พิมพ์หน้านี้
|
คำว่า สมัชชา คำนี้ได้ยินได้ฟังเป็นครั้งแรกเมื่อก้าวมาทำงานภาคประชาชนในครั้งนี้ งงและสงสัยว่ามันคืออะไร แปลว่าอะไร ไม่เคยได้ยินมาก่อน หลังจากที่เก็บความสงสัยมาเนิ่นนาน เพิ่งจะได้รับคำตอบเมื่อไม่นานมานี้เองว่า สมัชชา คือ การรวมตัวกันของกลุ่มคน เพื่อดำเนินการเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หากในงานภาคประชาชนคือการส่งเสริม สนับสนุนเพื่อให้เกิดนโยบายภาครัฐในเรื่องนั้นๆ และสมัชชาคุณธรรม ก็เพื่อให้เกิดนโยบายในด้านการส่งเสริมคุณธรรมในสังคมไทย แล้ววันที่ 8 กันยายน 2550 ก็มาถึง งานสมัชชาคุณธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานีจัดขึ้นที่สวนสาธารณะเกาะลำพู ภายในศาลาจัตุรมุข นับว่าเป็นสถานที่ที่เหมาะสมมาก ทั้งความร่มรื่นของธรรมชาติรอบๆเกาะลำพู และความกว้างขวางของพื้นที่ในการทำกิจกรรมระดมความคิด เมื่อมาถึงบริเวณงานกลับกลายเป็นว่ายังไม่มีใครมาเลยนอกจากน้องสาวที่ขอแรงให้มาช่วยงาน จากที่แต่งตัวสวยด้วยเสื้อเหลืองตราสัญลักษณ์ที่กำลังฮอตฮิตในช่วงนั้น กลับกลายเป็นยายแจ๋วต้องยกเก้าอี้ และโต๊ะเพียงลำพังคนเดียว ไม่มีใครมาช่วย ตอนนั้นลุงคิดว่างานล่มแล้ว เพราะใกล้จะถึงเวลางานแต่ผู้คนบางตามาก
หลังจากวุ่นวายกับการจัดสถานที่อยู่ชั่วโมงกว่าๆ ใจชื้นขึ้น เมื่อเห็นผู้ร่วมงานต่างทยอยกันมาหลายคณะ ทั้งนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆ และคณะจากต่างอำเภอในแต่ละประเด็น ทำเอาลงทะเบียนและแจกเอกสารกันไม่ทันทีเดียว หลายๆ อย่างขลุกขลักมาก เพราะสิ่งของบางอย่างถูกละเลยไม่ได้เตรียมมา ทั้งถุงดำใส่ขยะ กระดาษ A4 สำหรับพิมพ์งาน ขอบคุณน้องสาวคนสวยที่เป็นธุระให้ ท่ามกลางแสงแดดร้อนจ้า ต้องบึ่งมอเตอร์ไซค์ไปซื้อของให้ในตลาด และหาซื้อยากเพราะเป็นวันอาทิตย์ ร้านรวงต่างๆ ในเมืองที่เปิดขายมีค่อนข้างน้อย งานเริ่มต้นที่การแสดงหนังตะลุงคน จากนักเรียนโรงเรียนเมืองสุราษฎร์ธานี เรียกเสียงเฮฮาจากผู้ร่วมงานได้ดีทีเดียว เพราะนักแสดงตัวเล็กน่ารัก และมุขแพรวพราวได้รับเงินค่าขนมจากลุงๆ ป้าๆ ไปมากโข จากนั้นจึงเริ่มเข้าสู่พิธีเปิด ซึ่งน่าเสียดายที่ผู้ว่าราชการจังหวัด ณ ตอนนั้นไม่ได้มาร่วมเป็นประธานเปิดงาน เหตุผลลึกๆ ที่ทราบคือ ท่านไม่สนับสนุนงานภาคประชาชน เพราะตราหน้าว่าพวกเราคือ NGOs พวกค้านรัฐบาล ไม่เอาข้าราชการ กลุ่มราชการหัวเก่าหลายๆ คนยังมองอย่างนี้อยู่ หากยังมีข้าราชการน้ำดี ที่เข้าใจบทบาทของงานภาคประชาชน และจับมือกับคนเหล่านี้เพื่อขับเคลื่อนงานของภาครัฐได้เป็นอย่างดี หากมาแบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันแบบนี้ เมื่อไหร่ประเทศชาติจะพัฒนาได้เล่า? อยากจะบอกว่าพวกเราไม่ใช่ NGOs เพียงแต่ทำงานพัฒนาชุมชน-สังคมในส่วนที่ราชการลงมาไม่ถึง และงบประมาณต่างๆ ที่ได้รับจากหน่วยงานอิสระ ล้วนมาจากหน่วยงานในสังกัดรัฐทั้งนั้น ทำไมไม่มองว่าภาคประชาชนคือความเข้มแข็งของชาวบ้าน ที่สามารถช่วยชาวบ้านด้วยกันได้ โดยไม่ต้องนั่งรอคนสีกากี แสดงถึงความเข้มแข็งของชุมชน ซึ่งมันน่าจะเป็นแบบนั้นมาตั้งนานแล้วไม่ใช่หรือ? ช่วงสายเข้าสู่เวทีการเสวนาแบบเบาๆ ในการเสวนา 3 ศาสนา (พุทธ-คริสต์-อิสลาม) หัวข้อ เศรษฐกิจพอเพียงกับคุณธรรมและจริยธรรม นับว่าได้ข้อคิดดีๆ จากทั้ง 3 ศาสนา ที่แสดงให้เห็นว่าไม่ว่าศาสนาใด ล้วนต้องการให้คนเป็นคนดี และไม่ควรนำศาสนามาอ้างเพื่อแบ่งแยกคนออกจากกัน จากนั้นต่อด้วยการนำเสนอเรื่องราวความดีของการขับเคลื่อนงานในประเด็นต่างๆ ภายในจังหวัดสุราษฎร์ธานี มาถึงเวทีนี้หลายๆคน มีเรื่องของตนและเครือข่ายชุมชนมาเล่ากันแบบไม่เบรกไม่หยุดกันทีเดียว เลยเวลาอาหารมื้อเที่ยง ก็ยังไม่หิว ขอพูดเรื่องของชุมชนตนเองก่อน ด้วยความเซียนของพิธีกร สามารถจบการสนทนาได้ทันเวลา ก่อนที่หลายๆ คนจะโมโหหิวมากไปกว่านี้ อาหารมื้อเที่ยงที่นำมาเลี้ยงผู้เข้าร่วมประชุมคือ อาหารมังสวิรัติ จากมูลนิธิชินบัญชร หน้าตาน่ารับประทานมาก แทบจะไม่รู้สึกเลยว่าที่ทานเข้าไปไม่ใช่เนื้อสัตว์แท้ๆ ต้องขอขอบคุณน้องสาวอีกครั้ง ถ้าไม่มีเธอก็คงอดมื้อเที่ยง เพราะผู้เข้าร่วมประชุมหลายคนป้วนเปี้ยน วุ่นวายกับการเบิกเงินค่าเดินทางเหลือเกิน นับว่าเป็นข้อผิดพลาดอีกอย่างหนึ่งสำหรับการจัดงานครั้งนี้ คือในที่ประชุมตกลงกันว่าให้เหมารถนำคนในประเด็นของตนมา และเหมาจ่ายเป็นคันๆ ไป แต่บางประเด็นผู้ร่วมงานอยู่ในตัวเมือง ซึ่งใกล้กับสถานที่จัดงานมาก ไม่มีการเหมารถมา จึงจำเป็นต้องจ่ายค่าเดินทางให้กับบุคคลเหล่านั้น แม้ไม่อยากจะจ่ายแต่ก็เลี่ยงไม่ได้ เพราะอาจจะทำให้เกิดความวุ่นวายภายในงาน และหลายๆ คนเมื่อได้รับเงินค่าเดินทางแล้ว จรลีหนีกลับกันไปเลย ทั้งๆที่ไฮไลท์ของงานอยู่ในช่วงบ่าย อึดอัดใจมากที่งานออกมาแบบนี้ แต่นั่นก็ทำให้ได้รู้ว่า งานนี้ใครมาเพื่อต้องการส่งเสริมคุณธรรม หรือใครมาเพราะตกปากรับคำกับแกนนำไว้แล้ว เลยต้องมา ขาดเสียมิได้
ไฮไลท์ของงานนี้คือการประชุมกลุ่มย่อย เรื่อง การจัดทำแผนพัฒนาคุณธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี และการผลักดันเรื่องคุณธรรมสู่นโยบายท้องถิ่นได้อย่างไร ซึ่งมีการแบ่งกลุ่มย่อยตามความสนใจ โดยให้แยกย้ายไปเลือกมุมร่มรื่นรอบๆ สวนสาธารณะ ภาพนี้เป็นภาพที่งดงามมาก ที่ได้เห็นผู้คนรวมกลุ่มกันตามความสนใจ ใต้ร่มไม้บ้าง บนหย่อมหญ้าบ้าง ภายในศาลาบ้าง นับว่าเป็นการระดมความคิดที่ได้ใกล้ชิดธรรมชาติ ได้รับอากาศที่สดชื่น ได้เห็นทิวทัศน์ที่สวยงาม ส่งผลให้สมองปลอดโปร่ง คิดสิ่งดีๆ ออกมาเพื่อนำเสนอร่วมกันได้เต็มที่ และปิดท้ายงานสมัชชาคุณธรรมฯ ด้วยการนำเสนอของแต่ละกลุ่มเพื่อร่างเจตนารมณ์สร้างสังคมคุณธรรมของจังหวัดสุราษฎร์ธานีร่วมกัน
จากงานสมัชชาครั้งแรกในชีวิต ทำให้ได้เห็นรูปแบบการขับเคลื่อนงานในแง่มุมที่แตกต่างจากงานภาคเอกชนที่เคยทำ หรือแม้แต่ในส่วนงานราชการที่เคยพบเห็น หากเจตนารมณ์ที่ได้ร่วมกันประกาศในครั้งนี้ ทุกคนนำไปปฏิบัติกันอย่างแข็งขัน เชื่อว่าจากสังคมเล็กๆในหมู่บ้าน จะขยายไปสู่ระดับตำบล อำเภอ จังหวัด และขยายไปในระดับประเทศ สังคมไทยคงจะน่าอยู่ มีความปลอดภัยต่อสภาพชีวิต และจิตใจมากกว่าทุกวันนี้
|
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |