| จิตวิญญาณของการต่อสู้ | ||
จิตวิญญาณของคนระยองที่ต่อสู้เพื่อระยอง |
||
|
View All |
||
| << | กุมภาพันธ์ 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | |
พิมพ์หน้านี้
|
วันนี้ 14 ก.พ.2551 ได้ไปร่วมเวทีสัมมนาของกรมควบคุมโรค ที่โรงแรมสตาร์ระยอง หัวข้อสัมมนาเกี่ยวกับผลกระทบสุขภาพประชาชนจากมลพิษอุตสาหกรรม มีผู้เข้าร่วมสัมมนาประมาณ 150 คน จากตัวแทนหน่วยงานภาครัฐ ตัวแทนเอกชน นักวิชาการ และภาคประชาชน น่าเสียดายที่เชิญภาคประชาชนมาน้อยไปหน่อย เพราะจริงๆแล้วเวทีแบบนี้ภาคประชาชนควรได้เข้าร่วมให้มากเพื่อสะท้อนปัญหา ให้ได้นำไปสู่การหาแนวทางการช่วยเหลือ ไม่ใช่เป็นเวทีของหน่วยงานรัฐที่เปิดมาเพื่อชี้แจง รายงานกระบวนการทำงานตามงบประมาณ แล้วก็ผ่านไป ในส่วนของวิชาการก็ดูว่ามีข้อมูลที่น่าสนใจอยู่หลายส่วน ทั้งจากกรมควบคุมโรคเอง และนักวิชาการที่เชิญมาให้ความรู้เปิดโลกทัศน์ประชาชน เช่น อาจารย์เดชรัตน์ สุขกำเนิด ที่นำตัวเลขทางเศรษฐศาสตร์ คนระยองได้อะไรจากการพัฒนาและขยายอุตสาหกรรม และสภาพปัญหาทางสังคม รวมถึงผลกระทบสุขภาพมาเปิดให้เห็นกันจะๆ พร้อมทั้งเปิดประเด็นทางเลือกคนระยอง ว่าคนระยองมีทางเลือกในชะตากรรมของตนเองหรือไม่ ในส่วนของกรมควบคุมโรคเองขึ้นบรรยายโดยผอ.สำนักควบคุมโรค เกี่ยวกับประเด็นการมาตรวจปัสสาวะคนรอบนิคมมาบตาพุด 25 ชุมชน จนพบสารเบนซินระเหย หรือสาร VOC เยอะแยะมากมายจนเป็นข่าวเป็นคราวกันไปในหน้าสื่อหลักว่า พบสารเบนซินในปัสสาวะคนในมาบตาพุดถึง 300 คน จากตัวอย่าง 2,000 คน ซึ่งสารเบนซินระเหยนี่ก็คือสารก่อมะเร็งในเม็ดเลือดนั่นเอง มีตัวเลข มีกราฟ มีแผนภูมิ และข้อมูลที่เชื่อมโยงกับสุขภาพที่น่าสนใจ อย่างมาก ก็เลยสนใจที่จะขอนำข้อมูลที่ ผอ.บรรยายมาไว้ช่วยเผยแพร่เป็นองค์ความรู้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ พอท่านผอ.บรรยายเสร็จก็เลยรีบไปขอก็อปปี้ไฟล์จากท่าน ท่านก็ถามเราว่าเราเป็นใคร พอบอกไปว่าเป็นเครือข่ายภาคประชาชน ท่านก็บอกว่าให้ไม่ได้ต้องไปขออนุญาตอธิบดีก่อน ก็เลยเป็น..งง..เพราะ โดยปกติของการบรรยายข้อมูลนี้สามารถเปิดเผยได้อยู่แล้ว แต่ไฉนยังต้องรอขออนุญาตอธิบดีก่อน หรือยังไม่แน่ใจในตัวเลขว่าคลาดเคลื่อนตรงไหนทำไมคนมาบตาพุดถึงมีสารก่อมะเร็งมากจนน่าตกใจอย่างนี้ หรือไม่แน่ใจว่าจะมีผลกระทบอะไรหากนำไปเผยแพร่ให้ชาวบ้านรู้กันมากๆ หรือเปล่า อย่างไร...พอเราให้เหตุผลของการขอข้อมูลไป ท่านก็เลยขอให้ทำหนังสือขอไปก่อนถึงจะส่งข้อมูลสไลด์ที่บรรยายวันนี้ให้ได้ อืม...ดูว่าแค่ประชาชนเองจะเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของราชการได้ตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๕๗ ยังยุ่งยากประมาณนี้ แล้วปัญหาที่มาบตาพุดซึ่งมันหนักหนามหาศาลจะยากเย็นแสนเข็ญในการแก้กันประมาณไหนนิท่านผู้ชม... |