| จิตวิญญาณของการต่อสู้ | ||
จิตวิญญาณของคนระยองที่ต่อสู้เพื่อระยอง |
||
|
View All |
||
| << | เมษายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | |||
พิมพ์หน้านี้
|
8 เมษายน 2551 ณ ห้องประชุมชั้น 6 กระทรวงพลังงาน สหพันธ์องค์กรผู้บริโภค นำโดยนางสาวสายรุ้ง ทองปลอน ในฐานะองค์กรเครือข่ายประสานงานกลางของเครือข่ายองค์กรผู้บริโภค ปัจจุบันมีสมาชิก 27 องค์กร กระจายอยู่ทุกภาคทั่วประเทศ เครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก เครือข่ายพลังงานยั่งยืนและเครือข่ายภาคประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากโรงไฟฟ้า เข้ายื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พล.ท.หญิงพูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ ขอให้มีการทบทวนแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า (PDP2007) ยกเลิกการประมูลโรงไฟฟ้าเอกชน (IPP) ทบทวนหลักเกณฑ์การคิดค่าไฟฟ้า (ROIC) และทบทวนการจัดตั้งกองทุนพัฒนาพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า เพื่อความเป็นธรรมต่อประชาชน ผู้บริโภค และประเทศชาติ โดยข้อเสนอที่ยื่นมีด้วยกัน 4 ข้อ 1. ทบทวนแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า (PDP2007) เพื่อทำให้เกิดกระบวนการวางแผนซึ่งเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนของสังคม มีโอกาสเข้าร่วมกระบวนการขบคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ ร่วมกันพิจารณาและตัดสินใจในการวางแผน มีการพิจารณาทางเลือกของเชื้อเพลิง ทางเลือกในการผลิต และการพัฒนาระบบไฟฟ้าอย่างรอบด้าน โดยจัดให้มีกระบวนการวางแผนทรัพยากรอย่างบูรณาการด้านพลังงาน หรือ Integrated Resource Planing(IRP) 2. ยกเลิกการประมูลโรงไฟฟ้าเอกชน(IPP) เนื่องจากอย่างน้อย 15 ปีประเทศไทยไม่มีความจำเป็นต้องก่อสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่โรงใหม่ 3. ทบทวนหลักเกณฑ์การคิดค่าไฟฟ้า(ROIC) เพื่อเป็นการปลดล๊อกกลไกการผลักภาระค่าไฟที่ไม่เป็นธรรมจากการกระทำผิดพลาดและความไร้ประสิทธิภาพในระบบสู่ผู้บริโภค เนื่องจากความไร้ประสิทธิภาพและความผิดพลาดต่างๆในระบบไม่ถูกตรวจสอบอย่างแท้จริงและปราศจากความรับผิดชอบจากผู้ทำให้เกิดความเสียหาย 4. ทบทวนการจัดตั้งกองทุนพัฒนาพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า เนื่องจากกองทุนดังกล่าวตั้งขึ้นมาในรัฐบาลชุดที่แล้วเพื่อรองรับ สนับสนุน สร้างความชอบธรรมและช่วยเหลือโรงไฟฟ้าใหม่ให้สามารถก่อสร้างได้ง่ายขึ้น ได้รับการยอมรับจากชุมชนมากขึ้น จากเม็ดเงินของผู้บริโภคที่ลงไปสู่ชุมชน ซึ่งไม่ได้ตอบคำถามความจำเป็นว่าต้องมีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน และนิวเคลียร์จริงหรือไม่ และมีทางเลือกอื่นๆ ที่ดีกว่าหรือไม่ กองทุนดังกล่าวต้องการสร้างฝ่ายสนับสนุนโรงไฟฟ้าให้มากขึ้น ซึ่งความขัดแย้งอาจจะรุนแรงขึ้น ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสังคมของโรงไฟฟ้าจะมีมากกว่านี้ เพราะโรงไฟฟ้าไม่ต้องรับผิดชอบ แต่ได้ประโยชน์โดยตรง ในขณะที่ประชาชนผู้เดือดร้อนจากโรงไฟฟ้าเก่าที่สร้างไปแล้ว กลับไม่ได้รับงบประมาณเพื่อแก้ไขเยียวยาความเดือดร้อนอย่างแท้จริง ทั้งนี้ จากเอกสารที่ยื่นต่อกระทรวงพลังงาน ให้เหตุผลเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ประเทศได้ใช้แผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า พ.ศ.2551-2564 (PDP2007) เป็นแผนแม่บทในกิจการไฟฟ้าของไทย ในการกำหนดแนวทางการลงทุนในกิจการไฟฟ้าทั้งระบบการผลิต และระบบส่ง ตามแผนPDP2007 ระบุว่ากำลังการผลิตไฟฟ้าในปลายปี 2549 อยู่ที่ 27,107.2 เมกกะวัตต์ โดยในปี 2564 จะเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 58,321.1 เมกกะวัตต์ หรือเพิ่มขึ้นกว่า115% ส่วนความต้องการไฟฟ้าสูงสุดในปลายปี 2549 อยู่ที่ 21,064 เมกกะวัตต์ โดยในปี 2564 จะเพิ่มความต้องการไฟฟ้าสูงสุดเป็น 48,958 หรือเพิ่มขึ้นกว่า 132% ทั้งนี้ตลอด 50 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีความต้องการไฟฟ้าเพิ่มขึ้นประมาณ 21,000 กว่าเมกกะวัตต์ แต่ตามแผนPDP 2007 กลับระบุว่าในเวลาอีก 15 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะมีความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นถึง 132% หรือ มากกว่า 1.3 เท่าตัว ภายใต้สมมุติฐานว่าประเทศไทยจะมีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นกว่า 85% ในอีก 15 ปีข้างหน้า โดยการตั้งสมมุติฐานราคาน้ำมันดูไบ 55-60 ดอลล่าร์ต่อบาเรล ตั้งแต่ปี 2550 คงที่ถึงปี 2564 ในขณะที่ในความเป็นจริงตั้งแต่ต้นปี 2551 ราคาน้ำมันสูงถึงถึง 100 ดอลล่าร์ต่อบาเรล ตามแผน PDP 2007 ต้องใช้งบประมาณในการลงทุนกว่า 2 ล้านล้านบาท (2,000,000,000,000 บาท) โดยจะต้องมีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 30-40 โรง โดยกำลังการผลิตใหม่ตามแผนคาดว่าส่วนใหญ่จะเป็นก๊าซ (26 โรง x 700 MW) ถ่านหิน (4 โรง x 700 MW), ไฟฟ้านำเข้าจากการสร้างเขื่อนในต่างประเทศ (5090 MW) และนิวเคลียร์ (4 โรง x 1000 MW) ในขณะที่จำกัดการรับซื้อการผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กและพลังงานหมุนเวียนไว้เพียง 2,800 เมกกะวัตต์(SPP 1,700 MW และ VSPP น้อยกว่า 1,100 MW) ตลอด 15 ปีเท่านั้น นอกจากนั้น เดือนมกราคม 2551 ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติการปรับปรุงแผน PDP 2007 ส่งผลให้มีการปรับเปลี่ยนกำลังการผลิตไฟฟ้า โดยมีรายละเอียดดังนี้ - เพิ่มปริมาณการรับซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้านทั้งไฟฟ้าพลังน้ำ และไฟฟ้าจากถ่านหิน เพิ่มขึ้นจากเดิม 5,090 MW เป็น 13,244 MW - โรงไฟฟ้าถ่านหิน เพิ่มขึ้นจากเดิม 2,800 MW เป็น 4,000 MW - โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติลดลงจากเดิม 18,200 MW เหลือ 9,000 MW - โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 4,000 MW - รับซื้อไฟฟ้าจาก SPP และVSPP 1,700 MW จากแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าหรือPDP2007 ดังกล่าว นำมาซึ่งการเปิดประมูล โรงไฟฟ้าเอกชนขนาดใหญ่(IPP) เกิดการต่อต้านของประชาชนในพื้นที่ที่มีแนวโน้มว่าจะมีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าดังกล่าวตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา เช่น ที่จังหวัดระยอง สมุทรสงคราม สระบุรี ราชบุรี ทางตัวแทนเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออกได้ขอให้ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้พิจารณาทบทวนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหิน IPP จีโควัน ของบริษัท โกล์วพลังงานที่จะก่อสร้างในพื้นที่มาบตาพุดระยอง กำลังการผลิตรวม 700 เมกกะวัตต์ ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ซึ่งยังสามารถระงับไม่ให้ก่อสร้างได้อยู่
ซึ่งจากเหตุผลที่ได้นำเสนอต่อรัฐมนตรีให้ทบทวนนั้น ทางเราได้ยกกรณีผลกระทบทางกายภาพของโรงไฟฟ้า ในพื้นที่จังหวัดระยอง ซึ่งมีอยู่เดิม 14 โรงแล้ว ทั้งที่ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลง และก๊าซธรรมชาติ นั้น ผู้ประกอบการได้ละเมิด ไม่ทำตามรายงานผลกระทบ (EIA) ไม่ว่าจะการกำจัดกากขี้เถ้าถ่านหิน การทิ้งน้ำเสีย การปล่อยสารซัลเฟอร์ไดอ๊ออกไซด์เกินค่า เป็นผลกระทบทางกายภาพที่เห็นชัดเจนที่สุด ซึ่งก็ยังเป็นปัญหาที่แม้ภาครัฐจะตามจี้ผู้ประกอบการอยู่ตลอด แต่ประชาชนก็ยังรับกรรม
. ภายหลังที่ยื่นข้อเรียกร้อง ทางรัฐมนตรีฯก็ชี้แจงว่า ตนเข้ามารับตำแหน่งได้เพียงสองเดือน อาจเร่งรัดอะไรไม่ได้มาก แต่ตนก็รับฟัง ก็ขอให้ทุกๆฝ่ายใจกว้างๆกันหน่อย พลังงานเป็นสิ่งจำเป็น กระทรวงพลังงานมีหน้าที่ต้องจัดหาพลังงานให้ประเทศ ก็จะทำให้ดีที่สุด ขอให้ใจกว้างกันด้วย . ประชาชนผู้เสียภาษีใจกว้างเสมอ รับภาระทุกทางอยู่แล้วในการใช้ไฟฟ้าแต่ละหน่วย ภาครัฐและผู้ประกอบการเองก็ควรยิ่งต้องกว้างมากกว่า เพราะรับแต่ผลประโยชน์เต็มๆ ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ตั้งของโรงไฟฟ้าถ่านหิน ยิ่งใจกว้าง กว้างทั้งปอดและหัวใจ เพราะรับมลพิษอยู่ทุกวันค่ะท่านรัฐมนตรี . ภายหลังยื่นหนังสือข้อเรียกร้องแล้ว ทางคณะได้กลับมาประชุมร่วมกันอีกครั้งที่มูลนิธิสืบ นาคะเสถียร สรุปว่าเราจะให้กรอบทำงานกับทางกระทรวงพลังงาน 1 เดือน จากนั้นจะมาทวงถามความคืบหน้าตามข้อเรียกร้องต่อไป... .
. เดินออกมาจากห้องประชุมเหลือบเห็นค่านิยมการทำงานของกระทรวงพลังงานเข้า อ่านดูก็เข้าท่าดี...ข้อความนั้นล่ะที่ประชาชนอยากเห็นเป็นรูปธรรม ในทุกกระทรวง ทบวง กรม ไม่ใช่เพียงตัวหนังสือแปะข้างฝา |