขาต่อสู้กับโรคชรา เบาหวาน หัวใจ  ความดัน เกาต์ และไตทำงานเพียง 5 เปอร์เซ็นต์โดยไม่ปริปากบ่นแถมยังสามารถให้ลูกชายขับรถพา เที่ยวในวันหยุดสุดสัปดาห์โดยที่ตัวเองต้องหิ้วถุงปัสสาวะไปด้วยตลอดเวลาเนื่องจากไตไม่ทำงาน ปัสสาวะเองไม่ได้

6 เดือนสุดท้ายของชีวิตต้องนอนโรงพยาบาลสามวันนอนบ้านสี่วันสลับกันไป เวลาลูกหลานหรือเพื่อนของ ลูกรวมทั้งผมด้วยไปเยี่ยมที่โรงพยาบาล เขามีแรงพูดติดต่อกันไม่เกิน 10 นาที แต่ 10 นาทีที่พูดมีแต่  เรื่องสนุกสนานเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะจากคนไปเยี่ยมไข้ ทุกคนพูดตรงกันว่า "คุณตาไม่เห็นเหมือนคนป่วยเลย ตลกเหมือนเดิม" พอแขกกลับ ลูกหลานถามว่าทำไมคุยแต่เรื่องตลกเขาตอบว่า "ถ้าคุยแต่เรื่องเจ็บป่วย วันหลังใครเขาจะอยากมาเยี่ยมอีก"
  
เขาเป็นคนชอบคุยกับผู้คนไม่ว่าจะอยู่บนเตียงคนไข้หรืออยู่บนรถแท็กซี่ บ่อยครั้งที่นั่งรถถึงหน้าบ้านแล้ว  แต่สั่งให้โชเฟอร์ขับวนรอบหมู่บ้านเพราะยังคุยไม่จบเรื่อง แล้วจ่ายเงินตามมิเตอร์  4เดือนสุดท้ายของชีวิตแพทย์ที่รักษาโรคไตมาตั้งแต่สมัยเป็นแพทย์อินเทิร์นจนกระทั่งเป็นหัวหน้าแผนกแนะนำให้พักรักษาตัวในโรงพยาบาลให้แข็งแรงแล้วค่อยกลับบ้านแต่อยู่ได้ 4 วันเขาวิงวอนหมอว่าขอกลับบ้าน
  
หมอซึ่งรักษากันมา 16 ปีไม่ยอม เขาพูดกับหมอด้วยความสุภาพว่า "ขอให้ผมกลับบ้านเถอะ ผมอยากฟังเสียงนกร้อง คุณหมอไม่รู้หรอกว่าคนคิดถึงบ้านมันเป็นอย่างไรเพราะพอเสร็จงานหมอก็กลับบ้าน" หมอได้ฟังแล้วหมดทางสู้ ยอมให้คนไข้กลับบ้านแต่กำชับให้มาตรวจตรงตามเวลานัดทุกครั้ง 1 เดือนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต เขาสูญเสียการควบคุมอวัยวะของร่างกายเกือบทั้งหมดเคลื่อนไหวได้ อย่างเดียวคือกะพริบตา แต่แพทย์บอกว่าสมองของเขายังดีมากเวลาลูกเมียพูดคุยด้วยต้องบอกว่า "ถ้าได้ยินพ่อกะพริบตาสองที" เขากะพริบตาสองทีทุกครั้ง ! เห็นแล้วทั้งดีใจและใจหาย  เขายังรับรู้ แต่พูดไม่ได้ นี่กระมังที่เรียกว่าถูกขังในร่างของตนเอง 
  
สิบวันก่อนพลัดพราก ภรรยากระซิบข้างหูว่า "พ่อสู้นะ"  เขาไม่กะพริบตาซะแล้วทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้สองเดือนเคยตอบว่า "สู้" เขาสู้กับสารพัดโรคด้วยความเข้าใจโรค สู้ชนิดที่หมอออกปากว่า "คุณลุงแกสู้จริงๆ" ตอนที่วางดอกไม้จันทน์ ผมนึกถึงประโยคที่แกพูดกับลูกเมื่อสี่เดือนก่อนว่า  "โรคภัยมันเอาร่างกายของพ่อไปแล้ว อย่าให้มันเอาใจของเราไปด้วย"

*****

ทุกสิ่งในโลกนี้ มีเกิดขึ้น ตั้งอยู่และดับไป นี้คือพุทธพจน์แห่งองค์สัมมาสัมพุทธเจ้าที่จริงแท้แน่นอน 

ในห้วงแห่งการเริ่มต้นศักราชใหม่นี้แม้จะมีความเศร้าปกคลุมอยู่...ด้วย สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงเสด็จสวรรคาลัย...แต่เราพสกนิกรณ์ก็พึงแสดงออกซึ่งความจงรักภักดี โดยนำพระจริยวัตรอันงดงามแห่งองค์ท่านมาดำเนินรอยตาม เช่นการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อผู้ยากไร้...การทำนุบำรุงพระศาสนา  การอนุรักษ์ศิลปะวัฒนธรรมไทย ฯลฯ

ชีวิตยังต้องดำเนินไป...ขอให้ทุกท่านมีกำลังใจที่ดีในการดำเนินไปของชีวิต  ด้วยแง่คิดดีๆจากชายชราผู้จากไป  ของคุณพิษณุ  นิลกลัด..

ขอบคุณบทความดีๆจากคุณพิษณุ  นิลกลัด

ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เนต

ขอบคุณบทเพลงจาก http://www.ijigg.com

.

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 30
ย่าดา วันที่ : 04/01/2008 เวลา : 16.05 น.
http://www.oknation.net/blog/dada
วิญญานอิสระโบยบิ http://www.oknation.net/blog/freesoultofly

เป็นบทความที่ดีมากทีเดียว ขอบคุณที่นำมามอบให้
ความคิดเห็นที่ 29
Thaihippy วันที่ : 04/01/2008 เวลา : 12.54 น.
http://www.oknation.net/blog/Thaihippy

มาอีกรอบชวนอ่านเรืองสั้น..ประกวด ชื่อ ..ดั่งฝันร้าย
http://www.oknation.net/blog/Thaihippy/2007/12/24/entry-1
ถ้ามันเข้าท่าก็ไปโหวตที่ แวดวง OK หน้าแรก บล็อกปิรันย่า..ภายใน 7 ม.ค. ขอบคุณครับ
ความคิดเห็นที่ 28
แม่มดขาว วันที่ : 04/01/2008 เวลา : 11.26 น.
http://www.oknation.net/blog/superme
<<<<<< เ ส ม อ ม า แ ล ะ ต ล อ ด ไ ป >>>>>>>


ความคิดเห็นที่ 27
ดอกแดด วันที่ : 04/01/2008 เวลา : 10.49 น.
http://www.oknation.net/blog/dokdad
ดอกไม้...ดอกไม้งดงาม...งามแม้ยามร่วงโรย ความรัก...ความรักงดงาม...งามแม้ยามร้างลา..

อย่างน้อยความตาย..ก็ไม่เคยทำร้ายใคร..

อาจพรากเราไปจากสิ่งที่รักแต่..พาเราไปสู้ความสุขสงบ

สวัสดีคะ...
ความคิดเห็นที่ 26
ปี๊นปี๊น วันที่ : 04/01/2008 เวลา : 09.39 น.
http://www.oknation.net/blog/peanpean
"ไม่ได้อะไรก็ไม่เป็นไร แค่มีคุณธรรมก็พอแล้ว"

ที่จริงมันก็ไม่ได้มีอะไรเลย
ความคิดเห็นที่ 25
ท่านเจ้าคุณ วันที่ : 04/01/2008 เวลา : 04.16 น.
http://www.oknation.net/blog/sutku
สุทธิคุณ กองทอง 

ขอบคุณครับ
ความคิดเห็นที่ 24
ส่าหรี วันที่ : 04/01/2008 เวลา : 04.12 น.
http://www.oknation.net/blog/risa
ปลายปากกา : จิตตะ คีตา กาวี อาลัยรัก / กลุ่มเขียนข้าว 

อ่านแล้วได้ข้อคิดดีๆมากมายเลยคะ ฮือๆๆๆ
ความคิดเห็นที่ 23
ความทรงจำเก่าๆ วันที่ : 04/01/2008 เวลา : 02.56 น.
http://www.oknation.net/blog/kontummadha
เพลงชีวิต.....เพลงชีวา...คนธรรมด๊า...ธรรมดา 6-9 พย.51 กับโครงการ   ตามรอยครูซัน...สานฝันเด็กน้อย

ชีวิตที่พอเพียง...มองโลกในแง่ดีๆ....



สวัสดีปีใหม่ครับ....

...กลับมาจาก จ. น่าน..แล้ว..มีหลากหลายเรื่องราว แล้วจะค่อยๆนำมาฝากกันนะครับ...
ความคิดเห็นที่ 22
ทิวสน วันที่ : 04/01/2008 เวลา : 02.22 น.
http://www.oknation.net/blog/tewson
ทิวสน ชลนรา

ตอนนี้ ผมก็ได้รับมอบหมายให้ประสานงาน
องค์กร หน่วยงาน เกี่ยวกับเด็ก ที่สมเด็จฯ กรมหลวงฯ
ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ เพื่อทางหน่วยงานผม
จะมีโครงการให้ความสนับสนุน สานต่อ ต่อไปครับ

* * * * *
ความคิดเห็นที่ 39
กนิษฐ์ วันที่ : 03/01/2008 เวลา : 23.53 น.
http://www.oknation.net/blog/kanis
ip : 125.27.75.80


คุณทิวจ้า

สุขสบายดีนะค่ะ...แวะมาเยี่ยมจ้า เอาข้าวไข่เจียวมาฝากกินฉลองปีใหม่กัน
..................................................

ขอบคุณครับ ที่แวะไปส่งข้าวไข่เจียว
ผมฉลองปีใหม่ เงียบๆ คนเดียวครับ

คุณนิษฐ์คงได้พักผ่อนชาร์ทแบตในช่วงปีใหม่นะครับ

* * * * * * * * * *
ความคิดเห็นที่ 21
joeyman วันที่ : 04/01/2008 เวลา : 00.03 น.
http://www.oknation.net/blog/inmind


สวัสดีปีใหม่ครับ ขอให้มีความสุขตลอดปีและตลอดไปครับ
ความคิดเห็นที่ 20
แม่น้องฯ วันที่ : 03/01/2008 เวลา : 23.47 น.
http://www.oknation.net/blog/MAENONGDD
* ชีวิตแสบสันต์ในเยอรมนี * : ว่าด้วยการคิดแบบ Posi ถีบ VS Nega ถีบ *เอนทรี่เก่า(ไม่เก็บแล้ว)


สวัสดีปีใหม่ค่ะ

เป็นแง่คิดที่สวยงาม
ความคิดเห็นที่ 19
Thaihippy วันที่ : 03/01/2008 เวลา : 23.43 น.
http://www.oknation.net/blog/Thaihippy

..อ่านแล้วสบายใจครับ..
ความคิดเห็นที่ 18
kancht958 วันที่ : 03/01/2008 เวลา : 23.42 น.
http://www.oknation.net/blog/real-ohm
“ สิ่งหนึ่งสิ่งใดเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งปวงย่อมดับไปเป็นธรรมดา “: http://www.oknation.net/blog/Happytopofmind 


ในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย
จงดลบันดาลให้ท่านและครอบครัว พบแต่ความสุข ความเจริญ
ขอให้มีความสุขกาย สบายใจ ปราศจากทุกข์โศก โรคภัยทั้งหลายทั้งปวง ตลอดไปเทอญ
ความคิดเห็นที่ 17
กิต วันที่ : 03/01/2008 เวลา : 23.28 น.
http://www.oknation.net/blog/kit2550
สิ่งที่ยังไม่รู้........ยังมีอีกเยอะขอบคุณทุกท่าน....ที่นำเรื่องที่ยังไม่รู้...แบ่งปันกันรู้



เยี่ยมครับ
ความคิดเห็นที่ 16
tanatach วันที่ : 03/01/2008 เวลา : 22.51 น.
http://www.oknation.net/blog/tanatach
การเมืองเรื่องใกล้ตัว  แต่ขอมองอย่างธนธัช // Tanatach  Kosirisant

ครับ...ตอนที่พ่อแม่ผมจากไป...
ผมไม่ร้องให้...และไม่เสียใจ...
ก่อนส่งร่างของท่านเข้าเมรุ....ผมจำได้ดีว่า...
ผมเอามือไปลูบที่ผมของแม่...
มาถึงคราวพ่อ..ก็ทำเช่นกัน...
ถามว่าทำไมเราไม่เสียใจ....ทำไมไม่ร้องให้...
เพราะรู้อยู่แล้วว่า....วันนี้...ต้องมาถึง...
และตอนท่านอยู่...เราแคร์ท่านมาก...ท่านรู้ว่าเรารักเคารพท่าน...และเรารู้ว่าท่านรักเราเช่นกัน...
เราจึงเลือกที่จะปรนนิบัติท่านอย่างดี....เคยล้างก้นให้ท่านโดยไม่ใช้ถุงมือ...เคยอุ้มท่าน...ทำให้ท่านด้วยใจ...เพราะคิดอยู่เสมอว่า....
ท่านทำให้กับเรามามากมายนัก...มากกว่าหลายเท่านัก
ธนธัช
ความคิดเห็นที่ 15
kaew วันที่ : 03/01/2008 เวลา : 15.15 น.
http://www.oknation.net/blog/kaew

เสียใจกับการจากไปของท่านเหมือนกันค่ะ
แต่ Life goes on...
ไว้อาลัยให้ท่านด้วยคนนะคะ
ความคิดเห็นที่ 14
สิงห์มือซ้าย วันที่ : 03/01/2008 เวลา : 13.08 น.
http://www.oknation.net/blog/SingMueSai
....ชมภาพฟุตบอล http://picasaweb.google.com/singmuesai/Ok03..........


ขอบคุณสำรับบทความดีๆ
ที่ให้ข้อคิดที่ดีค่ะ
ความคิดเห็นที่ 13
มะอึก วันที่ : 03/01/2008 เวลา : 10.01 น.
http://www.oknation.net/blog/panakom

มีแง่คิดที่ครับนิส.....
ความคิดเห็นที่ 12
ตุ้มจิ๋ว วันที่ : 03/01/2008 เวลา : 05.17 น.
http://www.oknation.net/blog/namtan

ข้อคิดในเอ็นทรี่นี้ ทำให้มีแรงเดินต่อ และ พร้อมที่จะเจอกับสิ่งที่อยู่ข้างหน้า
ขอบคุณนิส สำหรับเรื่องนี้ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 11
ท่านเจ้าคุณ วันที่ : 03/01/2008 เวลา : 04.21 น.
http://www.oknation.net/blog/sutku
สุทธิคุณ กองทอง 

สวัสดีปีใหม่ครับ
ความคิดเห็นที่ 10
เป๊ปซี่ วันที่ : 02/01/2008 เวลา : 23.19 น.
http://www.oknation.net/blog/Pepsi8


อ่านแล้วมีกำลังใจขึ้นเยอะเลย....

นิราศความระยำที่ระยองยังไม่ลืม...แต่งไปได้ครึ่งหนึ่งแล้ว...รออีกสักนิด....ช่วงนี้งานพี่ค่อนข้างเยอะ....อีกอย่างพี่ต้องเข้ามาอ่านบทความย้อนหลังของนิสบ่อยๆ เพื่อเอาข้อมูลไปเขียน....มันเสียเวลาตรงนี้แหละ...แหะ แหะ ไม่ได้แก้ตัว....แต่ปัญหาของพี่ยังไม่ถึงขั้นที่คนระยองสู้หรอก....จิ๊บจ๊อย...คอยหน่อยนะ....
ความคิดเห็นที่ 9
ญิ่งณัฐ วันที่ : 02/01/2008 เวลา : 19.39 น.
http://www.oknation.net/blog/uranus
บ้าน ญิ๋งณัฐ ยินดีเป็นมิตร ค่ะ


** มาทำความรู้จัก ค่ะ **

ยินดีที่ได้รู้จักด้วยเจ้าค่ะ...

หวัดดีปีใหม่ .......... กะเค้าอีกซะคน
ความคิดเห็นที่ 8
sat11 วันที่ : 02/01/2008 เวลา : 19.24 น.
http://www.oknation.net/blog/saturday11
แม้วไม่อยู่หมูเริงร่า(เกินเหตุ)


สุขกายสุขใจแฮปปี้ตลอดปีตลอดไปนะคะคุณนิส
ความคิดเห็นที่ 7
มะเดื่อ วันที่ : 02/01/2008 เวลา : 19.09 น.
http://www.oknation.net/blog/petes


ขอบคุณมากนิส ที่นำข้อความที่มีคุณค่ามาเสนอ ให้เป็นอุทาหรณ์แก่พวกเรา ฉนั้นเราควรเอาใจใส่ผู้ใหญ่ของเรา ให้ดีๆในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ ดีกว่าตำน้ำเพริกละลายน้ำเมื่อท่านเสียไปแล้ว
ความคิดเห็นที่ 6
เจ้านกน้อย วันที่ : 02/01/2008 เวลา : 17.12 น.
http://www.oknation.net/blog/Le-Petit-Prince

เป็นข้อคิดที่ดีมากเลยครับ
ความคิดเห็นที่ 5
นายสิบหมื่น วันที่ : 02/01/2008 เวลา : 15.57 น.
http://www.oknation.net/blog/namsean
ลูกชาวนา...ลูกอีสาน...


ความคิดเห็นที่ 4
อึ่งอ่าง วันที่ : 02/01/2008 เวลา : 15.24 น.
http://www.oknation.net/blog/kunyarat
บางที..ชีวิตก็ไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่า ความทรงจำดีๆ เอาไว้ให้คิดถึง


สวัสดีปีใหม่คะพี่นีส
ความคิดเห็นที่ 3
กนิษฐ์ วันที่ : 02/01/2008 เวลา : 15.16 น.
http://www.oknation.net/blog/kanis
แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้า  แต่จิตวิญญาณยังแข็งแกร่ง

รู้สึกใจหายกับการสิ้นพระชนม์ของพระพี่นางท่าน พอดีไปเจอบทความของคุณพิษณุ นิลกลัด ที่เก็บเอาไว้นานมากแล้ว เห็นว่าอ่านแล้วมีแง่คิดที่ดีกับการจากไปของชีวิต เลยนำมาโพสให้ได้อ่านกัน คงลดความรู้สึกอาดูรได้บ้าง..
ความคิดเห็นที่ 2
raksanok วันที่ : 02/01/2008 เวลา : 15.16 น.
http://www.oknation.net/blog/raksanok
 รักสนุก เพราะสุขอยู่ทีใจ  www.sumbydesign.net

ขอบคุณแง่คิดดีๆที่เอามาให้อ่านค่ะ
ความคิดเห็นที่ 1
kaew วันที่ : 02/01/2008 เวลา : 15.05 น.